จิน ลี เริ่มต้นเหมือนตัวละครจากมังงะญี่ปุ่น ในปี 2011 เธอตัดสินใจจากมาเลเซียมาทำงานในวงการเพลงฮ่องกง หลังจากฝึกฝนและพิสูจน์ฝีมือ เธอขึ้นเวทีคอนเสิร์ตรอบใหญ่ที่โฮ่งกง แต่เมื่อถามว่าได้บรรลุเป้าหมายหรือยัง เธอกลับบอกว่ายังเดินตามความฝันต่อไป ไม่เคยคิดจะหยุด
การปลอบใจต้องใช้ปัญญาต้องใช้ปัญญา
ปลายปีที่แล้ว ขณะที่จิน ลี หมดสัญญากับค่ายเก่าและยังไม่ได้สังกัดใหม่ เธอเลือกกลับมาเยี่ยมบ้านที่มาเลเซียเพื่อพักและทบทวนแผนงาน แต่แผนพักผ่อนครึ่งปีกลับเปลี่ยน เมื่อได้รับข้อเสนอจากค่ายใหม่ ทำให้จิน ลี กลับมาทำงานทันที ก่อนที่นักเรียนหลายคนจะเริ่มปิดภาคฤดูร้อน เธอได้ปล่อยซิงเกิลที่สามจากชุดใหม่ต่อจากเพลง “Dum Dum” และ “單戀這件小事” ชื่อเพลงใหม่คือ 〈企好〉

เพราะเนื้อเพลงมาจากปากของ ไวแมน หว่อง (黃偉文 / Wyman Wong) จึงไม่แปลกที่ชื่อเพลง 〈企好〉 ทำให้คนคิดว่าจะเป็นเพลงเร็ว แต่จริงๆ แล้วเป็นบัลลาดช้าเพลงหนึ่งที่ย้ำเตือนให้คนยืนหยัดตรงและไม่ท้อ “เพลงช้าในภาษากวางตุ้งมักเล่าเรื่อง ในเพลงนี้ Wyman ใส่ลูกเล่นในเนื้อหา ตั้งแต่ต้นจนกลางจะมีคำว่า ‘คุณ’ มากกว่า ส่วนตอนท้ายเต็มไปด้วยคำว่า ‘ฉัน’ ทำให้เมื่อมองย้อนกลับดู เหมือนผู้เป็นฝ่ายเสียใจคือ ‘คุณ’ แต่แท้จริงแล้วเป็นการมองเห็นตัวเองในอดีต”

การปลอบใจผู้อื่นต้องใช้ความเฉลียวฉลาด ไม่ใช่พูดคำหวานซ้ำๆ แล้วจะได้ผล การร้องเพลงรักไม่สำคัญว่าศิลปินจะร้องสะอึกสะอื้นหรือไม่ แต่อยู่ที่สามารถสื่อสารความรู้สึกไปถึงผู้ฟังได้ “เพลงภาษาอังกฤษกับเพลงกวางตุ้งต่างกันมาก ภาษาอังกฤษไม่จำเป็นต้องเนื้อหาเข้มข้นเท่ากับเพลงกวางตุ้ง เพราะเน้นการสื่อสารผ่านดนตรี แต่เพลงช้ากวางตุ้งต้องการความเข้มงวดของเนื้อร้อง การออกเสียง การเน้นคำแต่ละคำส่งผลต่อการถ่ายทอดอารมณ์”

บางรูปแบบของจิน ลี
เพื่อรักษาการสร้างสรรค์ จิน ลี เล่าว่าศิลปินบางครั้งต้องใช้วิธีแปลกๆ เมื่อเจออารมณ์ลบ เธอจะปล่อยให้ตัวเองรู้สึกเจ็บปวดแล้วจดบันทึกความรู้สึกนั้นไว้ เพื่อเก็บไปใช้เวลาร้องเพลงหรือถ่ายเอ็มวี วิธีคิดนี้ทำให้เธอมีทั้งความเป็นเหตุผลและความเศร้าในเวลาเดียวกัน

เธอยอมรับว่าตัวเองมีหลายมุม บางครั้งเมื่อเผชิญกล้อง เธอจะเข้าสู่โหมดการแสดงผล ทำให้บางคนเห็นว่าเธอขาดความเป็นคนสบายๆ จิน ลี ให้ความสำคัญกับการแสดงออกและกังวลเรื่องการพูดผิด พยายามฝึกให้ปล่อยวางและหวังว่าสักวันจะพูดได้ว่า “ไม่เป็นไร จะพูดผิดก็ไม่เป็นไร”
มุขแห้งและภาพลักษณ์สาธารณะ
จิน ลี เข้าวงการมาเป็นเวลา 12 ปี เดินทางจากมาเลเซียมาทำงานคนเดียว แม้เส้นทางไม่ได้ราบรื่นทั้งหมด แต่เธอก็ไม่เคยพูดถึงการยอมแพ้ และแทบไม่มีข่าวด้านลบ คนส่วนใหญ่รู้จักเธอในฐานะนักร้องเพลงรักที่มีสไตล์ชัดเจน
เพลงหนึ่งของเธอชื่อ 〈浮世繪〉 คำว่า 浮世繪 หมายถึงศิลปะแบบญี่ปุ่นโบราณที่เริ่มในยุคเอโดะ โดยมักวาดภาพชีวิตประจำวัน เช่น หญิงงาม นักรบ หรือทิวทัศน์ ด้วยสีสันชัดเจน ปัจจุบันศิลปินร่วมสมัยมักผสมแนวคิดสมัยใหม่เข้ากับรูปแบบเดิม

จิน ลี ยอมรับว่าเธอไม่ถนัดการเป็น entertainer แบบต้องทำให้คนหัวเราะเป็นหลัก แต่เธอก็มีมุขแห้ง เมื่อวันหนึ่งทีมงานชมมุขของเธอว่า “มุขโดนแล้ว” เธอก็รู้สึกว่าตัวเองคุยเก่งขึ้นจากวันแรกที่เข้าวงการ

ความไม่รู้และความคิดย้อนหลัง
จิน ลี เป็นคนอยากรู้อยากลอง ไม่ชอบชีวิตที่จำเจ การเริ่มต้นสิ่งใหม่เป็นพลังให้เธอ เมื่อเข้าร่วมค่ายใหม่ เธอวางแผนเส้นทางเพลงและเตรียมออกซิงเกิลอย่างต่อเนื่อง มีแผนจะออกอัลบั้มปลายปี และแม้บางเพลงของปีหน้าจะถูกเตรียมไว้แล้ว

เธอเล่าว่าสมัยมัธยมเคยเป็นนักวิ่งระยะสั้น จึงเคยชินกับการเริ่มต้นใหม่ หลังจากออกจากจุดสตาร์ทแล้วก็ไม่หวนกลับไปคิดถึงจุดเริ่มต้นมากนัก จิน ลี กล่าวว่าเธอไม่ค่อยพูดว่า “ถ้ารู้ก่อนก็คงจะ…” ทุกเหตุการณ์ย่อมมีเหตุผล และแม้จะเลือกผิดก็ยังมีบทเรียนให้เรียนรู้

จิน ลี ว่าเธอเป็นคนที่ “เหมือนคนราศีกันย์มากกว่า” เธอเคยดูดวงและพบว่าตำแหน่งดาวหลายตำแหน่งชี้ไปที่ความพิถีพิถัน บางครั้งเธอเรียกความพิถีพิถันของตัวเองว่าเป็นเรื่องใหญ่ อาจมีคนเห็นว่าเธอยึดติดกับความถูกต้อง แต่เบื้องหลังคือเธอเต็มใจฝึกฝน เช่น ใช้เวลา 40 วันฝึกเพลงจนชำนาญก่อนขึ้นเวที
ผู้อำนวยการผลิต : Angus Mok
ช่างภาพ : Ricky Lo
คุมงานศิลป์ : Ricky Lo และ Mimi Kong
สไตลิ่ง : Mimi Kong ช่วยโดย Yoanah Chan
ช่างถ่ายวิดีโอ : Kason Tam และ Alvin Kong
ตัดต่อวิดีโอ : Kason Tam และ Alvin Kong
เมคอัพ : Circle Cheung @ndnco
ทรงผม : EveChiu @w work shop
ผู้สัมภาษณ์ : Ms. A
ชุดและเครื่องแต่งกาย : Anteprima, Ambush, Bottega Veneta, Christian Louboutin, Kev Yiu, Max Mara, Victor Chan Studio


