แอนสัน บีน (ANSONBEAN / 陳毅燊) เป็นพลังใหม่ของฮ่องกงที่กำลังเติบโต หลังจากความฮิตของรายการ《全民造星III》ที่สร้างบอยแบนด์สุดป็อปให้กับเกาะทั้งเกาะ เมื่อปีที่ผ่านมาเขา — ANSONBEAN (陳毅燊) — ก็ก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งชื่อร้อนแรงในวงการเพลงและแฟชั่น
แอนสันมีตาเดี่ยว เมื่อยิ้มดวงตาจะกลายเป็นเส้นเดียวแลดูละมุน คู่กับรอยยิ้มสดใสที่มองแล้วรู้สึกไร้เดียงสา นี่คือเสน่ห์สำคัญที่ทำให้หลายคนหลงรักเขา นอกจากรูปลักษณ์แล้ว แอนสันยังปล่อยพลังความสดใสจากทุกอิริยาบถ ซึ่งเป็นเหตุผลให้กรรมการระดับดาวหลายคนสะดุดตาเมื่อเขามาปรากฏตัวในรอบออดิชันของ《造星III》ครั้งแรก
ย้อนกลับไปตอนเข้าแข่ง เขาเป็นเพียงหนุ่มอายุสิบเก้าปีและเพิ่งขึ้นปีหนึ่งเท่านั้น ตอนนี้แอนสันกำลังจะฉลองวันเกิดครบรอบ 21 ปี แม้เปิดตัวได้ไม่ถึงปีแต่เขาก็เซ็นสัญญากับ Cool Style ของ กู่เทียนเล่อ (古天樂) ในฐานะศิลปินคนแรกของค่าย และยังเป็นขาประจำในแคมเปญแบรนด์ใหญ่ ทำให้การเดบิวต์ของเขาดูราบรื่นและเปี่ยมโชค
โชคดีอาจมาเคียงคู่ แต่พรสวรรค์และความพยายามไม่อาจขาดได้
แอนสันได้รับการถ่ายทอดดีเอ็นเอการเต้นจากคุณแม่ เขาจึงเติบโตมากับการเต้นและดนตรีตั้งแต่เด็ก เขาบอกว่าเป็นคนชอบความท้าทายและไม่เคยพอใจกับสถานะเดิมๆ จึงชอบก้าวออกจากพื้นที่สบายไปลองสิ่งใหม่ๆ เพื่อค้นหาศักยภาพหลายด้าน แม้ไม่ถนัดการแร็ป แต่ในการแข่งขันเขากลับเลือกใช้แร็ปเป็นอาวุธสู้กับคู่แข่ง “ยิ่งยากเท่าไร ยิ่งต้องท้าทาย” — ความเชื่อที่ไม่กลัวความล้มเหลวและพร้อมเปลี่ยนตัวเอง ทำให้แอนสันแสดงพลังความเป็นคนหนุ่มได้อย่างเด่นชัด
เมื่อให้เขาคิดคำหนึ่งคำเพื่อประกอบการถ่ายแบบ เขาตอบว่าเป็นคำว่า “HULK” พลังที่ซ่อนอยู่ในตัวเขาเป็นอย่างไร ในฐานะศิลปินเดบิวต์ เขามีความคาดหวังต่อคนรุ่นใหม่และต่อตัวเองอย่างไร? ไม่ต้องรอนาน เขาก็พร้อมขึ้นกล้องให้คุณได้สัมผัสพลังของเขาในฉบับเดือนตุลาคมนี้
“ฉันก็อยากทำเพลงที่มีผลกระทบต่อคนอื่นเหมือนพวกเขา”
“ผมรู้สึกว่าจุดเด่นของผมคือความ ‘กระโดด’ “
เมื่อให้แอนสันบอกลักษณะนิสัยของตัวเอง เขาตอบทันทีว่าตัวเองมีความเป็นคน “กระโดด” อาจเป็นเพราะเขาเติบโตมากับการเต้น?
ภูมิหลังของแอนสันถือเป็นข้อได้เปรียบและหลักฐานชั้นดีที่พิสูจน์ความสามารถของเขา แม่ของเขาเป็นครูสอนเต้นที่มีประสบการณ์สามสิบปี เขากับน้องชายฝึกเต้นตั้งแต่เด็กภายใต้การดูแลของแม่ ทำให้มีพื้นฐานที่แข็งแรง เขาเป็นแฟนตัวยงของสตรีทแดนซ์ เคยไปเรียนต่อที่อังกฤษ และแม้ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจกลับฮ่องกงเพื่อหาโอกาสแสดงและเต้นควบคู่การเรียน ก่อนจะเข้าร่วม《造星III》และคว้าตำแหน่งที่สาม (季軍) ด้วยเสียงเชียร์จำนวนมาก เปิดเส้นทางสู่วงการบันเทิง

ความ ‘กระโดด’ ของเขายังหมายถึงความคิดที่ร่าเริงและรวดเร็ว
“บางทีผมคิด พูด หรือแม้แต่เวลาถ่ายทำ สมองของผมมักจะมีอะไรเด้งออกมา ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองค่อนข้าง ‘กระโดด'” ในการถ่ายทำแอนสันแทบไม่หยุดเพื่อให้การแสดงออกดีที่สุด เขาจะคลานลงพื้นเพื่อวิดพื้น หยิบเก้าอี้ขึ้นมาทำเวท วิ่งกระโดดเดินไปมา เต็มไปด้วยพลังและความสดใส เป็นตัวอย่างของความเป็นวัยรุ่นเต็มขั้น
นิสัยตรงไปตรงมาทำให้เขายอมรับว่าแหล่งพลังของความกระโดดมาจากการไม่ชอบคิดมาก พูดอยากพูดก็พูด ทำอยากทำก็ทำ ทำให้เขาเป็นคนใจร้อนอยู่บ้าง “ไม่ว่าจะเวลาไหน โดยเฉพาะตอนแสดงหรือพูด” เขาเล่าว่าเพราะใจร้อนทำให้เวลาพูดมักแสดงออกไม่เป็นระบบ แต่ข้อดีคือเขาเดินขึ้นเวทีด้วยพลังเต็มเปี่ยม “เป็นข้อเสีย แต่ถ้านำมาใช้ให้เป็น ผมว่าเป็นข้อดี”

เขาพยายามเปลี่ยนความใจร้อนให้เป็นพลังกระตุ้น และก็รู้ว่าข้อดีควรเก็บไว้ ส่วนข้อเสียต้องปรับ “ผมหวังจะปรับตรงที่ใจร้อนให้เย็นลง เพื่อจะได้ทำการแสดงหรือเรื่องราวต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น และทำให้ตัวเอง enjoy มากขึ้น”
ด้วยความเต้น ความโดด และบุคลิกกระฉับกระเฉง หนุ่มคนนี้จึงกระโดดเข้าสู่วงการได้อย่างประสบความสำเร็จ
ก่อนเข้าวงการ แอนสันรู้จักวงการเพลงผ่านการฟังเพลง “ผมได้ยินคนใช้เพลงถ่ายทอดความในใจหรือมีผลกระทบกับคนอื่น ผมรู้สึกว่าเพลงมีพลังมาก” เขาบอกว่าได้ฟังเรื่องราวของศิลปินต่างๆ จึงอยากทำเพลงที่มีผลกระทบแบบนั้นบ้าง นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ผลักดันให้เขาอยากเป็นนักร้อง และเมื่อความฝันกลายเป็นความจริง เขาหวังจะเล่าเรื่องราวและส่งข้อความของตัวเองออกไปให้ผู้ฟัง
“เมื่อทำลายของเก่าเพื่อสร้างของใหม่ ก็คือการท้าทายตัวเอง”
“เพราะชีวิตมีโอกาสครั้งเดียว ผมคิดว่ามีหลายเรื่องให้ลองทำ”
จากบทสัมภาษณ์ แอนสันชื่นชม Michael Jackson และ เลสลี่ เจิ้ง (張國榮) เป็นแรงบันดาลใจตั้งแต่เด็ก “ศิลปินทั้งสองเป็นตำนาน พวกเขาเป็นแรงบันดาลใจแรกๆ ที่ทำให้ผมชอบการแสดง ผมดูคลิปของพวกเขามาก เห็นความมั่นใจบนเวที และการที่พวกเขาทดลองสิ่งใหม่ๆ ผมคิดว่าคุณสมบัติเหล่านี้น่าศึกษา น่าเรียนรู้”

แอนสันมองว่าการทำลายของเก่าแล้วตั้งของใหม่เป็นการท้าทายตัวเองให้ก้าวออกจากพื้นที่สบาย เพราะเขาเชื่อว่า “ชีวิตมีโอกาสครั้งเดียว ถ้าเราไม่ท้าทายตัวเองก็อาจพลาดโอกาส”
เมื่อพูดถึงคำว่า “ใหม่” ในฐานะศิลปินหน้าใหม่ของวงการ เขาเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงมาจากการเคลื่อนไหวของยุคสมัยและวัฒนธรรม การสร้างสรรค์มาจากชีวิตประจำวัน และสำหรับแอนสัน การจะคิดสิ่งใหม่ต้องอาศัยชีวิตรอบตัวเป็นแรงบันดาลใจ เขาอธิบายอย่างจริงจังว่าทุกการเปลี่ยนแปลงมาจากสิ่งรอบตัว หากสามารถนำเรื่องในชีวิตมาสร้างเป็นผลงานได้ นั่นคือพื้นฐานสำคัญ
แม้ว่าหน้ากล้องเขาจะเคลื่อนไหวไม่หยุด แต่ภายในกลับมีความเย็นและชัดเจน
คนรุ่นใหม่ได้รับความคาดหวังจากวงการเพลงอย่างมาก ทั้งเป็นแรงผลักดันและภาระ ในมุมมองของแอนสัน คนรุ่นใหม่ควรมีอะไรบ้าง?
“ควรมี…” เขาหยุดคิดเป็นครั้งแรกในการสัมภาษณ์ ก่อนตอบอย่างตั้งใจว่า “ต้องรู้จัก ‘การรับรู้’ หรือการรู้สึกกับสิ่งรอบตัว”

ความมั่นใจ ทัศนคติ ความกล้า และเป้าหมาย คือสิ่งพื้นฐานที่ศิลปินหน้าใหม่ต้องมี แต่แอนสันกลับบอกว่าก่อนจะก้าวไปอย่างมั่นคง ควรถอยหนึ่งก้าวให้ความรู้สึกรับรู้ชีวิต แล้วแรงบันดาลใจจะตามมา “คือให้รับรู้เรื่องรอบตัวให้มากขึ้น แล้วการสร้างสรรค์จะมีไอเดียมากขึ้น” เขายอมรับว่าตัวเองยังต้องเรียนรู้อีกมาก
เมื่อถามถึงคุณสมบัติที่เขาชื่นชมจากสองไอดอล แอนสันตอบว่า “ความมั่นใจและสไตล์” เพราะจากไอดอลทั้งสองเขาเห็นการนำความคิดภายในตัวเองมาสื่อสารออกมา และสามารถส่งผลกระทบต่อผู้คนรอบตัวไปจนถึงทั่วโลก “ผมคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ยากจะทดแทน”
การทำให้คนอื่นรับรู้ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้สำหรับแอนสันที่เพิ่งเริ่มต้น เขาก็ยอมรับว่าต้องใช้เวลา ความพยายาม และการวางแผนอย่างรอบคอบ แต่เขาเชื่อว่าทำได้ เมื่อผสมกับพลังหนุ่มและทักษะการเต้น บอกได้ว่าภายในเขาเต็มไปด้วยความเชื่อ ความตั้งใจ และความมั่นใจ
“ผมชอบความตื่นเต้นหลายรูปแบบ”
“บนเวทีและนอกเวที ผมต่างกันนิดหน่อย”
“สาม สอง หนึ่ง Rolling!” เขาก้าวสองข้าง กระโดดย่อแล้วพลิกตัวลงหลังเพียงแขนเดียว ทำให้ทุกคนอ้าปากค้างด้วยความสามารถ นั่นคือความแข็งแกร่งของเขา และการลงจบท่าที่สมบูรณ์พร้อมรอยยิ้มก็ทิ้งความประทับใจไว้ นี่คือเสน่ห์ทั้งด้านแข็งและนุ่มที่ใครก็ปรารถนา แอนสันจะนิยามเสน่ห์ตนเองอย่างไร?
“ผมก็ไม่แน่ใจนะ เวลาผมอยากยิ้มก็กระทำ แล้วบางทีก็ดูหวานขึ้น ฮ่าๆ” เขาเขินแก้มแดงทันที ยิ้มแบบไร้เดียงสาและละลายใจคนทั้งฉาก ต่อมาเขาพูดติดตลกว่า “ไม่ใช่นะ ผมก็ไม่รู้” แล้วก็ดูเขินอายอีกครั้ง ความจริงใจของแอนสันเผยออกมาอย่างชัดเจน

เขาบอกว่า “ผมชอบทำสิ่งที่ตื่นเต้น เช่น ลองสิ่งใหม่ๆ ซึ่งกระตุ้นนิสัยผม” แอนสันยอมรับว่าเมื่อขึ้นแสดงการแสดงที่ต้องระเบิดพลัง เขาจะบีบตัวเองให้ออกมาระเบิดและมั่นใจ แต่พอถอดจากเวทีแล้วความมั่นใจอาจลดลง
“ผมจะอธิบายว่าผมเหมือนกับยีนส์”
วันถ่ายทำเขาใส่คอลเลกชันใหม่ของ Levi’s® คือ Levi’s® Red™ แอนสันเปรียบตัวเองกับผ้ายีนส์ที่เป็นไอเท็มคลาสสิกและง่ายจะเข้ากับหลายลุค
“ผมคิดว่าผมหลากหลายและเปลี่ยนแปลงได้” เขาอธิบายติดตลกว่า “ยีนส์สามารถจับคู่ได้หลายแบบ มีหลายสี เช่นชุดที่ผมใส่ตัดเย็บหลวมแบบโอเวอร์ไซส์ แต่กางเกงทรงช่างก็เท่และใส่สบาย จะใส่เปล่าๆ กับทีเชิ้ตก็ได้ หรือใส่เสื้อกล้ามหรือเชิ้ตก็ได้ บางส่วนก็เหมือนนิสัย ‘ชอบทำไม่เป็นตามแบบ’ ของผมที่มีหลายหน้า” เขาย้ำว่าแม้ผู้คนจะคุ้นชื่อ ANSONBEAN แต่เขาอยากโชว์มุมต่างๆ ให้เห็น
แม้แอนสันจะไม่ได้มองว่าตัวเองพิเศษ แต่เขาเชื่อว่ากางเกงยีนส์ธรรมดาเส้นไหนก็สามารถแต่งออกมาได้หลายสไตล์ หากใส่ใจและลงแรง

“ผมมั่นใจว่าจะนำสิ่งดีๆ มามอบให้ทุกคน”
แอนสันชอบความท้าทายและการผจญภัย หากไม่ได้ลองอะไรใหม่ๆ เขาจะรู้สึกเบื่อ เดือนกรกฎาคมปีที่แล้วเขาเพิ่งปล่อยซิงเกิลเดี่ยวแรก “CRUSH (oh no!)” เพียงสองเดือนต่อมาเขาก็ปล่อยซิงเกิลใหม่ “you made my day” ซึ่งทิ้งภาพเดิมของเพลงจังหวะจัดจ้านและการแร็ป หันมาลองโทนเพลงนุ่มละมุน MV ที่ปล่อยมาได้สองสัปดาห์มียอดชมมากกว่า 150,000 วิว
แม้สไตล์จะต่าง แต่หน้ากล้องเขาก็ยังดูเป็นตัวของตัวเอง “ผมมั่นใจว่าจะยังคงลองและนำสิ่งดีๆ มาให้ทุกคน” เขากล่าวอย่างมั่นใจ
การเป็นศิลปินหน้าใหม่ต้องใช้ประสบการณ์และเวลา แต่แอนสันรู้ดีว่าก่อนโอกาสมาถึง ความมั่นใจต้องถูกสร้างให้แข็งแรง และความตื่นเต้นจากการลองสิ่งใหม่คือตัวเชื้อเพลิงที่ดีที่สุด “ตอนนี้เพลงของผมยังเน้นแง่มุมสดใสและหวานของผม ผมยังจะค้นพบตัวเองอีกหลายด้านให้ทุกคนได้รู้จัก”

หัวข้อของบทสัมภาษณ์นี้เกี่ยวกับการสร้างสรรค์ การทดลอง และการก้าวข้าม จากการเป็นผู้เข้าแข่งขัน《造星III》จนคว้าตำแหน่งที่สามและเดบิวต์ แม้แสงแดดจะมีวันที่ถูกบดบัง เจ้าหนุ่มผู้มีรอยยิ้มสดใสคนนี้หวังจะให้นักฟังเห็นภาพที่แท้จริงของเขา “ผมหวังว่าทุกคนจะได้เห็นตัวผมที่แท้จริง เมื่อเวลาผ่านไปและมีประสบการณ์ ผมจะเติบโตและเปลี่ยนไป ผมหวังว่าคนจะเห็นการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของผมผ่านผลงานและการแสดง”
ฟังแล้วให้ความรู้สึกมั่นคงและเป็นธรรมชาติ แม้ยังอายุน้อย ก็ไม่ได้ไร้ความรู้ตัว
สุดท้ายถามถึงความคาดหวังหลังเดบิวต์ เขาตื่นเต้นขึ้นทันทีว่า “ผมตั้งตารอที่จะลองของใหม่ๆ และฝึกทักษะตัวเองให้เก่งขึ้น เพราะเมื่อทักษะสูงขึ้นเราจะสามารถทำการแสดงที่ตื่นเต้นได้มากขึ้น หวังว่าทุกคนจะชอบผลงานของผม”
หากจะให้กำลังใจศิลปินหน้าใหม่ อาจเพียงตบไหล่และบอกว่า “สู้ต่อไป” เพื่อย้ำว่ามีครอบครัว เพื่อน และทีมคอยหนุนหลัง แต่กับแอนสันที่ยึดคติ “ไม่กลัวความยาก แต่กลัวไม่ยากพอ” ลองเผื่อเวลาและให้แรงกดเล็กๆ คอยผลักดู อาจถึงวันที่เม็ดถั่วตัวน้อยจะงอกเป็นต้นโต เปล่งประกายเต็มที่ในวันนั้น รอชมความสดใสของคุณต่อไป ANSONBEAN สู้ๆ!
–
Executive Producer:Angus Mok
Producer:Vicky Wai
Photography:Karl Lam
Videography:Andy Lee, Man Tam
Styling:Vicky Wai
Make Up:Jenny Shih
Hair:Alex So @ The Attic
Video Editor:Andy Lee
Editor:Carson Lin
Designer:Edwina Chan
Wardrobe:Levi’s®


