“เมื่อหญิงงามได้พบกับเรื่องบังเอิญที่สวยงาม” คือธีมที่นำพา ลิน มิน-เฉิน (林明禎, Lin Min-Chen) เข้าสู่วงการบันเทิงในปี 2015 เส้นทางความฝันวัยเด็กและงานที่เธอทำก่อนหน้านั้นแทบไม่มีความเกี่ยวข้องกับวงการบันเทิงเลย แต่ชีวิตกลับพาเธอไปพบกับความงดงามของความบังเอิญหลายครั้ง หลังจากที่สตาร์สต็อปเปอร์ค้นพบเธอ และระหว่างทาง เธอก็ค่อยๆ หาวิธีดูแลตัวเอง ทั้งเรื่องการออกกำลังกาย โดยเฉพาะโยคะ ที่กลายเป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงชีวิต
ไม่เพียงแค่หนุ่มๆ เท่านั้นที่หลงเสน่ห์เธอ แต่ผู้หญิงเองก็ชื่นชอบเช่นกัน ลิน มิน-เฉิน พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “การที่ฉันได้เข้ามาในวงการบันเทิงเป็นเรื่องบังเอิญที่สวยงาม!” เธอเล่าถึงชีวิตก่อนเข้าวงการที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับวงการบันเทิงเลย ดังนั้นทุกอย่างที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นจึงรู้สึกแปลกใหม่และน่าตื่นเต้น เหมือนกับต้องเริ่มเรียนคลาน เรียนเดิน ตั้งแต่ศูนย์ แล้วค่อยๆ เรียนวิ่ง ตอนนี้เธอเพลิดเพลินกับความท้าทายในทุกวัน

性格決定命運
เมื่อเผชิญกับความท้าทายในทุกวัน สิ่งที่ ลิน มิน-เฉิน กลัวไม่ใช่ความท้าทาย แต่เป็นการทำงานที่ไม่ดีพอ “จู่ๆ วันหนึ่งขณะที่ฉันยืนบนเวทีร้องเพลง รู้สึกเหมือนมีเสียงดัง ‘ติ๊ง’ ในหัว จากวันนั้นฉันเริ่มรู้สึกว่าการแสดงคือความสุข และตั้งใจอยากเป็นนักร้องและนักแสดงที่ดีขึ้น” เมื่อฟังเธอพูดก็เห็นได้ชัดว่าเธอเริ่มรับมือกับแรงกดดันจากงานได้ดีขึ้น ถึงขนาดใช้คำว่า ‘เพลิดเพลิน’ มาบรรยายความกดดันได้ “ถ้าฉันไม่ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ฉันคงมาถึงวันนี้ไม่ได้ แม้จะเคยสงสัยในตัวเองมาก แต่ฉันคิดว่าไม่ควรกลัวสิ่งที่ไม่รู้หรือความท้าทาย” เบื้องหลังที่ทำให้เธอก้าวต่อไปคือคำสนับสนุนจากแม่ “มีครั้งหนึ่งฉันบอกแม่ว่าไม่แน่ใจว่ากำลังเดินบนเส้นทางที่ถูกหรือเปล่า แม่ก็ให้กำลังใจว่าให้ลองพุ่งทะยานและทำงานให้ดีที่สุด” ดังนั้นเธอจึงยึดแนวคิดว่า ‘ทุกวันคือการลองใหม่’ และใช้ชีวิตต่อไปทีละวัน

「衝的時候,什麼也不用想、什麼也不用去害怕,這種感覺是我最喜歡的」
เมื่อพูดถึงกีฬาที่เธอชอบ ลิน มิน-เฉิน ตื่นเต้นทันทีว่า “เพราะแม่และพี่สาวชอบเล่นสกี เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ เรามักเลือกที่ที่มีลานสกี แม้ตอนนี้ฉันยังล้มบ่อย แต่ฉันสนุกกับกระบวนการนั้น ไม่ว่าจะล้มยังไงก็ต้องพุ่งไปข้างหน้า ขณะกลิ้งไป ฉันคิดถึงวิธีลดความเจ็บ ว่าล้มแบบไหนจะสบายกว่า นี่คือการเรียนรู้ แม้จะยังไม่เชี่ยวชาญ แต่ฉันชอบความรู้สึกตอนพุ่งไปข้างหน้า — พุ่งแล้วไม่ต้องคิด ไม่ต้องกลัว นั่นคือความรู้สึกที่ฉันชอบที่สุด”
ทุกเช้าเมื่อตื่น ลิน มิน-เฉิน จะปูเสื่อโยคะ เปิดเพลง แล้วทำสมาธิ 5–10 นาทีให้จิตใจสงบ จากนั้นทำโยคะเบาๆ 20 นาทีเพื่อยืดตัว ก่อนจะตามด้วยการฝึกแกนกลางลำตัวอีก 10 นาที “นี่คือกิจวัตรที่ฉันต้องทำทุกวัน หากมีงาน ฉันจะตื่นก่อนหนึ่งชั่วโมงเพื่อให้ทำได้ครบ” เธอเล่าถึงความสนุกในการออกกำลังกายเพิ่มว่า “หลังมื้อเช้าฉันจะเริ่มฝึกส่วนล่างของร่างกาย สควอทมีหลายรูปแบบ ฉันคิดว่าผู้หญิงควรทำเยอะๆ เพราะใช้กล้ามเนื้อแกนกลางมาก เมื่อฝึกดีแล้ว การออกกำลังกายอื่นๆ ก็จะง่ายขึ้น”
ยามเย็นก่อนมื้อค่ำ หากไม่มีงาน ลิน มิน-เฉิน จะฝึกโยคะเพิ่มอีก 45 นาที “ฉันชอบโยคะมาก ดูเหมือนจะนุ่มนวล แต่จริงๆ ต้องอาศัยความอดทนของกล้ามเนื้ออย่างมาก ช่วยฝึกความแข็งแรงของร่างกายได้ทั้งตัว” เธอยอมรับว่าก่อนเข้าวงการ เธอแทบไม่เคยออกกำลังกายเลย

「多謝那些挫折,改變了我整個人生」
จุดเริ่มต้นของการออกกำลังกายต้องย้อนกลับไปในช่วงที่ ลิน มิน-เฉิน ยังเปิดร้านเสริมความงามเล็กๆ อยู่ เธอรับผิดชอบงานหนักแทบไม่มีวันหยุด ทั้งวันอยู่ในห้องแอร์ คุยกับลูกค้า แทบไม่ได้เหงื่อและรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา เธอเล่าพร้อมยิ้มขมว่า ในปีที่สองของการทำธุรกิจ ใบหน้าเกิดสิวขึ้นมากมายจนกลายเป็นปัญหาผิว และยังเป็นโรคผิวหนังอักเสบ (Eczema) อีกด้วย ในตอนแรกมันขึ้นที่หน้าผากเพียงจุดเดียว แต่เพราะดูแลผิดวิธี อาการจึงรุนแรงขึ้น “หมอสั่งครีมมาให้ แต่ฉันไม่รู้ว่ามีสเตียรอยด์ผสมอยู่ พอทาแล้วผิวดีขึ้น จึงหยุดใช้ แต่สามวันให้หลัง อาการกลับมาเป็นบริเวณกว้างขึ้น แล้วก็ลามทั้งหน้า” เธอจำได้ว่าวันนั้นผิวเจ็บและคันมาก มีน้ำเหลืองซึม จนเปียกหน้ากากอนามัยที่ต้องใส่ขณะทำงาน

“จำได้ครั้งหนึ่ง ฉันแนะนำผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้า แล้วเธอถามว่า ‘ถ้าใช้แบบที่คุณแนะนำ ใบหน้าฉันจะสวยเหมือนคุณไหม?’ คำถามนั้นทำร้ายฉันมาก คืนนั้นอาบน้ำแล้วมองกระจก เห็นน้ำเหลืองยังหยดอยู่ ฉันถามตัวเองว่าทำไมชีวิตถึงเป็นแบบนี้ จากวันนั้นฉันตัดสินใจจะเปลี่ยน ไม่อยากพึ่งยาหรือสารเคมีอีกแล้ว อยากกลับมาสวยอย่างเป็นธรรมชาติและมีสุขภาพดี” โรคร้ายรวมกับความผิดหวังกลายเป็นจุดเปลี่ยนให้ ลิน มิน-เฉิน เริ่มปรับวิถีชีวิตอย่างเป็นระบบ “ฉันลองออกกำลังกายที่ทำให้เหงื่อออกทุกชนิด หลังผ่านไปสองสัปดาห์ อาการผิวดีขึ้นมากและฉันกระปรี้กระเปร่าขึ้น งานก็ทำได้ดีขึ้น นั่นคือช่วงที่ฉันรู้ว่าการออกกำลังกายสามารถเปลี่ยนคนได้”
การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องแพง และควบคุมได้ง่าย แค่ใส่ชุดที่สบายก็ออกได้ทุกที่ “ชุดออกกำลังกายที่ใส่สบายทำให้ไม่มีข้ออ้าง ไม่ว่าจะที่ไหนก็ออกกำลังกายได้ หากมีวินัยและความตั้งใจ คุณสามารถสวยจากภายในสู่ภายนอกโดยไม่ต้องพึ่งยารักษา” พูดจบ ลิน มิน-เฉิน กล่าวอย่างเต็มปากว่า “การออกกำลังกายให้ชีวิตใหม่กับฉัน!”

「現在四海為家,無論去到哪裡,都要租住有廚房的地方,那麼,就可以走到那裡煮到那裡。」
ข่าวที่ว่าผู้หญิงคนนี้เก่งเรื่องทำอาหารนั้นจริงหรือ? ลิน มิน-เฉิน เล่าว่า “แม่งานยุ่งมากตั้งแต่ฉันยังเด็ก ทำให้ต้องเรียนรู้การทำอาหารและดูแลน้องชายสองคน จำได้ว่าเริ่มจากการหุงข้าวต้ม ตอนนั้นคิดว่าพอน้ำเดือดแล้วคือสุก แต่จริงๆ ต้องลดไฟให้ข้าวนุ่ม พอไม่รู้ก็ทำข้าวต้มที่ยังแข็ง กินกันอยู่ทั้งสัปดาห์!” ประโยคนี้ทำให้ทีมงานหัวเราะกัน

จากคนที่ทำครัวไม่เป็นจนกลายเป็นคนที่ครอบครัวชมเรื่องอาหาร ทุกอย่างเริ่มต้นจากความรัก “ฉันรู้สึกว่าการทำอาหารสนุก ครั้งหนึ่งตอนทำอาหารที่บ้าน แม่และทุกคนในบ้านกินหมดอย่างรวดเร็ว รู้สึกอิ่มเอมมาก เลยตัดสินใจจะไปเรียนทำอาหารที่ออสเตรเลีย แต่ตอนนั้นไม่มีเงิน จึงออกมาทำงานเก็บเงิน เปิดร้านสปาเล็กๆ พอธุรกิจคงที่ก็กำลังจะเก็บเงินเรียน แต่โชคชะตาให้สตาร์สต็อปเปอร์มาค้นพบเธอเสียก่อน แผนการเรียนจึงถูกเปลี่ยนไป”
“ตอนนี้ฉันใช้ชีวิตเดินทางทั่วโลก ไม่ว่าจะไปที่ไหน ฉันก็อยากเช่าที่พักที่มีครัว เพื่อจะได้ทำอาหารได้ทุกที่” ใจรักการทำอาหารยังคงอยู่ เธอบอกว่าเมนูที่ครอบครัวชอบคือซี่โครงหมูซอสน้ำผึ้งและกุ้งหมักเหล้าคู่กับไข่ตุ๋น ทั้งสองเมนูรสจัดแต่คนในบ้านชอบมาก เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของเธอทำให้บรรยากาศอบอุ่นขึ้น

藝術給予心靈平靜
เมื่อพูดถึงศิลปะ ลิน มิน-เฉิน เล่าว่าตั้งแต่เด็กเธอชอบวาดรูปและเขียนพู่กันจีน “ฉันอาจได้รับอิทธิพลจากพี่สาว (ลิน ซือ-ชือ, 林詩枝) ที่มีความสามารถพิเศษมาก ใครอยากดูงานของเธอแวะไปที่ IG เธอได้เลย” เธอเล่าต่อว่า เมื่อครั้งย้ายออกมาอยู่คนเดียวและงานเริ่มหนัก เธอจะผ่อนคลายด้วยโยคะ ทำอาหาร และวาดภาพบุคคล “พี่สาวไม่เคยเรียนวาดรูปอย่างเป็นเรื่องเป็นราว แต่เวลาเห็นวิว เธอจะจินตนาการว่าต้องวาดออกมาอย่างไร เธอสอนให้ฉันรู้ว่าการวาดรูปคือช่วงเวลาที่สงบและผ่อนคลายมาก”
หลังจากลองวาดจริงจัง ลิน มิน-เฉิน พบว่าช่วงเวลาที่วาดรูปช่างผ่านไปเร็วมาก จนถึงขั้นอยากมีนิทรรศการของตัวเองในอนาคต “ฉันวางแผนจะเก็บงานวาดทั้งหมดไว้ แม้จะต้องย้ายไปทำงานที่ไหน งานศิลปะก็เป็นสิ่งที่ฉันพกติดตัวไปด้วยเสมอ”
ความหลงรักทั้งการออกกำลังกายและการวาดรูปทำให้เธอเหมือนได้โลกทั้งใบ “การออกกำลังกายสอนเรื่องความตั้งใจและวินัย ทุกครั้งที่ทำภารกิจเล็กๆ สำเร็จ คุณจะรู้สึกแข็งแกร่งและมีแรงผลักดันไปทำสิ่งที่ใหญ่กว่า เช่น ตั้งเป้าทำท่าใดท่าหนึ่ง 15 ครั้ง เมื่อทำครบความรู้สึกคือสุดยอด ส่วนการวาดรูปเป็นกิจกรรมที่ทำให้จิตใจสงบ รู้สึกว่าโลกทั้งใบสวยงาม” ทั้งสองสิ่งที่ต่างกันนี้ต่างเติมเต็มชีวิตของ ลิน มิน-เฉิน ให้มีเหตุผลในการเดินหน้าต่อ ไม่ว่าเส้นทางจะพาไปที่ไหน
ผู้อำนวยการสร้างบริหาร: Angus Mok
ช่างภาพ: Ken Leung
Art Direction: Mimi Kong & Ken Leung
Styling: Mimi Kong assisted by Yoanah Chan
Videographer: Kason Tam & Andy Lee
Video Edit: Kason Tam, Andy Lee, Alvin Kong
สัมภาษณ์: K Wong
ทำผม: Bart Choi @ILCOPLO


