เป็นตัวเอง เป็นความปรารถนาที่ลึกที่สุดของคนเรา มากกว่าอยากหลีกเลี่ยงความเหงาหรือความไม่เป็นที่พอใจ—ไม่ว่าจะด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น รูปร่างที่เพอร์เฟกต์ หรือความสามารถที่เด่นชัด หลายคนจึงพยายามปรับตัวให้เป็นที่นิยม จนผูกมัดตัวเองด้วยภาระทั้งที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้: เรื่องวัตถุ เรื่องเงิน ภาระความสัมพันธ์ทั้งครอบครัวและรัก ความคาดหวังทางการเรียนและการทำงาน รวมถึงภาพลักษณ์และชื่อเสียง ทั้งหมดนี้พยายามซื้อความมั่นใจและความปลอดภัยในใจ เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากผู้อื่น โดยเฉพาะในวงการบันเทิง หากขาด “偶像包袱” และการดูแลภาพลักษณ์ ก็ยากจะรักษาความนิยมและอาชีพให้อยู่ต่อไป。
แต่ภาระของชีวิตมากเกินไป จะทำให้คนเดินไม่ไหวและหยุดพัฒนาได้ง่ายขึ้น
ในกลุ่ม SuperGirls ที่เคยพึ่งพากันมาอย่างชินชา Heidi (李靜儀) เมื่อเปลี่ยนจากห้าคนมาเป็นหนึ่ง ทำหน้าที่ศิลปินเดี่ยว เธอออกเดินทางด้วยความระมัดระวังมากขึ้น ก่อนหน้านี้สิ่งที่ตัวเองไม่ถนัดสามารถฝากให้เพื่อนร่วมวงช่วยแก้ได้ แต่ตอนนี้ต้องเผชิญด้วยตัวเอง อาจจะถูกเปิดเผยความบกพร่องต่อสาธารณะ แต่ Heidi เลือกยึดมั่นในความเชื่อว่า “Be True To Yourself” และเดินหน้าต่อ คำถามคือ การซื่อสัตย์ต่อตัวเองทำให้ Heidi เติบโตอย่างไร และเธอจะพบตัวตนที่จริงมากขึ้นได้อย่างไร เธอจึงขอเป็นผู้ลากม่านให้ BTTY การสำรวจแนวทางส่วนตัวของเธอเปิดฉากด้วยตัวเอง
“ทำงานเป็นวงทำให้เราพึ่งพากันได้ง่าย”
หลังจากแยกทางกับเพื่อนๆ ใน SuperGirls Heidi บอกว่า “สิ่งที่ฉันไม่ชินที่สุดคือ ตอนนี้เราไม่สามารถเติมเต็มซึ่งกันและกันได้อีกแล้ว” สมัยอยู่ในวง การแบ่งหน้าที่เป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่แค่บทบาทบนเวทีว่าจะร้องหรือเต้น แต่รวมถึงบทบาทนอกเวทีด้วย: หัวหน้าวงรับบทเป็นผู้นำ คอยประสานความสัมพันธ์และการสื่อสาร สมาชิกที่นิสัยร่าเริงจะคอยเติมบรรยากาศและทำให้ภาพลักษณ์วงมีมิติ ในที่ปลอดภัยนี้ Heidi คิดว่าตัวเองไม่ถนัดการสื่อสาร จึงมักให้คนอื่นเป็นตัวแทนพูดคุยกับสาธารณะ นอกเวทีเธอมักอยากซ่อนอยู่ข้างหลังเพื่อนๆ แม้ว่าไปรายการวิทยุเธอก็เลี่ยงที่จะพูดและมักให้เพื่อนช่วยตอบแทน
แต่เมื่อเริ่มต้นในนามบุคคลเดียวไร้โล่ป้องกันจากวง Heidi ต้องตัดสินใจ ควบคุม รับมือ และรับผิดชอบทุกเรื่องด้วยตัวเอง เธอซึ่งบอกว่าเป็น “ราศีมีน” แบบคลาสสิก มีความอ่อนไหวและตรงไปตรงมา ชอบอยู่ในโลกเล็กๆ ของตัวเอง ทำให้คนภายนอกมองว่าเข้าถึงยากและให้ความรู้สึกห่างเหิน แม้จะไม่ได้ตั้งใจปิดตัว แต่ Heidi ก็ยอมรับว่าตัวเองมักแสดงออกด้านเงียบจริงๆ “อาจเป็นเพราะฉันมีความระมัดระวัง หรือเป็นกลไกป้องกันตัวเอง — ในหัวคิดว่าพูดน้อยผิดน้อย”

เพื่อปกป้องตัวเองจากการถูกทำร้าย Heidi เลือกพูดน้อยขึ้น แต่ความจริงจังนั้นกลับกลายเป็นภาระที่บดบังภาพตัวตนที่แท้จริงของเธอ
“ลองเรียนรู้ที่จะเพลิดเพลินกับความเหงา และโอบรับมัน” ในการเดินทางเดี่ยวทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวเป็นเรื่องธรรมดา แต่ต้องยอมรับความเงียบด้วยตัวเอง Heidi ซึ่งเป็นคนจริงจัง เลือกให้คำว่า “Be True To Yourself” (B.T.T.Y) เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาตัวเอง แนวคิดนี้เน้นการซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ผ่านงานสร้างสรรค์ต่างๆ เพื่อแชร์ความสำคัญของการเป็นตัวเอง และใช้เป็นโอกาสทบทวนวิธีการใช้ชีวิตที่ผ่านมา

“B.T.T.Y ถือเป็นบทสรุปเล็กๆ ของฉันนับตั้งแต่เข้าวงการ”
แม้ชาวเน็ตจะเรียกเธอว่า “Heidi BB” ในเชิงยกย่องใบหน้าแบบเทพธิดา แต่เมื่อได้โอกาสพัฒนาตัวเองในฐานะศิลปินเดี่ยว Heidi กลับตั้งใจหันมาดูที่ “ตัวบุคคล” มากกว่าการผลักดันภาพลักษณ์—ง่ายๆ คือ เธออยากให้ทุกคนได้เห็นและรู้จัก李靜儀 ในมุมที่เป็นจริงของเธอ
“Be True” คือซิงเกิลเดี่ยวแรกของ Heidi เนื้อหาเดินไปในธีม B.T.T.Y อย่างชัดเจน คำร้องท่อนหนึ่งย้ำว่า “非一般想法 Be True Be True 專一的風格 做我自己最好” Heidi ต้องการส่งสารถึงผู้หญิงว่า ให้ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกภายในใจของตัวเอง เพราะเมื่อเป็นตัวเอง คุณจะพบความมั่นใจ
แรงบันดาลใจเบื้องหลังแนวคิดนี้มาจากประสบการณ์ไม่รู้จบ: “สมัยยังเด็ก ฉันมักบังคับตัวเองให้เข้ากับวงการ บ่อยครั้งต้องทำสิ่งที่ไม่เต็มใจหรือทำให้ไม่สบายใจ เพียงเพื่อให้สามารถเข้าไปอยู่ในที่แห่งนั้นได้เร็วขึ้น” ไม่ว่าสังคมไหน วิธีที่เร็วที่สุดในการได้การยอมรับคือการกลมกลืน เข้าไปใช้ชีวิตร่วมกัน และหลังจากใช้พลังไปมากมาย Heidi ก็ยอมรับว่าได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญว่า “หลายอย่างไม่ควรฝืนตัวเอง เพราะบางครั้งไม่ว่าคุณจะพยายามแค่ไหน อีกฝ่ายก็ไม่ได้เห็นความพยายามนั้นเป็นเรื่องสำคัญ”

“แต่ขั้นตอนนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องผ่าน” Heidi เล่าย้อนว่า หากปราศจากประสบการณ์เหล่านี้ เธอคงไม่รู้ค่าของการซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ปัจจุบันเธอเชื่อว่าการค้นพบวิธีการอยู่ร่วมกับผู้อื่นที่เหมาะสมกับตัวเอง จะช่วยให้จิตใจโปร่งใสขึ้น และผลลัพธ์ด้านการเติบโตก็จะมีมากขึ้นเช่นกัน “ดังนั้น การซื่อสัตย์ต่อตัวเองสำคัญจริงๆ” เธอย้ำ
แต่การซื่อสัตย์ต่อตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย
“ฉันเคยได้ยินคนบอกว่า Heidi จริงจังเกินไป จนบางคนไม่ชอบ”
“โดยเฉพาะรูปลักษณ์ของฉัน เมื่อฉันเงียบ ผู้คนจะมองว่าดูคูลหรือไม่เป็นมิตร” สำหรับคำติจากภายนอก Heidi ไม่ปฏิเสธ แต่กลับยอมรับว่าเป็นการสะท้อนจากภายใน จริงๆ แล้วเธอเพียงแค่ไม่อยากพูดในตอนนั้น แต่ผลตอบรับที่ได้คือ “Heidi จริงจังเกินไป อาจทำให้คนไม่ชอบ” ซึ่งคำติเชิงประชดนั้นทำให้ Heidi ตั้งคำถามซ้ำๆ ว่าการแสดงตัวตนแบบจริงจังต่อคนอื่นเป็นข้อดีหรือข้อเสีย
“ฉันก็จริงแท้จริง นี่คือทั้งข้อดีและข้อเสียของฉัน”
เธอเข้าใจว่าวงการบันเทิงไม่ใช่องค์กรธรรมดา ทุกอย่างหมุนรอบความสัมพันธ์และคนหลายประเภท ต่อให้มีตำแหน่งหรือประสบการณ์มากแค่ไหนก็ไม่สามารถทำตัวเป็นศูนย์กลางได้เสมอไป “การปฏิบัติจริงจังต่อตัวเองในวงการนี้มันยากจริงๆ” Heidi กล่าวด้วยน้ำเสียงเงียบๆ

หากเปลี่ยนมุมมอง ทุกข้อดีข้อเสียต่างเป็นกลาง ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้มันอย่างไร ตัวอย่างเช่น “ความจริงจังเกินไป” ในทางลบคือการเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ซึ่งย่อมขัดขวางการสื่อสารกับคนในวงการและทำลายเส้นทางอาชีพ แต่หากคุณยังสามารถรักษาความเป็นตัวเองในโลกที่ปลอมเปลือกได้ การไม่สวมหน้ากากอาจนำมาซึ่งอิสรภาพทางจิตใจที่มากกว่า
Heidi เสริมว่ากุญแจของการซื่อสัตย์ต่อตัวเองคือการหา ‘จุดสมดุล’ มากกว่าจะเดินไปสุดโต่ง “ความจริงคือ ฉันต้องพูดให้มากขึ้น ดังนั้นในอนาคตฉันจะเตือนตัวเองให้พูดมากขึ้น ยิ้มให้มากขึ้น”
สิ่งที่น่าสังเกตคือ การจะเรียนรู้การเป็นตัวเอง ต้องเริ่มจากเข้าใจว่าการไม่เป็นตัวเองเป็นอย่างไร

การซื่อสัตย์ต่อตัวเองเป็นศาสตร์ที่ยาก ต้องกล้าพอที่จะเผชิญความไม่สมบูรณ์ของตนเอง และกล้าที่จะเผยความไม่มั่นคงและเปราะบางต่อสาธารณะ มีคนไม่กี่คนที่ทำได้อย่างจริงใจ B.T.T.Y ทำให้ Heidi รู้สึกถึงความทุลักทุเลของการเติบโตในโลกนี้ในฐานะศิลปินเดี่ยว เธอต้องปรับตัวใหม่หลายอย่าง และเพราะมีความขัดแย้ง มีการต่อสู้ มีช่วงเวลาโดดเดี่ยวและหลงทาง โครงการ B.T.T.Y จึงมีความหมายและน่าสนใจกว่าที่คิด วันเวลาหลังจากแยกวง จะเป็นช่วงเริ่มต้นการเติบโตอย่างแท้จริงของ Heidi — การเติบโตต้องผ่านความสับสนและการขาดความมั่นคง แต่หากให้เวลาเธอมากพอ เธออาจค้นพบบทต่อไปของ B.T.T.Y ได้ต่อเนื่อง
—
โปรดิวเซอร์: Vicky Wai
ภาพถ่าย: @issaclam_
วิดีโอ: @wootwootvisual
สไตลิ่ง: Vicky Wai
เมคอัพ: Melody Chiu
ทำผม: Terrance Chan @HAiR Salon
ตัดต่อวิดีโอ: @wootwootvisual
บรรณาธิบดี: Carson Lin
ออกแบบ: Tanna Cheng
ผู้ช่วย: Mandy Kan
ชุด: @ysl


