สเตฟี ถัง เริ่มต้นชีวิตในวงการในฐานะสมาชิกวง Cookies ซึ่งเป็นวงเกิร์ลกรุ๊ป 9 คนที่เดบิวต์ในปี 2002 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Hong Kong Morning 娘” และกลายเป็นหนึ่งในวงเกิร์ลกรุ๊ปที่มีสมาชิกมากที่สุดของฮ่องกงในประวัติศาสตร์
จากการเป็นนักร้อง สเตฟี ถัง ค่อยๆ พบว่าการแสดงมีความผูกพันกับเธอมากขึ้น หลังคว้ารางวัลด้านการแสดงหลายรางวัล ฝีมือของเธอจึงค่อยๆ มีน้ำหนักขึ้น ทั้งที่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนและเธอไม่อยากให้เปลี่ยน คงเป็นรูปลักษณ์ที่สม่ำเสมอของเธอ

สเตฟี ถัง, ไอดอลที่เรียบร้อย
ในยุคปัจจุบันที่มีบอยแบนด์หรือเกิร์ลกรุ๊ปจำนวนมากจนสามารถนับหัวได้ด้วยนิ้วมือ สเตฟี ถัง มองว่าการเดบิวต์ของวงรุ่นใหม่มีความได้เปรียบ เรื่องหนึ่งคือวันนี้พวกเขาไม่ต้องกังวลเรื่องพฤติกรรมของช่างภาพสาธารณะมากเท่าเดิม เธอเล่าย้อนความว่าในสมัย Cookies หากออกไปทำงานแล้วแยกตัวจากเพื่อนร่วมวงเพียงสองสามก้าว ก็อาจถูกสื่อเขียนเรื่องสร้างความแตกแยกระหว่างสมาชิกได้

สเตฟี ยอมรับว่าเธอและเพื่อนร่วมวงแทบไม่ได้ฝึกมาอย่างดีเหมือนไอดอลยุคหลัง เธอกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่าในช่วงเริ่มต้น “พวกเรารู้แค่ไม่กี่อย่าง” แต่ในฐานะหัวหน้าวงของ Cookies เธอแทบไม่เคยทำหน้าที่นี้พลาด และแม้ผลงานในฐานะไอดอลช่วงแรกจะประสบความสำเร็จ ทั้งเพลงฮิตอย่าง “電燈膽” และภาพยนตร์รายได้ดีเรื่อง “十分愛” สเตฟีกลับตั้งคำถามกับตัวเองว่าเส้นทางไอดอลเป็นวิถีที่เธอชอบจริงหรือไม่

การทำงานภาพยนตร์แบบปัจเจก
มุมมองของ สเตฟี ถัง คือการแสดงภาพยนตร์เป็นงานที่ทำได้แบบเงียบๆ เธออธิบายว่าการเชื่อมโยงระหว่างนักแสดงกับตัวละครเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่จำเป็นต้องชี้แจงทุกขั้นตอนต่อสาธารณะ และแม้การถ่ายทำจะเป็นงานของทีม แต่การทำงานกับบทบาทในภาพยนตร์ทำให้เธอมีโอกาสทำงานแบบเฉพาะตัว ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เธอชอบ

แม้ สเตฟี ถัง จะไม่ใช่นักแสดงที่ฝึกจากสถาบันโดยตรง แต่ผลงานอย่างภาพยนตร์เรื่อง “藍天白雲” ทำให้เธอเริ่มเข้าใจพื้นฐานของการแสดง ผู้กำกับ 張經緯 ให้แนวทางเรื่องความสมจริง ทำให้เธอเรียนรู้การใช้สายตาและคำศัพท์ของร่างกายเพื่อเติมความลึกให้ตัวละคร เรียกได้ว่าเธอค่อยๆ ขยับเข้าใกล้คำว่า “นักแสดงฝีมือฉมัง”

เมื่อถูกถามว่า “การคว้ารางวัลทำให้เป็นจุดเปลี่ยนหรือไม่” สเตฟี ถัง ตอบอย่างหนักแน่นว่าเธอไม่เชื่อว่ามีผลงานใดเพียงเรื่องเดียวเป็นการปฏิวัติชีวิตนักแสดง ทุกอย่างเกิดจากโอกาสและความรู้สึกของการเติบโตร่วมกับบทบาท เธอย้ำว่าเส้นทางการแสดงของเธอเป็นผลจากการเดินไปตามโอกาส ไม่ใช่การวางแผนล่วงหน้า

สีสันบางอย่างค่อยๆ เลือน
หลังจากห่างเวทีไปกว่า 16 ปี ในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ สเตฟี ถัง เตรียมจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งที่ 2 ใช้ชื่อว่า “Therefore I am” เธออธิบายว่าคอนเสิร์ตในอดีตมักเป็นรูปแบบเดิมที่ร้องและเต้น เพื่อให้ทุกช่วงมีความสดใสและคึกคัก แต่ตอนนี้เมื่อเธอเป็นทั้งนักแสดงและนักร้อง จึงอยากนำประสบการณ์การแสดงมาผสมผสานกับคอนเสิร์ต เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสความรู้สึกที่ลึกกว่าแค่ภาพตา

สเตฟี ถัง เล่าย้อนความว่าในช่วงที่เธอร้องเพลงให้แฟนๆ ฟัง เธอเคยเป็นราชินีเพลงรัก แต่ปัจจุบันหัวข้อความรักแบบเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เธอสนใจเรื่องราวที่สะท้อนชีวิตและจิตวิญญาณมากกว่า หากจะมีผลงานเพลงใหม่ อาจไม่เน้นเพลงรักแบบเดิมๆ แต่หวังให้เพลงส่งแรงบันดาลใจและความหมายทางใจ
หลงใหลศิลปะ โดยเฉพาะแวนโก๊ะ
สเตฟี ถัง มีวงสังคมและเพื่อนร่วมงานที่อยู่เคียงข้างกันมายาวนาน เธอกล่าวด้วยความพอใจว่าเธอเป็นคนรักยาว รักษาความสัมพันธ์ได้เนิ่นนาน และความคุ้นเคยนี้คือแรงสนับสนุนที่ทำให้เธอเติบโตทางอาชีพ

นอกจากภาพคนและภาพสัตว์ สเตฟี ถัง ยังชื่นชอบการวาดภาพแบบไหลลื่น ซึ่งเธอบอกว่าผลงานศิลปะบางครั้งไม่สามารถคาดเดาช่วงสุดท้ายของผลงานได้ แต่ขั้นตอนการสร้างกลับเต็มไปด้วยความสุข หลายครั้งเพื่อนชักชวนให้จัดนิทรรศการ แต่เธอไม่อยากวาดงานเพื่อให้ทันนิทรรศการจนเสียความสุขของการสร้างสรรค์
Executive Producer: @angusmok
Photographer: Olivia Tsang
Art Direction: Olivia Tsang & Mimi Kong
Styling: Mimi Kong assisted by Yoanah Chan
Videography: Kason Tam & Alvin Kong
Video Edit: Kason Tam & Alvin Kong
Interview: Ms. A
Makeup: Cyrus Lee
Hair: Ritz Lam @myös
Wardrobe: Giorgio Armani, Sportmax
Jewelry: EMPHASIS


