แอนสัน โล เริ่มต้นจากรายการ “全民造星” จนร่วมก่อตั้งวง MIRROR, รายการคัดเลือกรูปแบบเรียลิตี้ที่เปลี่ยนสมาชิก 12 คนจากคนธรรมดาเป็นศิลปินที่ได้รับความสนใจอย่างสูงในฮ่องกง
ถ้าพูดให้ตรงไปตรงมา ไม่มีการเต้นก็จะไม่มีแอนสัน โล, เรื่องนี้ไม่เกินจริงเลย นักเต้นโดยพื้นเพอย่างแอนสันยอมตัดสินใจพักการเรียนเพื่อตามความฝันในการเต้น ซึ่งครั้งหนึ่งสิ่งนี้เคยทำให้เขามีความขัดแย้งกับครอบครัว แม้ในตอนนั้นการเต้นจะยังไม่สามารถเลี้ยงชีพได้ แต่มันให้ความสุขและความพึงพอใจอย่างเต็มเปี่ยม การฝึกซ้อมที่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือบันไดที่พาเขาไปสู่โอกาสบนเวที เมื่อได้รับคำเชิญเข้าร่วมรายการ “全民造星” แม้จะหยุดอยู่ที่ 30 คนสุดท้าย แต่เขาก็ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิก MIRROR ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่สดใส
การเต้นไม่เพียงทำให้เขามีผลงานในหน้าที่การงาน แต่ยังเติมความมั่นใจและความกล้าเมื่อยืนอยู่บนเวที
บนเวทีแอนสัน โล มีทั้งความละมุนและความเข้มแข็งในเวลาเดียวกัน, ทั้งรูปลักษณ์และทักษะช่วยให้เขามีแฟนคลับจำนวนมากจนได้ฉายา “教主” ซึ่งหมายถึงผู้นำกลุ่มผู้ติดตามนับไม่ถ้วน นอกจากการเต้น แอนสันยังขยายงานสู่การแสดงและการร้องเพลง เขาเคยร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง “假冒女團” และรับบทนำในซีรีส์ “大叔的愛” โดยบท อามุก ทำให้เขาได้รับความรักจากผู้ชมอย่างมาก พร้อมกับการปล่อยซิงเกิลเดี่ยวลำดับที่หก “不可愛教主” ส่งผลให้ความนิยมของเขาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ตารางงานแน่น แต่เรายังหาเวลาพบนัดสัมภาษณ์เขาได้ไม่กี่ชั่วโมง ในบทสนทนาเมื่อพูดถึงความพึงพอใจจากงานและความสัมพันธ์กับการเต้น แววตาของแอนสัน โล เปล่งประกายและเล่าด้วยน้ำเสียงรื้นเริงจนผู้ฟังสัมผัสได้ถึงความสุขและความกตัญญู
ก่อนเริ่มการสัมภาษณ์ เราให้แอนสัน โล อธิบายบุคลิกตัวเองโดยละทิ้งภาพลักษณ์ของสมาชิก MIRROR, นักเต้น, “教主”, “阿撈” และบท อามุก เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นตัวตนที่จริงแท้ของเขา เขาเล่าให้ฟังถึงนิสัยและทัศนคติในการใช้ชีวิต ซึ่งเป็นโอกาสดีที่จะเข้าใจเสน่ห์ของแอนสัน โล ในมิติที่แท้จริง
หลังจากฟังคำบอกเล่าส่วนตัวของเขา เราก้าวเข้าสู่โลกภายในของแอนสัน โล ให้เขาสวมเสื้อผ้าที่ทำให้รู้สึกสบายสุดๆ นั่งแต่งหน้าเหมือนอยู่บ้านและพูดคุยแบบเป็นกันเอง แบ่งปันความรู้สึกล่าสุดและความหมายของการเต้นในชีวิตของเขา
แอนสัน โล, “การเต้นคือสิ่งที่แยกไม่ได้จากฉัน”
แอนสัน โล เริ่มหัดเต้นตั้งแต่มัธยมต้นและจริงจังยิ่งขึ้นในช่วงมหาวิทยาลัย, จนการเต้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขาอย่างไม่สามารถแยกออกได้ เขาบอกกับเราว่า “การเต้นกินเวลาส่วนใหญ่ของแอนสัน โล” และเมื่อได้ยินจังหวะบทเพลง เขาจะเต้นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เขาพูดว่า “ทุกครั้งที่ขึ้นแสดงแบบเต้น-ร้อง ผมไม่ต้องคิดมาก เพราะผมกำลังสนุก 100% กับสิ่งนั้น” การทิ้งความกังวลเรื่องเทคนิคไว้ข้างหลัง แล้วมอบตัวให้การแสดงเต็มที่คือหนทางสู่ความสุขบนเวที
ในปีนี้นอกจากงานหน้ากล้องหลายชิ้นแล้ว แอนสัน โล ยังแสดงพลังบนเวทีคอนเสิร์ตได้อย่างโดดเด่น เขาสามารถจัดคอนเสิร์ตกลุ่มครั้งที่สองภายในเวลาเพียงสองปีครึ่ง โดยเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาสวมชุดราตรีสีแดงสดบนเวที ด้วยท่วงท่าที่ผสานทั้งความเย้ายวนและพลังที่ระเบิดออกมา ทำให้การแสดงของเขาเป็นที่จับตามอง แม้จะมีโอกาสโชว์เดี่ยวมากขึ้น แต่เขามองคอนเสิร์ตรวมว่าเป็นการแสดงที่สำคัญสำหรับเห็นพัฒนาการของ MIRROR ทั้งวง

แอนสัน โล เล่าถึงความรู้สึกหลังคอนเสิร์ตว่า “12 คนในวงได้กลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้ง รู้สึกเหมือนผ่านเวลานานมาแล้ว” เขาย้อนความถึงคอนเสิร์ตครั้งแรกหลังเดบิวต์ ว่าเปลี่ยนจากคนธรรมดาเป็นศิลปินภายในเวลาแค่สองเดือน แต่กลับต้องรับมือกับคอนเสิร์ตซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ เขาจำได้ว่าเมื่อก่อนยังไม่แน่ใจว่าตัวเองจะทำได้หรือจะชวนคนดูมาได้มากแค่ไหน แต่ด้วยความกล้าแบบเด็กหนุ่มที่ยอมเสี่ยงเขาก็ผ่านมันมาได้ และสองปีครึ่งให้หลังเขาอยากให้ผู้ชมเห็นพัฒนาการของวงมากกว่าการแสดงเพียงอย่างเดียว
การยืนบนเวทีเป็นเรื่องที่ศิลปินผูกพันไปตลอดชีวิต สำหรับแอนสัน โล ไม่ว่าจะเป็นการแสดงกลุ่มบนเวทีหรือการเต้นในมิวสิกวิดีโอ เขาอธิบายความแตกต่างของการแสดงสองแบบนี้ว่า
“การยืนแสดงคนเดียวอาจรู้สึกโดดเดี่ยว แม้จะมีทีมแดนเซอร์อยู่ข้างหลัง แต่ทุกอย่างทั้งดีและไม่ดีจะเป็นความรับผิดชอบของฉันทั้งหมด” เขากล่าว, “แต่การแสดงร่วมกับสมาชิกอีก 11 คนใน MIRROR ให้ความรู้สึกเหมือนมีคนคอยดูแลและเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป ทั้งในการร้องและการเต้นช่วยแบ่งเบาภาระได้มาก”
แอนสัน โล, “การเต้นสอนผมให้เป็นตัวของตัวเอง”
จากครูสอนเต้นกลายมาเป็นหนึ่งในสมาชิก MIRROR แอนสัน เล่าว่านี่เป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญ เพราะก่อนหน้าสอนเต้นเพียงสองปีและเรียนเต้นอีกสองปี รวมแล้วเพียงสี่ปีในวงการเต้น เขาบอกว่าเขาอยู่วงสบายใจแล้ว แต่การออกจากพื้นที่คุ้นเคยเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมบันเทิงเต็มรูปแบบ ทั้งการร้องเต้น การถ่ายโฆษณาและงานด้านอื่นถือเป็นความเสี่ยงครั้งใหญ่ ต่อมาความเสี่ยงนั้นกลับให้ผลตอบแทนด้วยเวทีที่ใหญ่กว่าและรางวัลที่มาพร้อมกับมัน

ผลงานการเต้นของแอนสัน โล ไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการฝึกซ้อมอย่างหนักและความจริงใจในการแสดง เขาเล่าคำสอนของครูเต้นที่บอกว่า บุคลิกของคนสามารถสะท้อนผ่านการเต้นได้ แม้เพลงหรือสไตล์จะแตกต่างกัน แต่ร่องรอยของตัวตนจะปรากฏในภาษากายเสมอ เขากล่าวว่า “การเต้นไม่มีทางหลอกคนได้” เพราะหากไม่ใส่ใจจริงใจ การแสดงก็จะไม่สามารถสัมผัสผู้ชมได้
เต้นบนเวทีทำให้แอนสัน โล รู้สึกเป็นอิสระ
แอนสัน ยอมรับว่าแม้จะดูมั่นใจในฉากเต้น แต่เขายังมีความประหม่า “ก่อนขึ้นเต้นไม่ว่าจะบนเวทีหรือไม่ ผมมักจะตื่นเต้น แต่พอเพลงขึ้นและได้เต้น ผมจะผ่อนคลาย” เขาอธิบายว่าความรู้สึกนั้นละเอียดอ่อนและเกิดขึ้นเสมอเมื่อได้ยินจังหวะเพลง เขาจะพยายามจับจังหวะให้แม่นยำ เพราะรู้สึกว่าเพลงกับร่างกายเชื่อมเป็นหนึ่งเดียว การเต้นจึงเป็นสัญชาตญาณส่วนหนึ่งของเขา

เขาแสดงความคิดว่าหากชีวิตขาดการเต้นไปคงว่างเปล่า หลังเดบิวต์โอกาสบนเวทีเพิ่มขึ้นและเขาพัฒนาจนเป็นศิลปินรอบด้าน แม้ตอนนี้โอกาสในการเต้นจะลดลงจากช่วงเริ่มต้น แต่ทุกครั้งที่พูดคำว่า “เต้น” เขาจะตื่นเต้นและบอกทีมงานว่า “ว้าว เหมือนนานแล้วที่ไม่ได้เต้น” เขายอมรับว่าเขาคิดถึงมันและรู้สึกว่าชีวิตขาดบางอย่างถ้าไม่มีการเต้น
ในวันสัมภาษณ์เราเปิดเพลงให้เขาได้เต้นฟรีสไตล์, เมื่อเพลงเริ่มเขาไม่ต้องซ้อมอะไรเพิ่มเติม เผยท่วงท่าธรรมชาติของนักเต้น ความลื่นไหลและความมั่นใจในการเคลื่อนไหว สร้างเสียงปรบมือและคำชมจากผู้ชมในกองถ่าย
เมื่อความรักกลายเป็นอาชีพ แอนสันบอกถึงความฝันเล็กๆ ว่าอยากเปิดโรงเรียนสอนเต้นแบบครอบครัว เพื่อถ่ายทอดจิตวิญญาณของการเต้นให้กับนักเรียน และหวังว่านักเรียนทุกคนจะออกจากคลาสด้วยความตื่นเต้นและแรงบันดาลใจ
“ตัวจริงของผมไม่สมบูรณ์แบบเหมือน อามุก”
ก่อนเดบิวต์เขาตั้งใจให้ทุกการแสดงเป็นการท้าทายตัวเอง พอเป็นศิลปินแล้วมีความคาดหวังจากผู้ชมเพิ่มขึ้น ทำให้ความกดดันผลักดันให้เขาพัฒนา ตัวแอนสัน ยังคงถ่อมตัวและมองว่าตัวเองยังเป็นคนที่ “พอได้” เท่านั้น แต่เราเห็นความก้าวหน้าเมื่อเขาได้ทดลองงานแสดง

ซีรีส์ฮิตล่าสุด “大叔的愛” สร้างกระแสให้คนพูดถึงมาก บท อามุก ที่แอนสันรับบทเป็นชายอ่อนโยนและอบอุ่นต่อ田田 (รับบทโดย 呂爵安) ทำให้ผู้ชมซาบซึ้งแต่เขากลับบอกว่าบทนี้เป็นคนที่อุดมไปด้วยความอ่อนโยน 100% ซึ่งตัวเขาเองไม่ใช่แบบนั้นในชีวิตจริง เขายอมรับว่าในความสัมพันธ์เขาเป็นฝ่ายรุกและชอบการสื่อสารแบบตรงไปตรงมา มากกว่าที่จะถอยออกเพื่อเอาใจฝ่ายตรงข้าม เขาพูดอย่างเห็นใจว่า “จริงๆ แล้วโลกใบนี้อาจจะโดดเดี่ยวได้เหมือนกัน”

ก่อนหน้านี้เขาแสดงร่วมกับสมาชิก MIRROR ในผลงานเช่น “男排女將”, ซีรีส์ไต้หวัน “超感應學園” และภาพยนตร์ “假冒女團” ระหว่างเปลี่ยนบทบาทจากนักร้อง-นักเต้นสู่นักแสดง เขาเล่าว่าการแสดงไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ตอนแรกเขาตื่นเต้นจนพูดหนึ่งคำก็เหงื่อออก แต่เมื่อสะสมประสบการณ์จึงคลายความกังวลลง
ก่อนเล่น “大叔的愛” เขาดูเวอร์ชันญี่ปุ่นเพื่อศึกษาบทบาทและซาบซึ้งในผลงานต้นฉบับ เขาไม่อยากทำให้ต้นฉบับเสียหาย จึงเตรียมเพลย์ลิสต์เพลงส่วนตัวเพื่อช่วยให้เข้าถึงอารมณ์ของ อามุก ความตั้งใจนี้แสดงให้เห็นว่าเขาจริงจังกับการแสดงนอกเหนือจากการเต้น

แอนสัน โล อยากสำรวจมุมใหม่ของตัวเอง
แม้บทบาทที่เขาได้ส่วนใหญ่เป็นชายอบอุ่น แต่แอนสันต้องการท้าทายตัวเองด้วยบทที่มีคาแรกเตอร์แตกต่าง เช่น ตัวร้ายหรือตัวละครก้าวร้าว เขาบอกว่าทุกครั้งที่รับบท เขาจะใส่ประสบการณ์ส่วนตัวและความทรงจำลงไปเพื่อทำให้ตัวละครมีความมนุษย์และเชื่อได้ เขาหวังเป็นนักแสดงที่เชื่อมั่นในบทภาพยนตร์ เพราะเมื่อเชื่อบทแล้วการแสดงจะลงตัว 100%

“ไม่ว่าจะเป็นการแสดงบนเวทีหรือการแสดงในหนัง ก็ต้องเป็นตัวจริงของตัวเอง ผู้ชมถึงจะชอบ” เขากล่าว
เมื่อเราถามถึงความต่างระหว่างการเต้นกับการแสดง เขาพยักหน้าและตอบด้วยความตั้งใจว่า “ผมพบว่าจริงๆ แล้วทั้งสองมีความใกล้เคียงกัน ถึงแม้ธรรมชาติของงานต่างกัน แต่การที่คุณต้องมีคุณภาพทางจิตใจที่จริงใจเหมือนกัน หากคุณไม่เชื่อในพลังของตัวเอง ผู้ชมก็จะไม่รู้สึก” ความจริงใจจึงเป็นกุญแจสำคัญจากการเต้นสู่การแสดง
แอนสัน โล หวังจะรักษาไฟแห่งความหลงใหลไว้เสมอ
เขาบอกว่าทุกคนมักมีเกราะป้องกันตัวเอง เวลาปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นมักอยากแสดงด้านที่ดีที่สุด แต่เขาเชื่อว่าในทั้งการแสดงและการใช้ชีวิต ควรรักษาความจริงใจไว้เสมอ ผู้ชมจะรักคุณเมื่อเห็นความจริงใจนั้น
ท้ายการสัมภาษณ์ เราถามเขาว่า “อยากให้แอนสัน โล เป็นคนแบบไหนในอนาคต” เขายิ้มและตอบว่า “ผมอยากให้แอนสัน โล เป็นคนที่ยังคงมีความกระตือรือร้น” ไม่ใช่เพื่อแสงสีของชื่อเสียง แต่เพื่อกลับไปเป็นเด็กหนุ่มคนนั้นที่กล้าเดินสู่อนาคตที่ไม่รู้ เขาหวังว่าอีกห้าหรือสิบปีข้างหน้า ความกระหายในการทำงานและความรักต่อคนและสิ่งต่างๆ จะไม่เสื่อมคลาย

ไม่ว่าเป็นเวทีการร้องเต้นหรือเวทีการแสดง เมื่อแอนสัน โล ยืนอยู่ตรงนั้น เราจะเห็นความมุ่งมั่นในงานศิลปะของเขา เวทีเป็นเสมือนการไถ่บาปและความเชื่อของเขา, แล้วเสน่ห์และความซื่อสัตย์ต่อการแสดงของเขาก็กลายเป็นความศรัทธาของบรรดาแฟนคลับ เมื่อย้อนมองเส้นทางที่ผ่านมา ศิลปินหนุ่มฝากข้อความถึงตัวเองในอนาคตอย่างจริงใจ
เราหวังว่าในเส้นทางข้างหน้า แอนสัน โล จะนำความกล้าและความหลงใหลในการไล่ตามความฝันไปสู่การแสดงด้านอื่นๆ และเผยอีกหลายมุมของตัวเองให้ผู้ชมได้เห็น
–
Executive Producer: Angus Mok, Producer: Vicky Wai, Photography: Matt Yau, Videography: Anson Chan, Andy Lee, Styling: Vicky Wai, Make Up: Rainbow Chung @ Annie.G Chan Makeup, Hair: Denny Ku @ Chic Private i Salon, Video Editor: Anson Chan, Editor: Carson Lin, Ruby Yiu, Designer: Tanna Cheng, Jewellery: BVLGARI, Wardrobe: Gucci, Celine, Tom Ford, Loewe


