Skip to content Skip to sidebar Skip to footer

สะสมศิลป์ : Jay Pang กับการเดินทางค้นหาเรื่องราวของงานศิลป์

สะสมศิลป์ ไม่ได้มีคุณค่าเพียงแค่ความงามที่มองเห็น แต่ยังหมายถึงเรื่องราวที่ซ่อนอยู่และความคิดสร้างสรรค์ที่ไหลเวียนไม่มีที่สิ้นสุด สำหรับนักสะสมงานศิลปะร่วมสมัยอย่าง Jay Pang แล้ว ความสนุกของการสะสมไม่ได้จำกัดอยู่ที่การซื้อและครอบครองเท่านั้น แต่คือการเริ่มต้นการเดินทางสำรวจความงามและการใช้ชีวิต ในวินาทีนั้นที่ซื้อผลงาน เขาก็เสมือนนำส่วนหนึ่งของชีวิตผู้สร้างผลงานไว้ในความครอบครอง และต่อจากนั้นเรื่องราวที่สอดประสานไปกับความรู้สึกร่วมกันก็จะตามมาไม่รู้จบ。

จากจิตรกรรมจีนแบบดั้งเดิมไปจนถึงงานนามธรรมตะวันตก ตลอดระยะเวลากว่าสิบปีที่ Jay ลงลึกในเส้นทางการสะสม เขาได้สัมผัสกับผลงานหลากหลายประเภท ประสบการณ์ในตลาดศิลปะและความรู้ที่สั่งสมทำให้เขาสร้างมาตรฐานการคัดเลือกผลงานของตัวเองได้ชัดเจน มากกว่าจะยึดติดกับชื่อเสียงของศิลปินหรือศักยภาพการลงทุน เขาให้ความสำคัญกับความหมายของผลงานว่าพาเขาไปสู่การสำรวจความคิดที่กว้างขึ้นได้หรือไม่

เขาไม่ได้จำกัดการสะสมไว้ในกรอบเดียว ยกตัวอย่างคอลเลกชันล่าสุดของเขา ศิลปินร่วมสมัยชาวญี่ปุ่น ชิฮารุ ชิโอตะ (ชิฮารุ ชิโอตะ) ซึ่งมีงานติดตั้งและผลงานแบบแผ่นผ้าใยเส้น เข้าตาเขาเป็นอย่างมาก ส่วนศิลปินแนวนามธรรมจากอเมริกา-แคนาดาอย่าง Pat Steir, Jose Parla, Megan Rooney ก็อยู่ในคอลเลกชันของเขา ผลงานขนาดเล็กอาจมีมูลค่าในตลาด ทว่าความชื่นชอบส่วนตัวยังคงสำคัญที่สุด Jay มองว่าความน่าสนใจอยู่ที่โลกกว้างที่ผลงานพาไปสัมผัสนั้นเอง

ปัจจุบันการสะสมศิลป์ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต Jay นอกเหนือจากความชอบในการค้นหาที่มาของผลงาน เขายังต้องการแบ่งปันชิ้นงานที่มีเรื่องราวให้กับคนรอบตัว ด้วยความเป็นคนชอบสำรวจและแบ่งปัน เขาจึงไม่เคยเบื่อหน่ายกับเส้นทางการสะสม และยังตั้งทีมคิวเรต ARTICKS ขึ้น เพื่อพาผลงานดีจากต่างประเทศและท้องถิ่นสู่ผู้ชมในฮ่องกง

แล้ว Jay ใช้ประสบการณ์การสะสมศิลป์ ต่อยอดสู่การเป็นที่ปรึกษางานศิลปะและคิวเรเตอร์ได้อย่างไร? การสะสมงานศิลปะหมายความว่าแค่มีเงินก็ซื้อผลงานที่ชอบได้จริงหรือไม่? เพื่อล้วงลึกความเข้าใจและสะสางความเข้าใจผิดเกี่ยวกับนักสะสม บทนี้ของ “藝城遊記” จะพาไปเยี่ยมคลังผลงานของ Jay ที่ตั้งอยู่ใน Tsuen Wan และให้เราได้สัมผัสผลงานที่มีมูลค่าบางชิ้นอย่างใกล้ชิด พร้อมฟังเรื่องราวและเคล็ดลับการสะสมตลอดเส้นทางของเขา

“งานของชิฮารุ ชิโอตะ มีพลังชวนซึมซับ และชี้นำให้เราคิดถึงคำถามในชีวิตที่เธอมักตามหา”

คลังผลงานของ Jay Pang

เพื่อการเยี่ยมชมครั้งนี้ Jay คัดสรรผลงานเด่นจากคลังขนาดใหญ่ของเขา ทั้งประติมากรรมและภาพเขียนร่วมสมัย หนึ่งในชุดงานติดตั้งด้วยเส้นใยของชิฮารุ ชิโอตะ ทำให้ผู้มาเยี่ยมต้องทึ่ง เมื่อย้อนนึกถึงครั้งแรกที่ได้เห็นงานของชิโอตะ Jay ยังจำความรู้สึกที่เส้นใยถักทอภาพของโลกมนุษย์ได้ไม่ลืม

ชิฮารุ ชิโอตะมีชื่อเสียงในวงการศิลปะนานาชาติจากประติมากรรมตาข่ายเส้นใยขนาดใหญ่ เธอซ้อนทับเส้นใยนับพันให้กลายเป็นโครงข่ายที่หนาแน่นและมีพลัง เพื่อสำรวจหัวข้อเกี่ยวกับชีวิตและความตาย การไหลของเวลา ความทรงจำ และจักรวาล เส้นใยเส้นเล็กกลายเป็นสื่อเชื่อมความทรงจำของตัวศิลปิน และเป็นดัชนีที่สัมผัสจิตใจผู้ชม เปิดมิติความคิดของผู้ชมอย่างไร้รูปธรรม

งานติดตั้งเส้นใยโดยชิฮารุ ชิโอตะ
ชิฮารุ ชิโอตะ
ผลงานติดตั้งของชิฮารุ ชิโอตะ
ผลงานของชิฮารุ ชิโอตะ

Jay เล่าด้วยความประทับใจว่า “ผมจำความรู้สึกตอนเห็นงานของเธอครั้งแรกได้ดี รู้สึกถึงพลังและการส่งผ่านอารมณ์ที่เข้มข้น งานของเธอชวนให้คิดถึงคำถามที่เธอมักค้นหา โดยเฉพาะงานแผ่นผิว เมื่อมองไกลมันดูเหมือนภาพนามธรรม แต่เมื่อจ้องดูแต่ละจุดของเส้น คุณจะพบว่ามันคือการเดินทางที่ไม่สิ้นสุด และคุณจะถูกดึงเข้าไปโดยไม่รู้ตัว”

ผลงานแบบแผ่นของชิฮารุ ชิโอตะ
ผลงานของชิฮารุ ชิโอตะ

เมื่อทราบว่า ชิโอตะ เคยป่วยเป็นมะเร็ง Jay ก็กลับมาสังเกตเส้นสีขาวบนแผ่นภาพอีกครั้ง เขารู้สึกว่าเส้นสีขาวอาจสื่อถึงจุดเริ่มต้นของการเกิดใหม่ หรืออาจหมายถึงจุดจบของชีวิตก็ได้ เขากล่าวว่า “เมื่อเข้าใจแนวคิดเบื้องหลังการสร้างสรรค์ของศิลปิน แล้วไปชมผลงานชิ้นต่างๆ คุณจะเริ่มคิดลึกขึ้น ผมคิดว่านั่นคือเสน่ห์ที่ดึงดูดในงานของเธอ”

ประติมากรรมเส้นใยของชิฮารุ ชิโอตะ
ผลงานของชิฮารุ ชิโอตะ

งานของชิโอตะมีความมหัศจรรย์สำหรับ Jay นอกจากเรื่องราวที่ชวนให้ติดตามแล้ว เทคนิคอันประณีตยังทำให้เขาประทับใจ เขานำประติมากรรมชิ้นหนึ่งมาให้ชมและอธิบายว่า “คุณจะเห็นว่าในงานของเธอมีตัวเลข กุญแจ ตัวอักษรภาษาอังกฤษ หรือวัตถุอื่นๆ ถูกวางไว้อย่างมั่นคงอยู่ในชิ้นงาน สิ่งที่ทำให้คนสงสัยคือ เธอทำอย่างไรถึงยึดของเหล่านั้นไว้ในตำแหน่ง แล้วสามารถจัดวางให้มีจังหวะและความเป็นระเบียบได้ การใช้เวลาและทักษะมากมายจึงเป็นสิ่งจำเป็น”

“แกลเลอรีหรือศิลปินอาจไม่ได้ดูที่เงินเป็นปัจจัยแรก แต่จะดูว่าคุณมีความหลงใหลในผลงานหรือไม่”

ในงานของชิโอตะที่เขาเก็บไว้ ชิ้นโปรดของ Jay คือการติดตั้งขนาดใหญ่สูงกว่า 2 เมตร ศิลปินใช้เส้นสีแดงถักเป็นกล่อง และมีชุดเดรสสีขาวลอยอยู่ภายใน ให้ความรู้สึกลึกลับและประณีต Jay ไม่เคยนึกว่าจะมีโอกาสได้ครอบครองชิ้นงานระดับพิพิธภัณฑ์เช่นนี้

การติดตั้งชุดเดรสลอยโดยชิฮารุ ชิโอตะ
ผลงานของชิฮารุ ชิโอตะ

หลายคนคิดว่าผู้ซื้อแค่ต้องมีเงินพอเท่านั้นก็จะได้ผลงานที่ต้องการ แต่ Jay เล่าให้ฟังถึงกฎในวงการสะสม บางครั้งศิลปินหรือแกลเลอรีก็เลือกผู้ซื้อตามเกณฑ์อื่นๆ ด้วย สำหรับผลงานที่เป็นที่ต้องการสูง กระบวนการอาจต้องผ่านการคัดเลือกหลายขั้นตอนกว่าจะได้เป็นเจ้าของ

ยกตัวอย่างชุดเดรสชิ้นนี้ Jay ต้องแสดงความตั้งใจต่อพิพิธภัณฑ์และศิลปิน บอกว่าตนได้สะสมงานของศิลปินนี้มาแล้วเท่าไร และเหตุผลที่ต้องการเก็บสะสม หลังจากนั้นก็ต้องรอจนการจัดแสดงจบ ผลงานจึงจะถูกส่งถึงบางครั้งเป็นเดือนหรือมากกว่าหนึ่งปี กระบวนการนี้ทดสอบทั้งความจงรักภักดี ความกระตือรือร้น และความอดทนของผู้ซื้อ

เห็นได้ชัดว่าการสะสมศิลป์ไม่ใช่แค่เกมด้านการเงิน แต่เป็นการเดินทางที่ผสมผสานความรู้ ประสบการณ์ และความชอบส่วนตัว เมื่อมองไปยังผลงานหลายร้อยชิ้นที่ยังไม่แกะกล่องในคลังของ Jay ยากจะจินตนาการถึงพลังงานและเวลาที่ทุ่มเท แต่เมื่อได้เห็นรอยยิ้มพึงพอใจของเขา ก็เข้าใจได้ว่าสิ่งเหล่านั้นคุ้มค่า

ชิ้นงานในคลังของ Jay Pang

“ถ้าผลงานสามารถพาผู้ชมไปสู่การคิด นั่นคือผลงานศิลปะที่ประสบความสำเร็จ”

ในหมวดหมู่งานศิลปะต่างๆ Jay ไม่มีความชอบในวัสดุประเภทใดเป็นพิเศษ แต่ชัดเจนว่าเขาชอบงานนามธรรม เมื่อผลงานก้าวพ้นจากรูปร่าง ผู้ชมแต่ละคนสามารถอ่านภาพและตีความแตกต่างกันได้ นั่นทำให้งานนามธรรมเปิดมิติความเป็นไปได้ใหม่ๆ ทุกครั้งที่ชม ให้ความรู้สึกสุนทรียะแบบสดใหม่

ผลงานซ้าย Emi Kuraya ขวา Megan Rooney
ซ้าย: ผลงานของ Emi Kuraya; ขวา: ผลงานของ Megan Rooney

เขามองว่างานนามธรรมให้พื้นที่ให้คนคิดด้วยตัวเอง ศิลปินอาจเทความรู้สึกส่วนตัวลงไป แต่ผู้ชมทุกคนมีประสบการณ์ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน จึงไม่จำเป็นต้องรู้สึกเหมือนศิลปิน ตราบใดที่ผลงานพาให้คุณคิดได้ นั่นก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว เราจึงสามารถรับรู้องค์ประกอบเหตุผลและความรู้สึกของผู้สร้างและได้มุมมองใหม่ในการเข้าใจโลก

ผลงานของ Jose Parla
ผลงานของ Jose Parla

เมื่อถูกถามถึงเกณฑ์การคัดเลือก Jay คิดอยู่ครู่หนึ่งและตอบว่า “ผมให้ความสำคัญกับความเล่าเรื่องของศิลปินหรือผลงานมากที่สุด คอลเลกชันของผมส่วนใหญ่เป็นงานนามธรรม ผมเชื่อว่าถ้างานมีเนื้อหา คุณจะไม่รู้สึกเบื่อเร็ว ผมจะดูว่าผลงานสื่อสารได้ลึกพอหรือไม่ ต่อมาดูทักษะของศิลปินว่าผลงานมีความสมบูรณ์เพียงใด สามารถแสดงลักษณะของแนวทางนั้นได้หรือเปล่า และสุดท้ายดูว่าศิลปินมีเอกลักษณ์ชัดเจนหรือไม่ ทั้งหมดนี้คือเงื่อนไขที่ผมใช้เลือกศิลปินและผลงาน”

ผลงานของคิม ชางยอล
ผลงานของคิม ชางยอล

ต่อมาเขาแนะนำผลงานของศิลปินเกาหลี คิม ชางยอล (คิม ชางยอล) หนึ่งในศิลปินที่ทรงอิทธิพลหลังช่วงสงคราม ผู้ทั้งชีวิตมุ่งวาดหยดน้ำ ตั้งแต่ในวัยหนุ่มที่มีหยดเล็กจำนวนมากไปจนถึงช่วงปลายที่เหลือเพียงหนึ่งหรือไม่กี่หยด สะท้อนการเดินทางจากความหลากหลายสู่ความเรียบง่าย ศิลปะผสมผสานการแสดงออกแบบมินิมัลทางตะวันตกเข้ากับปรัชญาตะวันออก ให้มุมมองใหม่เกี่ยวกับชีวิต

“สำหรับการสะสมศิลป์ ความชอบสำคัญกว่าการลงทุนเสมอ”

บางคนเริ่มสะสมเพื่อการลงทุน แต่ก่อนที่ Jay จะตัดสินใจซื้อ เขาไม่เน้นแค่ศักยภาพการขึ้นราคา แต่เน้นการค้นหาผลงานที่ตนชอบจริงๆ เขาบอกว่าเขาจัดแสดงผลงานที่ซื้อไว้ในบ้านเหมือนพิพิธภัณฑ์ และสลับหมุนเวียนบ่อยครั้ง ดังนั้นความถูกใจต้องมาก่อนมูลค่าการลงทุน

Jay Pang กับผลงานจัดแสดงในบ้าน

เมื่อเพื่อนมาที่บ้าน Jay จะกลายเป็นมัคคุเทศก์คอยเล่าแนวคิดเบื้องหลังผลงาน และเพื่อนๆ ก็มักแลกเปลี่ยนมุมมองของตัวเอง การแลกเปลี่ยนเช่นนี้ทำให้เขาเห็นหลายมิติของผลงาน เกิดการปะทะทางความคิดที่สนุกสนาน

มีคนมาถามเขาว่าจะเริ่มสะสมศิลป์อย่างไร Jay ตอบว่า “ผมมักถามก่อนว่าคุณชอบผลงานจริงๆ หรือแค่ต้องการลงทุน ถ้าแค่อยากลงทุน ผมจะไม่แนะนำให้เข้ามา เพราะถ้ารักผลงาน อย่ามองมันเป็นเพียงเครื่องมือการลงทุน ลองคิดว่าพอวางไว้ในบ้านแล้ว คุณจะมีความสุขกับการเห็นมันทุกวันหรือไม่ การขึ้นราคาหรือไม่เป็นเรื่องรอง หากวันหนึ่งมันขึ้นราคา คุณอาจยินดี แต่อย่าให้เรื่องนั้นมาขัดความหมายของการเป็นเจ้าของ” เขาเห็นว่าสาระการสะสมคือความสุขที่ได้จากการมีผลงานดีๆ ไม่สามารถวัดด้วยมูลค่าเพียงอย่างเดียว

“ผมอยากใช้ประสบการณ์การสะสมพาให้ผู้ชมฮ่องกงได้เห็นงานศิลป์หลากหลายมากขึ้น”

Jay Pang กับโครงการ ARTICKS

ด้วยความหลงใหลในงานร่วมสมัยและประสบการณ์จากการเยี่ยมชมแกลเลอรีทั่วโลก Jay ได้ขยับจากการสะสมมาสู่วงการคิวเรชั่นและให้คำปรึกษาด้านศิลปะ ในปี 2019 เขาก่อตั้งทีมคิวเรตท้องถิ่น ARTICKS กับเพื่อนร่วมงาน เพื่อแนะนำงานศิลปะหลากหลายประเภทแก่ผู้ชมในฮ่องกง

นอกจากผลงานต่างประเทศที่เขานำเสนอต่อเรา เขายังให้ความสนใจกับวงการศิลปะท้องถิ่น Jay มองว่าฮ่องกงมีศิลปินมากพรสวรรค์ แต่ค่าเช่าสูงทำให้ต้นทุนการจัดนิทรรศการสูง เขาจึงอยากใช้ประสบการณ์และทรัพยากรของตัวเองช่วยผลักดันศิลปินที่เงียบๆ ให้คนรู้จักมากขึ้น

เขารู้สึกว่าฮ่องกงยังไม่ร้อนแรงเรื่องศิลปะเท่าที่ควร ทั้งด้านระบบนิเวศศิลปะและความเข้าใจต่อศิลปินยังตื้นอยู่ แต่เมื่อเห็นพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่เปิดมากขึ้นและห้างค้าปลีกใส่องค์ประกอบศิลปะมากขึ้น เขามองว่าทิศทางกำลังพัฒนาไปในทางที่ดี

เขารู้สึกบทบาทของตัวเองยังเล็กน้อย แต่หวังว่าจะใช้ประสบการณ์จัดนิทรรศการและให้คำปรึกษา เพื่อเผยผลงานที่ยอดเยี่ยมให้สาธารณชนได้พบ เขายังเผยว่าเร็วๆ นี้จะร่วมมือกับสำนักประมูลนานาชาติและองค์กรศิลปะท้องถิ่นยืมผลงานบางส่วนไปแสดง แฟนๆ ศิลปะควรติดตามข่าวไว้

Jay Pang ในคลังผลงาน

เรื่องราวการสะสมของ Jay เป็นเสมือนการเดินทางค้นหา ที่สะท้อนทั้งความใฝ่ฝันด้านสุนทรียะและวัฒนธรรม ผ่านผลงานต่างๆ เขาได้เปิดหน้าต่างสู่โลกกว้างของศิลปินทั้งอดีตและปัจจุบัน ทำให้เนื้อหาเชิงลึกของผลงานถูกส่งต่อข้ามกาลเวลา

ก่อนจบการเยี่ยมชม เราถามเขาว่ามีคำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจเริ่มสะสมศิลป์ อย่างไรบ้าง เขาเน้นเรื่อง “ความกระตือรือร้น” ว่า ณ ตอนนี้ฮ่องกงมีงานศิลปะระดับนานาชาติอย่าง Art Basel และ Affordable Art Fair รวมทั้งแกลเลอรีท้องถิ่นที่เปิดให้ชมฟรีและมีคุณภาพ อีกทั้งสำนักประมูลต่างประเทศก็จะมีพรีวิวในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ทำให้ผู้ชมท้องถิ่นมีโอกาสพบศิลปินทั้งในและต่างประเทศ เขาจึงกระตุ้นให้ผู้สนใจลงมือสำรวจด้วยตัวเองและออกเดินทางค้นหา

Executive Producer: Angus Mok
Editor: Ruby Yiu
Videography: Andy Lee, Angus Chau
Photography: Kris To
Video Editor: Andy Lee
Designer: Michael Choi
Special Thanks: Jay Pang

EDITOR'S PICKคัดสรรโดยบรรณาธิการ