Tiffany & Co. ในปี 2026 เปิดตัวคอลเล็กชัน Blue Book: Hidden Garden (สวนลับ) เครื่องประดับชั้นสูงซึ่งเป็นการสำรวจธรรมชาติอย่างลึกซึ้งและเปี่ยมด้วยมุมมองเชิงกวีนิพนธ์ ซีรีส์นี้ออกแบบโดย Nathalie Verdeille รองประธานอาวุโสและผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของ Tiffany & Co. ร่วมกับ Tiffany Design Studio และเวิร์กช็อปออกแบบของแบรนด์ นำความเงียบสงบและพลังแห่งชีวิตจากธรรมชาติมาสร้างสรรค์เป็นภาษาจิวเวลรี่ที่เปล่งประกาย

Hidden Garden ไม่เพียงเป็นบทสรรเสริญต่อธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นการเคารพต่อดีไซเนอร์ในตำนาน Jean Schlumberger ซีรีส์นี้ตีความธีมธรรมชาติคลาสสิกของ Schlumberger ใหม่ในมุมมองร่วมสมัย โดยเฉพาะคอลเล็กชันฤดูใบไม้ผลิที่จับภาพการฟื้นคืนและการเปลี่ยนแปลงของชีวิต ด้วยการเล่าเรื่องผ่านวัฏจักรของธรรมชาติ ใช้ลวดลายเถาวัลย์ทองที่ทำด้วยมือ ใบปาล์มแพลตินัม และรูปทรงเรขาคณิต เพื่อสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์และการเคลื่อนไหว

ดีไซน์อันเป็นสัญลักษณ์อย่าง Bird on a Rock ปรากฏอีกครั้งใน Hidden Garden ด้วยบุคลิกใหม่ ผสมผสานอัญมณีหายากหลากชนิด แสดงออกถึงความมีชีวิตชีวาและจิตวิญญาณของธรรมชาติ โมทีฟอย่างผีเสื้อ ผึ้ง นกสวรรค์ และนกแก้ว ไม่ได้เป็นเพียงลวดลายประดับ แต่ถูกก่อร่างผ่านการจัดวางและโครงสร้างของอัญมณี ให้เกิดการเคลื่อนไหว เช่น ปีกกระพือหรือเถาวัลย์ที่กำลังงอกงาม


Bird on a Rock ได้กลับมาในรูปแบบคลาสสิกที่พลิ้วไหวในโลกแห่งจินตนาการของ Tiffany & Co. นกหยุดพักอยู่บนอความารีนทรงหมอนจากบราซิลแบบ Santa Maria เจียระไนพิเศษ เม็ดคาเซโดนีสีเขียวที่ตัดพิเศษสร้างภาพทิวทัศน์เขียวชอุ่ม ช่วยขับความลึกของสีน้ำเงินของอความารีน ชุดนี้ยังมีสร้อยคอที่ปรับเปลี่ยนได้ ชุดนกคู่แสดงท่าทางมีชีวิตชีวา และมีตัวหลักเป็นอความารีนขนาดมากกว่า 22 กะรัตซึ่งสามารถถอดใช้เป็นเข็มกลัดได้

แรงบันดาลใจของ Parrot มาจากเข็มกลัดนกแก้วในทศวรรษ 1960 ที่ Jean Schlumberger เคยออกแบบให้ Tiffany & Co. พลอยบลูและม่วงที่ไม่ได้ผ่านการทำให้เป็นประกายประดับลวดลายขน ทำให้เกิดโมเสกสีสันสดใส เพชรและลงยาติดทองฟอยล์ถูกนำมารวมกันด้วยฝีมือหนักแน่น เติมเต็มด้วยเฉดสีน้ำเงินเข้ม เขียวเป็ด และสี Tiffany Blue® ฟอยล์ทองที่ฝังในลงยาทำด้วยมือทีละชิ้น สร้างเป็นขนสีสันที่เหมือนนกโบยบิน ตัดกับขนนกแพลตินัมที่แกะลายและการตกแต่งด้วยทองคำ 18k ที่ประณีต ทำให้คอมโพสิชั่นโดดเด่นแต่กลมกลืน


แก่นของ Hidden Garden คือปรัชญาเรื่อง “ความสมดุลระหว่างความเป็นธรรมชาติและช่างฝีมือที่ซับซ้อน” เช่นเดียวกับแนวคิดการใช้ชีวิตของ Bunny Mellon ที่ว่า “ผลงานที่สมบูรณ์แบบไม่ควรทิ้งร่องรอย” ช่างฝีมือของ Tiffany & Co. ซ่อนเทคนิคชั้นสูงไว้หลังเส้นสายที่อ่อนช้อย โดยใช้พลอยสีที่ผ่านการปรับแต่งน้อย เช่น แทนซาไนต์ ทับทิม และเพอริดอต เพื่อจับแสงและให้เกิดประกายงดงามภายใต้ผลงาน




