ภาพเหมือน เวลาไหลผ่านอย่างไม่หยุดยั้ง ทิ้งร่องรอยลึกบ้างตื้นบ้างไว้บนใบหน้าของแต่ละคน จึงมีความพยายามใช้ภาพหรือรูปทรงเพื่อเก็บรักษารูปลักษณ์ที่งดงามที่สุดไว้ ช่วงเริ่มต้นของภาพเหมือนคือการจับแสงเงาและการขีดเส้นรายละเอียด แต่เบื้องหลังโครงสร้างของรูปหน้าแต่ละแบบนั้น แฝงด้วยเรื่องราวอย่างไรบ้าง? ศิลปินท้องถิ่น ชาน อาลิก (塵阿力 / Alex Chan) เป็นคนที่รักหนังอย่างจริงจัง ความหลงใหลในภาพยนตร์ผลักดันให้เขาใช้พู่กันบันทึกความประทับใจของบทบาทบนจอ และเหมือนกับชาวฮ่องกงส่วนใหญ่ เขาเติบโตมาพร้อมกับประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ฮ่องกงตลอดหลายทศวรรษ
จากงานด้านภาพและดีไซน์ที่ทำมานานครึ่งชีวิต แม้ไม่เคยได้รับการศึกษาในระบบศิลปะอย่างเป็นทางการ แต่ด้วยความรักในหนังและการวาดภาพ Alex กลับมาหยิบพู่กันอีกครั้งในปี 2017 เปิดเพจชื่อ “塵阿力映畫” เพื่อเผยแพร่ผลงาน หลังผลงานถูกพูดถึงมากขึ้น เขาได้รับเชิญให้วาดโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์จากบริษัทผู้สร้างหนัง มีโอกาสร่วมงานกับ Hong Kong Film Awards ในงานวาดภาพตีพิมพ์หนังสือรวมผลงานส่วนตัวชื่อ《星塵画報》 และผลงานของเขายังได้แสดงบนเวทีอีกด้วย งานภาพเหมือนของเขามักสร้างความประหลาดใจให้ผู้ชมเสมอ
ไม่ว่าจะเป็นตัวละครภาพยนตร์ วงดนตรี นักกีฬา หรือคนธรรมดา ชาน อาลิก ให้ความสนใจบันทึกเรื่องราวเฉพาะตัวของแต่ละบุคคลด้วยการปั้นภาพเหมือน แตกต่างจากการจัดองค์ประกอบเชิงสร้างสรรค์ทั่วไป ภาพเหมือนยังคงมีความต้องการในเรื่อง “ความคล้าย” อยู่มาก คนหน้าเป็นองค์ประกอบที่ทำให้เขาหลงใหลในรายละเอียดของคิ้วตา และทำให้เขาอยากใช้ภาพเหมือนเล่าเรื่อง ตอนนี้ในซีรีส์ “藝城遊記” เราตามเขากลับไปยังที่ที่เติบโต—ไซหว่าน (西環, ย่านหนึ่งบนเกาะฮ่องกง) เพื่อดูว่าบรรดาสถานที่ชมภาพยนตร์ในอดีตช่วยจุดประกายเส้นทางการวาดของเขาอย่างไร
“ภาพยนตร์กับฉันไม่เคยแยกจากกันเลย”
หากจะเล่าที่มาของความผูกพันระหว่าง Alex กับภาพยนตร์ อาจต้องเริ่มจากความทรงจำในวัยเด็ก เขาเติบโตในย่านไซหว่าน บริเวณ Shek Tong Tsui และเคยอาศัยบนเรือแพช่วงหนึ่ง ความบันเทิงในวัยเยาว์ไม่มากนัก การอ่านการ์ตูนและการวาดรูปกลายเป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่ Alex เล่าให้ฟังว่าเพราะพ่อชอบดูหนัง ครอบครัวจึงมักพากันไปดูตามโรงหนังใกล้บ้านเมื่อมีเวลาว่าง

ในอดีตไซหว่านเคยมีโรงภาพยนตร์สองสามแห่ง อิทธิพลจากพ่อทำให้เขารักการดูหนัง การใช้ชีวิตบนเรือทำให้เขาเติบโตเป็นหนุ่ม จากนั้นเขานั่งรถราง (ding ding) ไปทั่วเกาะ แต่สิ่งที่ไม่เคยห่างคือโรงภาพยนตร์ แม้ย้ายออกจากที่อยู่เดิม ความทรงจำบางส่วนก็ยังคงอยู่กับไซหว่าน และโดยไม่รู้ตัว เขาได้พาเมมโมรีของชุมชนนี้ไปด้วย

Alex เล่าว่า “ตอนแรกอยากบันทึกเรื่องราวที่ย่านนี้ให้เป็นภาพ หากใช้สิ่งที่ถนัดที่สุดคือการวาดภาพ อาจจะวาดภูมิทัศน์ไซหว่าน แต่การวาดวิวไม่ใช่จุดแข็งของผม สักพักผมก็รู้ว่าไม่จำเป็นต้องบีบตัวเองให้คิดหาสิ่งที่เชื่อมโยงกับที่นี่ แต่สิ่งที่ผมสัมผัสบ่อยที่สุด เช่น ภาพยนตร์ กลับมีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับไซหว่าน ความรู้เกี่ยวกับหนังที่ผมมีและสิ่งที่หนังมอบให้ล้วนมาจากโรงภาพยนตร์ในไซหว่าน”

“ผมหวังให้คนอื่นจากภาพเหมือนของผมได้รู้ว่าบุคคลนั้นเป็นคนอย่างไร”
จากการดูหนังหลายปี Alex เริ่มสะสมผลงานของผู้กำกับและภาพยนตร์ที่เขาชื่นชอบ เขาอยากให้ผู้คนไม่เพียงจับตามองหนังเรื่องปัจจุบันเท่านั้น แต่หนังเก่าหลายเรื่องก็ยังคุ้มค่าที่จะสนใจ ด้วยเจตนาที่อยากแบ่งปันภาพยนตร์ดีๆ เขาจึงถ่ายทอดความรู้สึกต่อภาพยนตร์ผ่านการวาดภาพ และสร้างภาพเหมือนของตัวละครคลาสสิกจำนวนมาก
ตั้งแต่ 《傾城之戀》 (1984) ของผู้แสดงบางรุ่น, 《秋天的童話》 (1987) ที่มี 鍾楚紅, ไปจนถึง 《甜蜜蜜》 (1996) กับ 張曼玉 และหลังยุคสหัสวรรษอย่าง 《玻璃之城》 (1997) ของ 舒淇 หรือผลงานล่าสุดอย่าง 《幻愛》 (2019) ของ 蔡思韵 เป็นต้น ตัวละครจากยุคต่างๆ มีอิทธิพลต่อการทำงานของเขาเสมอ

ฝีมือในการทำให้ภาพคล้ายต้นฉบับของ Alex เป็นที่ยอมรับแล้ว แต่สิ่งที่ยิ่งน่าสนใจคือลักษณะการใช้เทคนิคที่ให้ความรู้สึกเหมือนภาพยนตร์ เขากำหนดสัดส่วนภาพในหนังสือภาพไว้ที่ 2.35:1 ซึ่งเป็นสัดส่วนจอกว้างที่โรงหนังใช้กัน เพื่อให้ผู้อ่านเมื่อเปิดหนังสือแล้วได้ความรู้สึกเหมือนชมภาพยนตร์บนจอใหญ่นั่นเอง เป็นการออกแบบที่ค่อนข้างตั้งใจ
Alex กล่าวว่าภาพยนตร์สำหรับเขาไม่ใช่การสอนอย่างตรงไปตรงมาว่าองค์ประกอบหรือสีไหนจึงจะสวย แต่เป็นเรื่องของ “การแสดงออก” ในงานหนึ่งๆ ว่าผู้กำกับใช้สภาพแวดล้อม ตัวละคร และบทสนทนาอย่างไรในการขับเคลื่อนเรื่องราว ซึ่งทำให้เขาจับจ้องการแสดงของนักแสดงและนำไปสู่การสำรวจรายละเอียดของใบหน้า

ในหมู่หัวข้อที่เขาสนใจเป็นพิเศษ คือภาพบุคคล Alex บอกว่า “สิ่งที่ผมสนุกที่สุดในการวาดภาพคนคือ ทุกองค์ประกอบของใบหน้าหรือร่างกายมีโครงสร้างเฉพาะตัว คุณต้องเข้าใจโครงสร้างนั้นก่อน แล้วค่อยขยายออกไป จึงจะรู้ว่าแต่ละคนถูกสร้างขึ้นมาอย่างไร” คนทั่วไปอาจคิดว่าภาพเหมือนเป็นแค่การจำลองความเหมือน แต่การจะวาดให้ดีนั้นต้องอาศัยการสังเกตจากรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ
Alex บอกว่าเขาใช้เวลามากที่สุดกับดวงตา “การใช้ลักษณะของอวัยวะทั้งห้าเพื่อสร้างคนหนึ่งคนนั้นเป็นจักรวาลขนาดใหญ่” แทนที่จะพอใจแค่คำชมว่า “เหมือนมาก” เขาหวังจะนำมุมมองภายในของตัวละครมาให้ผู้ชมเห็น ให้ภาพเหมือนทั้งรูปและจิตวิญญาณ
“ผมใช้เวลามากในการเลือกช่วงเวลาที่ดีที่สุด”
แตกต่างจากการสร้างงานกราฟิกทั่วไป ภาพเหมือนต้องการความสมจริงมากกว่า ทำให้เสรีภาพในการสร้างสรรค์ถูกจำกัด แต่การวาดหน้าที่มิใช่หน้าของตัวเองบ่อยครั้งทำให้ Alex คิดว่าเขาได้ใส่ “ตัวเอง” เข้าไปในงานมากน้อยแค่ไหน

เขาเล่ากระบวนการสร้างสรรค์ว่าเพื่อให้จับอารมณ์ของแต่ละคนได้ ไม่ใช่แค่ลงพู่กันทันที แต่เตรียมข้อมูลมาก่อน Alex อธิบายว่าเมื่อทำหนังสือ《星塵画報》ต้องวาดตัวละคร 90 ตัวจากภาพยนตร์กว่า 80–90 เรื่อง การจะเลือก “moment” ที่สื่อถึงตัวละครในหัวใจนั้น แค่ค้นจาก Google อย่างเดียวไม่พอ เขาต้องดูหนังซ้ำหรือหาช็อตอื่นๆ แล้วจับเฟรมครึ่งวินาทีหรือแม้แต่หนึ่งภาพนิ่งเพื่อ Capture ช่วงเวลาที่ต้องการ

เมื่อเลือกภาพได้แล้ว ยังต้องพิจารณาสี แสงเงา และมุมของใบหน้า เพื่อให้สามารถตรึงฉากที่คิดไว้ได้ ทุกภาพเหมือนจึงเป็นผลของความพยายามทั้งนั้น เขาเปรียบกระบวนการนี้ว่าเจ็บปวดแต่สนุกยิ่งนัก การค้นหาตัวเองในงานไม่ได้เกิดจากลายเส้นเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มตั้งแต่ก่อนลงพู่กัน

ความสนุกไม่ได้จำกัดเพียงการคัดเลือกภาพ เขายังมักได้พบความประหลาดใจใหม่ๆ ในระหว่างวาด Alex หัวเราะว่า “ก่อนวาดผมมักมีความคิดบางอย่างเกี่ยวกับคนนั้น แต่พอวาดเสร็จกลับพบว่าความรู้สึกนั้นเปลี่ยนไป ความเข้าใจของผมต่อบุคคลนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เหตุผลหนึ่งที่ผมชอบวาดภาพคนคือผมเองก็ได้มีโอกาสรู้จักคนเหล่านั้นใหม่อีกครั้ง”
“การสร้างสรรค์ทำให้ผมมีโอกาสสัมผัสกับตัวละครที่วาดจริงๆ สิ่งเหล่านี้เป็นผลลัพธ์ที่ผมไม่คาดคิด”

เมื่ออ่าน《星塵画報》และฟัง Alex เล่า เราจึงเห็นว่าการสร้างสรรค์ไม่ได้ทำให้เขารู้จักแค่ตัวละครบนจอหรือเวทีเท่านั้น แต่ยังเป็นการสะท้อนชีวิตของเขาเอง ในหนังสือแต่ละภาพเขียนข้อความเล่าถึงความเห็นต่อหนังหรือความผูกพันของเขากับภาพยนตร์เรื่องนั้น
เขาเล่าว่า “หลายคนที่อ่านหนังสือเล่มนี้เข้าใจว่ามันคือการเล่าเรื่องตัวตนของผม ซึ่งถือเป็นเรื่อง ‘เอาใจตัวเอง’ บ้าง โดยผู้อ่านนอกจากจะได้รู้จัก 90 ตัวละครหญิงในหนังที่ผมวาดแล้ว ยังอยากรู้ด้วยว่าผมเป็นคนแบบไหน” หนังสือเล่มที่มีลักษณะกึ่งอัตชีวประวัติเล่มนี้กลายเป็นเครื่องหมายสำคัญของความรักในหนังและการวาดภาพของเขา และทำให้เขาทบทวนช่วงชีวิตที่ผ่านมา พร้อมกับเปิดโอกาสไม่คาดฝัน

ย้อนกลับไป จุดเริ่มต้นของโอกาสต่างๆ มาจากการที่เขารู้จักผู้กำกับผ่านภาพยนตร์เรื่อง “逆流大叔” (Backflow Uncle? ชื่อภาพยนตร์) จนได้ร่วมงานกับผู้กำกับ 陳詠燊 และต่อมาได้รับเชิญให้วาดภาพรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลนักแสดงนำหญิงของ Hong Kong Film Awards จากนั้นมีสำนักพิมพ์ติดต่อให้ตีพิมพ์ผลงานของเขา รวมถึงได้ร่วมวาดให้สถานีวิทยุ叱吒อีกด้วย ใครจะคิดว่าการวาดรูปสามารถเปิดประตูให้โอกาสมากมายขนาดนี้
ถ้าพูดถึงผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คงเป็นการที่จากการวาดตัวละครบนหน้าจอ กลายมาเป็นการได้พบตัวละครเหล่านั้นในชีวิตจริง เมื่อปีที่ผ่านมา Alex มีโอกาสร่วมงานวาดให้รายการโทรทัศน์ “導演·門” โครงการที่กินเวลาสามเดือน ให้เขาวาด 21 ภาพเป็นของขวัญแก่ผู้กำกับ 21 คน นอกจากได้ปล่อยพลังการวาด ยังได้พบกับไอดอลผู้กำกับเหล่านั้นด้วย
นอกจากนี้ การแชร์ผลงานบนโซเชียลยังทำให้เขาได้รู้จักศิลปินบางคนที่เคยวาดภาพพวกเขาเอง เขายอมรับว่าสิ่งเหล่านี้เป็นความสัมพันธ์อันน่าประหลาดใจ สายเส้นแห่งการสร้างสรรค์เหมือนเชื่อมเขาไปยังผู้คนและเหตุการณ์ที่เคยคิดว่าสัมผัสไม่ได้ นี่อาจเป็นพลังอันวิเศษของการสร้างสรรค์ตามที่เขาว่า

ท้ายที่สุดแล้ว Alex สนใจไม่ใช่จำนวนคนที่เห็นผลงาน แต่หวังว่าผู้ชมจะมองเห็นตัวละครจากงานของเขา และนึกย้อนถึงความทรงจำร่วมของยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นด้านดนตรี ภาพยนตร์ หรือวัฒนธรรม เขากล่าวว่า “ถางผู้คนสนใจหนังหรือเพลงบางชิ้นเพราะผลงานของผม นั่นก็เป็นเรื่องดีแล้ว”
ในช่วงสองถึงสามปีที่ผ่านมาเพราะการระบาด ผู้คนมีเวลาให้ความสนใจนักแสดง ผู้กำกับ นักร้อง และกลุ่มศิลปินหน้าใหม่มากขึ้น Alex เห็นว่าในวงการท้องถิ่นยังมีดาวรุ่งอีกมาก เขาจึงหวังใช้ศิลปะร่วมผลักดันวัฒนธรรมป๊อปและคลาสสิกให้แพร่หลาย โดยเล่าเรื่องผ่านภาพเหมือน เพื่อให้ผู้คนรู้จักและสนใจคนในวงการนี้มากขึ้น

เมื่อพูดถึงศิลปินรุ่นใหม่ที่ร้องและแสดง Alex ให้คำชมว่า “ผมเชื่อว่าพวกเขาจะยิ่งดียิ่งขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป และจะมีคนรู้จักมากขึ้น แม้ผมจะช่วยในเชิงปฏิบัติไม่ได้มาก แต่อย่างน้อยผมสามารถบอกคนที่ติดตามผลงานให้ลองฟังและติดตามพวกเขาได้” การรวมพลังของคนจำนวนมากมุ่งความสนใจสู่ผู้สร้างสรรค์ในฮ่องกงก็เป็นการสร้างคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง Alex ในฐานะศิลปินหวังจะใช้พู่กันต่อไป สำรวจจักรวาลในดวงตาของแต่ละคนผ่านภาพเหมือน
Executive Producer: Angus Mok
Producer: Mimi Kong
Interview & text: Ruby Yiu
Videographer: Andy Lee, Alvin Kong
Photographer: Ken Yeung
Video Editor: Andy Lee
Designer: Michael Choi
Location: 3birds Coworking Space
Special Thanks: Alex Chan


