Skip to content Skip to sidebar Skip to footer

นาฬิกาหรู: 12 รุ่นเครื่องประดับจาก Watches and Wonders 2026

งาน Watches and Wonders ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในกรุงเจนีวา ยังคงเป็นไฮไลต์สำคัญของวงการนาฬิกาชั้นสูง ถึงแม้งานปี 2026 จะปิดฉากลงแล้ว แต่ผลงานหลายเรือนยังคงน่าสนใจทั้งในเชิงการตีความคอลเลกชันคลาสสิกและการยกระดับวัสดุกับงานช่าง ซึ่งสะท้อนทิศทางการออกแบบนาฬิกาในปัจจุบัน

จากผลงานมากมาย เราคัดมา 12 รุ่นสำหรับสุภาพสตรีที่ให้ความรู้สึกเหมือนเครื่องประดับ — ตั้งแต่การฝังอัญมณีไปจนถึงการปรับผิวโลหะ รายละเอียดเหล่านี้สะท้อนความพยายามของแต่ละแบรนด์ในการหาจุดสมดุลระหว่างความงามและช่างนาฬิกา ทำให้นาฬิกาไม่ใช่แค่เครื่องบอกเวลา แต่กลายเป็นชิ้นประดับที่โดดเด่นทางแฟชั่น

1. Cartier Myst de Cartier

Cartier รุ่น Myst de Cartier ลดทอนการแสดงเวลา ให้ความสำคัญกับรูปทรงโดยรวมเป็นหลัก หน้าปัดถูกรายล้อมด้วยโครงสร้างโลหะและอัญมณี อ่านเวลาถูกซ่อนไว้ในรายละเอียด ทำให้ภาพรวมเมื่อมองครั้งแรกดูเหมือนงานประติมากรรมมากกว่านาฬิกาแบบดั้งเดิม

Cartier Myst de Cartier โครงสร้างประดับเพชรและโลหะ ให้ความรู้สึกเหมือนเครื่องประดับรูปทรงประติมากรรม
ห่วงโซ่โค้งเชื่อมต่อเป็นทอด ๆ ประกอบกับการสลับตำแหน่งของเพชรและโทนสีเข้ม ทำให้เกิดจังหวะสายตาที่ลื่นไหล หน้าปัดมีสัดส่วนเล็ก การอ่านเวลาอาจต้องขยับเข้าใกล้จึงจะเห็นได้ชัด จุดเน้นของการออกแบบจึงไม่ได้อยู่ที่การใช้งานโดยตรง แต่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างกับผิวสัมผัสที่สะท้อนงานจิวเวลรีของแบรนด์

2. Vacheron Constantin Égérie Moon Phase Spring Blossom

Vacheron Constantin รุ่น Égérie Moon Phase Spring Blossom มาในโทนชมพูนุ่ม ๆ ตัวเรือนขนาด 37 มม. ผลิตจากทองชมพู 18K หน้าปัดเป็นมุกมุกมุก (mother-of-pearl) เล่นระดับสีให้เกิดน้ำหนักทางสายตา และลายปักดอกไม้บนสายที่ต่อเนื่องกับหน้าปัด ทำให้ภาพรวมกลมกลืน

Vacheron Constantin Égérie Moon Phase Spring Blossom หน้าปัดมุกโทนชมพู พร้อมรายละเอียดปักดอกไม้บนสาย

การแสดงข้างขึ้นข้างแรมวางอยู่ระหว่างตำแหน่ง 1 ถึง 3 นาฬิกา ประดับด้วยเพชรรอบหน้าต่าง และเม็ดเพชรรวมบนตัวเรือนรวม 58 เม็ด ทั้งเรือนมีประมาณ 94 เม็ด ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ กำลังลานประมาณ 40 ชั่วโมง และมาพร้อมสายที่เปลี่ยนได้สองเส้น การออกแบบให้ความสำคัญกับรายละเอียดและการไล่ระดับสี จึงให้ความรู้สึกหรูละมุนโดยไม่โอ้อวด

3. Bvlgari Serpenti Tubogas Studs

Bvlgari เติมลูกเล่นน็อตหมุด (studs) ลงใน Serpenti ทำให้เส้นสายที่เคยโค้งเว้าได้ความรู้สึกแข็งแรงขึ้น รูปทรงงูยังคงชัดเจน แต่การใช้รายละเอียดโลหะและการเล่นวัสดุสร้างมิติที่เด่นขึ้น และให้คาแรกเตอร์ที่ชัดเจนกว่าเดิม

Bvlgari Serpenti Tubogas Studs โครงสร้อยงูประดับหมุดโลหะและหน้าปัดมุก

ตัวเรือนขนาดประมาณ 35 มม. (ขึ้นกับรุ่น) มาพร้อมหน้าปัดมุกหรือหน้าปัดหินสีในบางรุ่น บางรุ่นประดับเพชรบนขอบตัวเรือน 38 เม็ด ตัวสายมีหมุดโลหะและจุดประดับเพชร ช่วยบาลานซ์ระหว่างการตกแต่งกับโครงสร้าง ใช้กลไกควอตซ์เพื่อความเบาสบาย ในแง่ภาพรวมเส้นสายตัดคมขึ้น เหมาะกับผู้ต้องการเพิ่มเอกลักษณ์ให้การแต่งตัว

4. Chopard L’Heure du Diamant

Chopard ในคอลเลกชัน L’Heure du Diamant ยังคงแนวทางนาฬิกาจิวเวลรี ตัวเรือนเป็นทองขาว 18K พร้อมขอบหน้าปัดประดับเพชร รุ่นต่าง ๆ ใช้หน้าปัดมุกหรือหน้าปัดหินมาลาไคต์สีดำ ให้ความแตกต่างของผิวสัมผัส

Chopard L’Heure du Diamant ตัวเรือนทองขาว 18K ขอบประดับเพชร หน้าปัดมุกและหินมาลาไคต์

มีเวอร์ชันกลไกไขลานด้วยเครื่อง 10.01-C ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 15.7 มม. หนา 2.9 มม. ให้กำลังลานราว 45 ชั่วโมง อีกเวอร์ชันเป็นอัตโนมัติ 09.01-C ประกอบด้วยชิ้นส่วน 148 ชิ้น ให้กำลังลานประมาณ 42 ชั่วโมง การออกแบบเน้นอัตราส่วนและการเก็บรายละเอียด ทำให้ออกแบบได้คลาสสิกและดูไม่ถูกตีกรอบด้วยกาลเวลา

5. Van Cleef & Arpels Ludo Secret

Van Cleef & Arpels นำดีไซน์ Ludo ปี 1934 มาปรับเป็นสร้อยข้อมือ-นาฬิกา Ludo Secret โครงสร้างทองเหลือง 42 มม. ออกแบบเป็นตะขอสี่เหลี่ยมเรียงต่อกัน ให้ความยืดหยุ่นเมื่อสวม แต่ยังคงเส้นสายชัดเจน

Van Cleef & Arpels Ludo Secret บานพับซ่อนหน้าปัดมุก ประดับบลูโซมและเพชร

เมื่อกดส่วนตกแต่งที่ประดับด้วยแซฟไฟร์ทั้งสองด้าน ฝาเปิดจะเผยหน้าปัดมุกภายใน ตำแหน่ง 12 นาฬิกาตกแต่งด้วยบลูแซฟไฟร์แบบเหลี่ยมทั้งชิ้น โมเดลนี้ฝังบลูแซฟไฟร์กว่า 180 เม็ด น้ำหนักรวมประมาณ 6.28 กะรัต น้ำหนักทองประมาณ 110 กรัม ใช้กลไกควอตซ์ จุดเด่นคือการออกแบบการเปิด-ปิดและรายละเอียดโครงสร้าง

6. Audemars Piguet Établisseurs Galets

Audemars Piguet ได้แรงบันดาลใจจากก้อนกรวดตามธรรมชาติในรุ่น Établisseurs Galets ตัวเรือนขนาด 31 มม. ทำจากทอง 18K และใช้หน้าปัดหินธรรมชาติที่เน้นลวดลายและการเปลี่ยนเฉดสีแบบธรรมชาติ โดยเจตนาละทิ้งการทำเครื่องหมายเวลาเพื่อชี้ให้เห็นความงามของเนื้อหิน

Audemars Piguet Établisseurs Galets หน้าปัดหินธรรมชาติในตัวเรือนทอง รูปทรงคล้ายกรวด

สายนาฬิกาประกอบด้วยข้อต่อหลายรูปทรง ร้อยด้วยลูกทองเป็นพิลโล่ ทำให้เกิดจังหวะนุ่มนวล ภายในบรรจุกลไกไขลานมือรุ่น 3098 หนา ~2.8 มม. ให้กำลังลานราว 48 ชั่วโมง แม้ดีไซน์ภายนอกจะดูเรียบ แต่ยังใส่ใจการตกแต่งกลไกภายในอย่างพิถีพิถัน ส่งผลให้ภาพรวมมีความสงบและประณีต

7. CHANEL Noeud de Camélia Cuff

CHANEL นำดอกคาเมลเลียมาตีความเป็นชิ้นงานข้อมือ Noeud de Camélia Cuff โครงเป็นริบบ้อนสีดำ ตรงกลางเป็นดอกคาเมลเลียผลิตจากทองขาว 18K ประดับเพชรแบบ pave จำนวน 105 เม็ด น้ำหนักรวมประมาณ 1.62 กะรัต และมีเพชรกลางซ่อนหน้าปัดน้ำหนัก ~0.70 กะรัต

CHANEL Noeud de Camélia Cuff ข้อมือรูปโบว์สีดำ ดอกคาเมลเลียประดับเพชรซ่อนหน้าปัด

รายละเอียดอื่น ๆ ได้แก่กรอบเคลือบเงาสีดำ ตัวเรือนไทเทเนียม และสายทอที่ให้ความต่างชัดเจน หน้าปัดมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10 มม. ใช้กลไกควอตซ์ การออกแบบมุ่งเน้นความสมบูรณ์ของรูปทรงมากกว่าการแสดงเวลา จึงเหมาะจะใช้เป็นชิ้นหลักในลุคเดียว

8. Piaget Swinging Pebbles Sautoir

Piaget นำ Swinging Sautoir มาตีความใหม่เป็น Swinging Pebbles เปลี่ยนนาฬิกาให้กลายเป็นจี้ห้อยรูปทรงต่าง ๆ ตัวเรือนและหน้าปัดแกะสลักจากหินประดับ เช่น tiger’s eye, verdite และ pietersite แต่ละชนิดให้เอฟเฟ็กต์การสะท้อนแสงที่แตกต่าง

Piaget Swinging Pebbles Sautoir จี้นาฬิกาแกะสลักจากหิน เช่น ไทเกอร์อาย และ pietersite พร้อมโซ่บิดเกลียวทอง

หินแกะสลักจะถูกฝังเข้ากับโครงกลไก และต่อด้วยโซ่ทองลายบิดมือที่ขยับเป็นธรรมชาติ ได้แรงบันดาลใจจากนาฬิกากระเป๋าสไตล์กิโมโนในทศวรรษ 1970 รูปทรงกลมมน การออกแบบเน้นวัสดุและรูปทรง ทำให้การอ่านเวลาเป็นหน้าที่รองลงมา

9. IWC Ingenieur Automatic 35

IWC เปิดตัว Ingenieur ขนาด 35 มม. ปรับสัดส่วนให้เหมาะกับใช้งานประจำวัน ตัวเรือนหนาประมาณ 9.4 มม. รูปแบบยังคงเอกลักษณ์ของชุดสกรูห้าตัวที่ขอบตัวเรือนและสายแบบบูริดีไซน์บูรณาการ

IWC Ingenieur Automatic 35 ตัวเรือนสไตล์สปอร์ตหรู ขอบสกรูห้าตัว พร้อมตัวเรือนประดับเพชรตัวเลือก

รุ่นใหม่มีเวอร์ชันทองแดงแดง 18K ประดับขอบเพชร 45 เม็ด น้ำหนักรวมประมาณ 0.7 กะรัต ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติรุ่น 47110 ให้กำลังลานประมาณ 42 ชั่วโมง และมาพร้อมฝาหลังใส การย่อขนาดช่วยเพิ่มความใช้งานจริงโดยยังคงเอกลักษณ์ตัวเรือนไว้

10. Parmigiani Fleurier Tonda PF Chronograph Mystérieux

Parmigiani Fleurier รุ่น Tonda PF Chronograph Mystérieux ยังคงสัดส่วนเรียบเก็บ ตัวเรือนสเตนเลสขนาด 40 มม. ขอบวงแหวนโรสโกลด์และหน้าปัดฉลุลายที่ทำด้วยมือ ให้ความรู้สึกสงบแต่ประณีต

Parmigiani Fleurier Tonda PF Chronograph Mystérieux หน้าปัดฉลุลาย โรสโกลด์โรลด์ขอบตัวเรือน

เมื่อกดปุ่มตำแหน่ง 7 นาฬิกา เข็มวินาทีกลางจะเปลี่ยนเป็นเข็มจับเวลา ขณะที่เข็มชั่วโมงและนาทีจะรีเซ็ตและกลายเป็นตัวชี้จับเวลาชั่วคราว ส่วนเข็มทองคำโรสด้านล่างยังคงแสดงเวลาอย่างต่อเนื่อง กลไก PF053 อัตโนมัติความถี่ 4Hz ประกอบด้วยชิ้นส่วน 362 ชิ้น ให้กำลังลานราว 60 ชั่วโมง จุดเด่นอยู่ที่วิธีการแปลงการทำงานของกลไก

11. Roger Dubuis Excalibur Lady of the Lake

Roger Dubuis รุ่น Excalibur Lady of the Lake ได้แรงบันดาลใจจากนางเงือกในทะเลสาบ ตัวเรือน 36 มม. ผลิตจากทองกุหลาบ หน้าปัดโทนเทาผสมมุกและลวดลายรัศมี สร้างชั้นมิติของสีและพื้นผิว

Roger Dubuis Excalibur Lady of the Lake ตัวเรือนทองกุหลาบ หน้าปัดโทนเทาพร้อมมุกและเพชรประดับขอบ

ขอบตัวเรือนประดับเพชรรวม 48 เม็ด เข็มวินาทีเล็กวางไว้ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ RD830 ประกอบด้วยชิ้นส่วน 183 ชิ้น และโรเตอร์ฉลุทอง 22K การจัดวางโทนสีและวัสดุช่วยให้ภาพรวมมีความสงบแต่แฝงความหรู

12. H. Moser & Cie. Streamliner Two Hands

H. Moser & Cie. รุ่น Streamliner Two Hands ยึดแนวคิดความเรียบง่าย มีให้เลือกทั้งขนาด 34 มม. และ 28 มม. พร้อมสายเหล็กแบบบูริดีไซน์ชิ้นเดียว เส้นสายลื่นไหลและโอบรับข้อมือได้ดี

H. Moser & Cie. Streamliner Two Hands หน้าปัดสีสโมคแบบไล่เฉด ไม่มีสัญลักษณ์ยี่ห้อ สายนาฬิกาแบบบูริดีไซน์ลื่นไหล

หน้าปัดมีการไล่สีแบบสโมกและพื้นผิวลายฟรอสต์ ไม่มีหลักชั่วโมงหรือสัญลักษณ์แบรนด์ เพียงแค่แสดงชั่วโมงกับนาที ใช้กลไกอัตโนมัติ HMC 400 หรือ HMC 410 ให้กำลังลานอย่างน้อย 60 ชั่วโมง การออกแบบอาศัยสัดส่วนและรายละเอียดเล็ก ๆ ในการสร้างความหรูแบบนิ่ง ๆ

EDITOR'S PICKคัดสรรโดยบรรณาธิการ