วาเชอรอง นำเสนอคอลเลกชันใหม่ในงาน Watches & Wonders 2026 โดยผสานการออกแบบคลาสสิกกับการตีความร่วมสมัย ตั้งแต่สายผลิตภัณฑ์ที่ยกงานฝีมือสูงมาเป็นภาษาแห่งรายละเอียด จนถึงชิ้นงานกลไกบางพิเศษและความซับซ้อนสำหรับการใช้งานจริง

Égérie, นาฬิกาโชว์งานฝีมือและฟังก์ชันบอกข้างขึ้นข้างแรม
คอลเลกชัน Égérie ของวาเชอรอง เน้นความละมุนละไมสำหรับผู้หญิง โดยรุ่น Égérie ฟังก์ชันแสดงข้างขึ้นข้างแรม Spring Blossom ผลิตจำกัดเพียง 100 เรือน และนำโทนสีชมพูและขาวมาเป็นองค์ประกอบหลัก


รุ่นนี้โดดเด่นด้วยสายหนังลูกวัวเม็ดนุ่มที่ลงสีด้วยมือและพิมพ์ลายดอกไม้ขนาดเล็กเป็นงานจิตรกรรมจิ๋วบนสาย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่วาเชอรองนำเทคนิคการวาดด้วยมือมาใช้กับสายของนาฬิกา หน้าปัดทำจากเปลือกหอยมุกสีชมพูที่สะท้อนแสงอย่างนุ่มนวล พร้อมฟังก์ชันแสดงข้างขึ้นข้างแรมวางตำแหน่งระหว่างหนึ่งถึงสามนาฬิกา รอบหน้าต่างนั้นประดับด้วยเพชร และเม็ดมงกุฎประดับมูนสโตนเพิ่มน้ำหนักของงานฝีมือ
ดวงจันทร์ทองคำปรากฏบนเมฆเปลือกหอยมุกที่ขอบทอง ทำให้ภาพการเปลี่ยนเฟสของดวงจันทร์บนพื้นหลังสีชมพูเข้มดูมีมิติ เนื่องจากสายเป็นงานเพ้นท์มือและสีธรรมชาติของเปลือกหอยมุกไม่เท่ากัน ทำให้แต่ละเรือนมีความแตกต่างกันเล็กน้อย
Overseas และผลงานสำหรับการเดินทางสองเวลา
ในไลน์ Overseas วาเชอรองต่อยอดแนวคิดจากผลงานที่เปิดตัวในปี 2019 และ 2021 โดยรุ่นใหม่ยังคงบรรยากาศของนาฬิกาแผนที่และการผจญภัย
หนึ่งในต้นแบบของคอลเลกชันคือ Overseas สองเขตเวลา ที่มีหน้าปัดสีเทาเข้มพื้นผิวเป็นเม็ดเล็กและตัวเรือนไทเทเนียม ออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานของโครี ริชาร์ดส์ ขณะปฏิบัติภารกิจปีนเขาเอเวอเรสต์และการถ่ายภาพในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย

ในปี 2021 วาเชอรองเคยเปิดตัวรุ่นลิมิเต็ด Everest ทั้งในเวอร์ชันโครโนกราฟและสองเวลา ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากต้นแบบที่ออกแบบให้โครี ริชาร์ดส์ ใช้ในการเดินทาง จนกลายเป็นชุดผลงานพิเศษที่ใช้ไทเทเนียมเป็นวัสดุหลัก

ผลงานใหม่เปิดตัวด้วยหน้าปัดสี่สีและขับเคลื่อนด้วยเครื่องคalibre ภายในของแบรนด์คือ 5110 DT/3 ที่รองรับการแสดงสองเขตเวลา ส่วนกลางยังมีฟังก์ชันกลางวันกลางคืนและวันที่สำรองสำหรับการเดินทาง นาฬิกาเหล่านี้ได้รับตราประทับเจนีวา เพื่อยืนยันมาตรฐานความประณีตและความเที่ยงตรงของงานช่าง
Overseas รุ่นบางพิเศษ กับเครื่องคาลิเบอร์ 2550
วาเชอรองเปิดตัวเครื่องขึ้นลานอัตโนมัติแบบบางรุ่นใหม่หมายเลข 2550 ความหนาเพียง 2.4 มม. แต่ให้กำลังสำรองได้ถึง 80 ชั่วโมง ผลงานนี้ใช้เวลาพัฒนา 7 ปี และผสานการจัดวางชิ้นส่วนอย่างชาญฉลาดโดยรวมเอาโรเตอร์ขนาดเล็ก กลไกชุดลานคู่แบบลอย และระบบเฟืองแบบคอมแพ็กท์เข้าด้วยกัน

เครื่อง 2550 เผยโฉมครั้งแรกในตัวเรือนแพลตตินัม 950 ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 39.5 มม. ซึ่งแสดงให้เห็นความชำนาญของวาเชอรองในการย่อชิ้นส่วนกลไกให้บางลงโดยไม่ลดทอนการทำงานของฟังก์ชัน

ความเชี่ยวชาญด้านกลไกบางของวาเชอรองสะท้อนจากผลงานทั้งกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรที่รวมฟังก์ชันซับซ้อนหรือเครื่องพื้นฐานสำหรับการบอกเวลา พิสูจน์ให้เห็นถึงศิลปะการผลิตนาฬิกาแบบดั้งเดิมผสมกับนวัตกรรมสมัยใหม่
LES CABINOTIERS, ความซับซ้อนขั้นสูงของการบอกเวลา
ในสาย Haute Horlogerie วาเชอรองยังนำเสนอผลงาน LES CABINOTIERS ซึ่งในปี 2026 แนะนำนวัตกรรมกลไก 2755 TMR SQ ที่ผสานทูร์บิญงกับกลไกตอกบอกเวลาแบบสามท่อน
ย้อนกลับไปในปี 2005 แบรนด์ได้พัฒนาเครื่องหมายเลข 2750 เพื่อฉลองครบรอบ 250 ปี และต่อมาในปี 2007 ผลงาน Traditionnelle Calibre 2755 ได้รวบรวมทูร์บิญง สามเข็มตอกบอกเวลาและปฏิทินถาวรไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานที่ซับซ้อนที่สุดของแบรนด์ในขณะนั้น

สำหรับกลไก 2755 TMR SQ วาเชอรองได้ใช้ตัวควบคุมแบบแรงเหวี่ยงเชิงศูนย์ที่แทบไม่มีเสียงแทนระบบแองเคอร์แบบดั้งเดิม ซึ่งช่วยลดแรงเสียดทานและให้การปล่อยพลังงานของลานตอกเป็นไปอย่างมั่นคง กลไกนี้ติดตั้งบล็อกความเฉื่อยสองชิ้น เพื่อสร้างแรงเบรกต่อจุดหมุนของตัวปรับความเร็ว ทำให้ลานตอกปล่อยพลังงานอย่างต่อเนื่องและไม่ปลดปล่อยเร็วเกินไป

ทูร์บิญงในชุดนี้ยังช่วยเสริมการปรับแต่งความเที่ยงตรง โดยทำงานที่ความถี่ 2.5 เฮิรตซ์ เพื่อความแม่นยำในการเดินเวลาและการทำงานของกลไกตอกที่มีความไพเราะของเสียงชัดเจน
วาเชอรองในปี 2026 จึงนำเสนอทั้งงานศิลป์และวิศวกรรม ตั้งแต่ Égérie ที่นำงานฝีมือมาตีความเป็นสุนทรียะบนสายและหน้าปัด ไปจนถึงนวัตกรรมเครื่องจักรกลที่ย่อขนาดและเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่มองหาความประณีตของนาฬิกาลักชูรี


