Skip to content Skip to sidebar Skip to footer

แคนดี้ กลับสู่เวที: เวลา ชีวิต และคอนเสิร์ต

แคนดี้ โล (盧巧音) ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสได้กลับมาพบกับตัวเองในอีกชีวิตหนึ่งอีกครั้ง แต่เธอรู้สึกโชคดีที่มีประสบการณ์เช่นนั้น ทำให้วันนี้เธอได้ใช้ชีวิตกับตัวเองในปัจจุบันอีกครั้ง เติบโตไปด้วยกัน และเรียนรู้ที่จะรู้คุณกับสิ่งที่ได้มาอย่างยากจะได้มาง่าย ๆ

ในวงการเพลงฮ่องกงมีช่วงเวลาบางอย่างที่ทำให้คนเราย้อนคิด และบางช่วงเวลาก็ทำให้เราหวนนึกถึงความรู้สึก เธอคือคนที่ทำให้หลายคนนึกถึงสิ่งหลังมากกว่า ก่อนที่เพลง 《垃圾》 จะปรากฏขึ้น โลกดนตรีของแคนดี้เติบโตมาจากฉากร็อกของวงดนตรีใต้ดิน จนสามปีต่อมาถูกค่ายเพลงสนใจ และด้วยอัลบั้มแรก《不需要…完美得可怕!》เธอได้เดบิวต์ในฐานะศิลปินเดี่ยว พร้อมรับรางวัล 叱咤生力軍金獎 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการยืนหยัดในวงการ ต่อมาเส้นทางของแคนดี้ก็พุ่งขึ้นเรื่อย ๆ เพลงในปี 2002 อย่าง 《好心分手》 และอัลบั้ม 2003 《三角誌》 กลายเป็นเพลงป็อปคลาสสิกที่คนฮ่องกงร้องตามกันอย่างกว้างขวาง เธอไม่ได้หยุดอยู่ที่ศิลปินหน้าเวที แต่ยังร่วมทำงานด้านเรียบเรียง ผลิต และเป็นโปรดิวเซอร์ ทำให้ฝีมือการสร้างสรรค์ของเธอเป็นที่ยอมรับ

「被世界遺棄 不可怕」

เมื่อชีวิตการงานขึ้นถึงจุดสูงสุด แคนดี้กลับประกาศหายหน้าจากสาธารณะอย่างกะทันหันในปี 2011 ท่ามกลางแรงกดดันทางจิตใจอย่างหนัก การจากไปของเธอไม่ใช่เพียงความเสียดาย แต่การถอยออกจากเวทีที่ทำให้หัวใจบอบช้ำกลับทำให้เธอได้ค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากดนตรี ชีวิตของแคนดี้มีวิ่งเป็นกิจวัตร สามี และหัวใจที่เต็มไปด้วยความกตัญญู ชีวิตเรียบง่ายเหล่านี้สอนให้เธอเรียนรู้ที่จะใช้เวลาร่วมกับตัวเองและคนในครอบครัว และเห็นคุณค่าของทุกสิ่ง

ที่สำคัญที่สุดคือ เธอได้กลับมาค้นพบตัวเองและตกหลุมรักตัวเองอีกครั้ง

จากวันที่อารมณ์เหวี่ยงไปมา ถึงวันนี้ที่ใช้ชีวิตแบบมีความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้ว แคนดี้มีบทเรียนชีวิตอย่างไรบ้าง และเมื่อเธอกำลังจะจัดคอนเสิร์ตที่รอคอยมานาน เราจึงขอชวนเธอมาเล่าเรื่องราวภายใต้ธีม “เส้นเวลา” ว่าในวันนี้ แคนดี้ให้คุณค่ากับอะไร และรู้สึกขอบคุณสิ่งใดบ้าง

「หายจากการจัดคอนเสิร์ตสองถึงสามปี จริง ๆ แล้วฉันกระหายมาก」

เปิดเข้าไปใน IG ของแคนดี้ จะเห็นว่าส่วนใหญ่เป็นบันทึกการวิ่งขึ้นเขา วิ่งตามชายทะเล ภาพผลไม้และดอกไม้ในชีวิตประจำวัน หรือเป็นช่วงคิดทบทวนเล็ก ๆ น้อย ๆ พลิกผ่านโพสต์ไปเรื่อย ๆ จะค่อย ๆ รู้สึกว่า ชีวิตของแคนดี้เต็มไปด้วยความอิ่มเอมและความสุขเล็ก ๆ ทุกครั้งที่เห็นภาพกีตาร์ ไมโครโฟน หรือสิ่งที่เกี่ยวกับดนตรี ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าสถานะความฝันด้านดนตรีของเธออยู่ตรงไหน แต่เธอก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนปีที่ผ่านมา เธอประกาศข่าวที่แฟน ๆ รอคอย—คอนเสิร์ตที่เธอห่างหายไปนานกำลังจะกลับมา

หลังจากประชุมกันหลายรอบ แคนดี้ตัดสินใจใช้ “เส้นเวลา” เป็นธีมของคอนเสิร์ต—แนวคิดเรียบง่ายแต่ตรงไปตรงมา เธอเล่าว่า “ตอนเริ่มวางคอนเสิร์ต มีเรื่องมากมายที่อยากทำ ทั้งฉันและผู้กำกับต่างอยากได้ทุกอย่าง อยากลองทุกไอเดีย ทำให้ตอนแรกทุกอย่างซับซ้อนมาก” คงปิดไม่มิดความตื่นเต้นที่อยากกลับสู่เวที เธอที่ชอบงานครีเอทีฟยอมรับว่าตอนเริ่มอยากให้รายละเอียดทุกส่วนออกมาสมบูรณ์ ทั้งการออกแบบเวที ชุดการแสดง และเซ็ตเพลง แต่เมื่อทุกคนใจเย็นลง เธอก็เกิดความคิดเพียงหนึ่งว่า “ทำไมเราไม่ใช้เส้นเวลา timeline เป็นคอนเซ็ปต์ของโชว์ล่ะ”

แคนดี้บอกว่า “ฉันแค่อยากให้คนดูหรือเพื่อน ๆ ที่ซื้อตั๋วเข้ามาดูโชว์ ฉันอยากให้พวกเขาได้ออกเดินทางร่วมกันกับฉัน ในคืนหนึ่งที่ง่าย ๆ และเต็มไปด้วยความสุข แค่นั้นแหละ” การเดินทางนี้เริ่มจากจุดที่แคนดี้เดบิวต์ เป็นสถานีแรก แล้วเดินยาวไปจนถึงจุดที่เป็นผลงานเพลงล่าสุดของเธอ

“ดังนั้น นอกจากคำว่า ‘เส้นเวลา’ สองสามคำนี้ ฉันก็นึกไม่ออกว่าจะมีคำไหนเหมาะกว่านี้”

“ใช้เวลาเป็นธีม เวลาเป็นสิ่งที่คุณเห็นว่ามีค่ามากไหม?” เราถาม

เธอตอบว่า “ก่อนหน้านี้ฉันไม่คิดอย่างนั้น แต่เมื่อโตขึ้นคุณจะรู้ว่าเวลาแต่ละนาทีแต่ละวินาทีนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว หากคุณไม่ใช้มันอย่างคุ้มค่า นั่นคือการสิ้นเปลือง” เวลาเหมือนขโมยที่ค่อย ๆ เอาความไร้เดียงสา รูปร่างงดงาม ความฝันและความสุขไป แต่จริง ๆ แล้วเวลาก็ให้ก่อนแล้วค่อยรับคืน ทุกวันคือของขวัญ ทุกชั่วโมง ทุกนาที ทุกวินาทีเป็นการมอบให้ เวลาเรียนรู้ให้เรายอมรับทุกสิ่ง คนที่เรารักยังอยู่ใกล้ตัวจึงสอนให้เรารู้จักการหวงแหน

แคนดี้เข้าใจบทเรียนนี้ดี จึงรู้สึกว่าช่วงเวลาที่รวมญาติทานข้าวกัน บทสนทนาเล็ก ๆ กับเพื่อน ช่วงอารมณ์ตอนเตรียมชุดคอนเสิร์ตหรือเตรียมรายการเพลง ล้วนเป็นช่วงเวลาที่ไม่อาจย้อนคืน เธอยิ้มและว่า “เมื่อโตขึ้นก็ยิ่งรู้จักการ珍惜 เวลาไม่ได้คืนเงินให้คุณหรอกนะ”

แคนดี้ในชุด Fayette Blazer และ Volla Trousers จาก IRIS & INK สวมกำไลมุก Tiffany HardWear จาก Tiffany & Co.
เสื้อเบลเซอร์ Fayette และกางเกง Volla จาก IRIS & INK / กำไลมุกน้ำจืด Tiffany HardWear เงินสเตอร์ลิง จาก Tiffany & Co.

คอนเสิร์ตที่รอคอยครั้งนี้ ซึ่งเดิมวางไว้ให้จัดต้นเดือนมกราคมปีนี้ ก็ต้องเลื่อนออกไปเพราะการระบาดของโรคโควิด-19

เมื่อถามถึงความรู้สึก แคนดี้ตอบว่า “สองสามปีไม่ได้จัดคอนเสิร์ต จริง ๆ ฉันกระหายมาก”

แคนดี้ยอมรับว่า เธอหิวกระหายที่จะได้แสดงและร้องเพลงให้ทุกคนฟัง แต่เมื่อเกิดการระบาดในคลื่นที่ห้า เธอก็ต้องยอมตามสภาพ ไม่過แต่เมื่อมองในแง่ดี เธอกลับได้รับความรักจากทีมงานและเพื่อนฝูงที่ให้การสนับสนุนอย่างไม่เงื่อนไข มีแฟนเพลงบางคนยืนยันว่าจะไม่ขอคืนตั๋ว และจะรอเธออยู่เสมอ ซึ่งทำให้เธอซาบซึ้งใจมาก

“ทั้งทีม ไม่ว่าจะเป็นคนทำเพลงหรือทีมหลังเวที เพื่อน ๆ ต่างพร้อมจะรอไปจนถึงเดือนมิถุนายน ถ้าเป็นไปได้ ท่าทีของทุกคนคือ ‘ใช่ ทำต่อไป’—ความผูกพันนี้ทำให้ฉันประทับใจมาก” การเลื่อนคิวที่น่าเสียดายกลับกลายเป็นบทพิสูจน์ความรักและการสนับสนุน สิ่งนั้นเป็นแรงใจให้แคนดี้ยืนยันความเชื่อของเธอว่าเธอต้องการใช้ค่ำคืนหนึ่งร่วมกับแฟนเพลงให้ดีที่สุด

「ดนตรีเป็นเพื่อน คนที่ฉันต้องการเมื่อไหร่ มันก็อยู่ตรงนั้นเสมอ」

นอกเหนือจากดนตรี ทุกคนก็คงรู้ว่าแคนดี้เริ่มใช้ชีวิตแบบนักวิ่งอย่างจริงจัง “ตอนนี้ฉันตื่นประมาณห้า หกโมงเช้า ทำความเรียบร้อยบ้านนิดหน่อย รอให้คนที่อยู่ข้าง ๆ ตื่น แล้วก็ออกไปวิ่งด้วยกัน” นั่นคือชีวิตประจำวันของแคนดี้ หลังจากหายหน้าไปจากเวที เธอแบ่งเวลาส่วนหนึ่งให้การวิ่ง และช่วงหลังมักท้าทายตัวเองด้วยการวิ่งมาราธอนในหลากหลายที่ ทำให้การออกกำลังกายกลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิต

แล้วดนตรีล่ะ? การตัดสินใจถอนตัวจากหน้ากล้องในช่วงที่กำลังอยู่ในจุดที่ได้รับความนิยมสูงสุด เป็นสิ่งที่เธอเสียดายไหม?

“การลดบทบาทหน้ากล้อง ฉันไม่เคยมองว่ามันเป็นเรื่องน่าเสียดาย” แคนดี้ตอบอย่างมั่นใจ “คุณเห็นคนรุ่นหลังมากมายที่มีพลังหนุ่มสาวเข้ามา แล้วฉันจะยืนตะโกนว่า ‘ฉันคือรุ่นพี่’ อีกไปเพื่ออะไร?” เธอยิ้มและอธิบายว่าในขณะนั้นสภาพจิตใจของเธอไม่เอื้อให้เดินหน้าต่อ และกระบวนการนั้นก็ทำร้ายหลายคน “ฉันไม่อยากให้พ่อแม่เห็นฉันในสภาพที่ไม่แข็งแรง ทางที่บ้านจะมองทะลุคุณได้ทันที ถึงคุณจะแต่งตัวสวย แต่งหน้าเป๊ะ แต่กลับบ้านคุณเป็นลูกของพวกเขา พวกเขาเห็นได้เสมอ ฉันรู้ว่าช่วงนั้นฉันทำร้ายพวกเขามาก” เธอกล่าวว่าความเสียดายเพียงอย่างเดียวมักเกิดจากการที่ได้ทำร้ายคนในครอบครัว

“ดังนั้น ฉันจะพยายามทำในสิ่งที่ควรทำ และพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่า ลูกสาวของพวกเขาไม่เป็นอะไรแล้ว”

แคนดี้ในชุดราตรียาวแขนลูกไม้จาก SHIATZY CHEN สวมกำไล Tiffany T1 จาก Tiffany & Co.
ชุดราตรียาวแขนลูกไม้จาก SHIATZY CHEN / กำไล Tiffany T1 แบบบานพับ 18k white gold ประดับเพชรบางส่วน จาก Tiffany & Co.

ปี 2002 แคนดี้ชนะรางวัลสำคัญจากเพลง 《好心分手》 คว้ารางวัลใหญ่ในหลายเวที รวมถึง叱咤樂壇《至尊歌曲大獎》 แต่ในวันรับรางวัลบนเวที叱咤 เธอกลับร้องไห้ออกมาอย่างหลุดไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ และนั่นไม่ใช่น้ำตาแห่งความดีใจต่อมาเธอให้สัมภาษณ์ว่าช่วงนั้นเธอป่วยเป็นปัญหาด้านอารมณ์ และในปี 2007 วินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า การย้อนกลับไปดูวันนั้นยังคงเจ็บช้ำอยู่

“ปัญหาอารมณ์เคยทำให้คุณคิดเลิกทำเพลงไหม?”

“มันไม่ได้ทำให้ฉันเลิกทำเพลงเลย แต่ทำให้ฉันคิดทบทวนชีวิตว่าจะอยู่ต่อไปดีไหม”

เธอเสริมว่า “เมื่อถึงจุดหนึ่ง คุณค้นพบว่าตัวเองยังไม่พร้อมจะไป เพราะยังมีเพลงที่ยังไม่ได้ร้อง ยังมีแฟนเพลงที่ยังไม่ได้เจอ ยังมีเพลงที่ยังไม่ได้เขียน ยังมีรุ่นพี่ที่ยังไม่ได้พบ ยังมีที่ที่ยังไม่ได้ไป และมีหลายสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ—คุณก็จะไม่ยอมจากไป”

จังหวะชีวิตที่เปราะบางไม่ใช่เพียงความพังทลายทางอารมณ์ แต่ยังเป็นความเข้มแข็งที่แฝงอยู่ แคนดี้เรียนรู้การจัดการชีวิตรอบตัว ทั้งมิตรภาพ อาหารการกิน รูปแบบการนอน และการออกกำลังกาย จนกลายเป็นไลฟ์สไตล์นักวิ่ง “ฉันเชื่อว่าการวิ่งไม่ได้มีผลแค่กับดนตรีเท่านั้น มันเปลี่ยนทุกอย่างรอบตัวคุณ เป็น all round คือมันส่งผลต่อทุกด้าน เมื่อเธอผ่านมาราธอนสี่สิบกว่ากิโลเมตร แม้ร่างกายจะอ่อนล้า หรือเมื่อการเขียนเพลงติดขัด ประโยคที่ว่า ‘เธอทำได้ เธอต้องทำได้’ จะผุดขึ้นมาเสมอ” เธอกล่าวว่าแม้การวิ่งจะไม่นำมาซึ่งเพลงโดยตรง แต่มันให้ความมุ่งมั่นและความเข้มแข็งที่เธอเอาไปใช้ในชีวิตได้อย่างชัดเจน

แคนดี้ในภาพนิ่งแสดงถึงการออกกำลังกายและชีวิตประจำวัน

การฝึกวินัยที่แทรกอยู่ในชีวิตส่งผลยาวนานต่อความสัมพันธ์ของแคนดี้กับดนตรีที่เธอสร้างมาตั้งแต่อายุ 20 ปี เมื่อพูดถึงความหมายของดนตรีต่อเธอ แคนดี้นิยามว่าดนตรีคือเครื่องมือในอดีตที่ใช้สำหรับการแสดงและซ้อม แต่เมื่อหันกลับมาดูจริง ๆ ดนตรีมีความหมายลึกซึ้งกว่าเดิม

“ดนตรีเป็นเหมือนเพื่อน มันจะอยู่ตรงนั้นเมื่อฉันต้องการมัน และแม้ในวันที่ฉันไม่ต้องการ มันก็ยังคงอยู่ นี่คือความสัมพันธ์แบบเพื่อนสนิท” แคนดี้กล่าวอย่างรู้สึกว่า “หลังจากสร้างงานเพลงมาหลายปี และเมื่อร่างกายและสุขภาพผ่านการเปลี่ยนแปลง คุณจะรู้ว่ามิตรภาพที่แท้จริงมีความสำคัญมาก ดนตรีคือเพื่อนที่ไม่พูด แต่มีวิธีปลอบใจคุณ และเมื่อคุณโมโห มันก็มีวิธีส่งเสียงร่วมกับคุณ นั่นเป็นสิ่งที่ดีมาก”

แคนดี้ยอมรับว่าแต่ก่อนการแต่งเพลงเป็นเรื่องซับซ้อน แต่เมื่อรู้จักเพื่อนคนนี้ดีขึ้น การสร้างสรรค์กลับเรียบง่ายและมีสมาธิมากขึ้น “ตอนนี้โตขึ้น เวลาจะเขียนเพลงจะสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัวมากขึ้น เช่นรองเท้าที่คนนั้นใส่ สีหน้าที่คนยิ้ม…ฟังบทสนทนาและชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น ไม่หลุดโลก” เธอกล่าวต่อว่า ด้วยวิธีนี้ผลงานอาจจะไม่ออกมามาก แต่เพลงจะมีคุณค่ามากขึ้นและเข้าถึงผู้ฟังได้จริง

เมื่อยกเพลงเด่นของเธอมาเป็นตัวอย่าง แคนดี้ยอมรับว่าการสื่ออารมณ์ในตอนนี้ไม่เหมือนเดิม ทั้งน้ำเสียง ความรู้สึก และความหมาย แต่คำพูดนั้นไม่ใช่การทำให้คนผิดหวัง แต่เป็นการปลอบโยน เธออธิบายว่า “เพลงและนักร้องมีความพิเศษตรงที่ทั้งคู่จะเติบโตไปด้วยกัน เพลงถูกเก็บไว้หลายปีและนักร้องเองก็ตามไปด้วย ดังนั้นในฐานะนักร้อง เราต้องมีพื้นที่ให้เพลงได้เติบโตไปพร้อมกัน ฉันไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่คือเราอยากให้คนได้รับความรู้สึกใหม่ ๆ จากเพลงเดิม ๆ”

แหวนวงกว้าง Tiffany T1 ประดับเพชร จาก Tiffany & Co.
แหวน Tiffany T1 แบบกว้าง 18k white gold ประดับเพชร จาก Tiffany & Co.

「ตอนนี้ทุกสิ่งไม่ว่าจะดีหรือร้าย ฉันก็หวงแหนทั้งหมด」

คนมักคิดว่าเมื่อผ่านความยากลำบากมาได้ โดยเฉพาะเรื่องที่อาจทำลายชีวิต การหยิบเรื่องราวเก่า ๆ ขึ้นมาพูดใหม่ก็เหมือนการแงะแผล แต่กับแคนดี้ การหวนกลับมามองอดีตคือการทบทวนและเรียนรู้

เมื่อย้อนถึงอดีต แคนดี้เผยว่า “ก่อนหน้านี้ฉันกลัวการย้อนมองตัวเอง แต่เมื่อไม่นานมานี้ฉันกลับเริ่มทบทวนมากขึ้น เช่นจะร้องเพลงให้ดีขึ้นได้อย่างไร อาจไม่มีครูสอนร้องเพลงคนไหนช่วยได้ทั้งหมด หลายอย่างเป็นปัญหาจากตัวเราเอง จึงต้องปล่อยวาง เผชิญหน้า ยอมรับ แล้วหาทางปรับปรุง” น้ำเสียงเคร่งขรึมทำให้ผู้ฟังสัมผัสได้ถึงความสงบที่เกิดจากการผ่านกาลเวลาและบทเรียน

หลังจากฝ่าหุบเหวแห่งความมืดมิดมา เธอถามตัวเองว่าสูญเสียและได้อะไรบ้าง แคนดี้ยักไหล่แล้วตอบว่า “ฉันสูญเสียเวลาไปบ้าง แต่ฉันได้เพื่อน ได้สิ่งที่มากกว่าที่จะนับได้ ท้องฟ้าอาจโอบอุ้มฉันดีแล้ว” การสูญเสียเวลาเธอเชื่อว่าแก้ไขได้ด้วยการจับเวลาที่เหลือให้คุ้มค่า “บางทีหลังวิ่ง กลับมาฟอกตัว ถ้ายังมีเวลา ลองทำมาม่า หรืออ่านหนังสือ ก็ทำให้ฉันมีความสุข และทำให้ฉันได้สิ่งใหม่ ๆ” เมื่อไม่มีทุนหนุ่มสาวอีกแล้ว คนเราก็เรียนรู้ว่าเวลาไม่ควรถูก浪費

แคนดี้สวมชุด Fleurine Maxi Jumper Dress จาก IRIS & INK พร้อมเข็มขัด Pierre-Louis Mascia (จาก SWANK)
Fleurine Maxi Jumper Dress จาก IRIS & INK / เข็มขัด Pierre-Louis Mascia (จาก SWANK)

การหวงแหนไม่ได้มีเพียงเวลาเท่านั้น

ความไม่มั่นคงทางอารมณ์ในอดีตทำให้ครอบครัวของแคนดี้ทุกข์ไปด้วย ช่วงเวลาที่เงียบงันและการทำร้ายโดยไม่ตั้งใจทำให้เธอเห็นคุณค่าของการอยู่ร่วมกันมากขึ้น เธอเล่าว่าตอนยังหนุ่มสาว เธอไม่เข้าใจความหมายของการซาบซึ้ง แม้พ่อแม่จะถือหม้อซุปอุ่นมาหา แต่เธอกลับไม่พูดคุย และไม่รู้จักกล่าวขอบคุณ “พวกเขามาหาแล้วกังวลว่าชีวิตจะเสียสมดุล มองหม้อซุปสองใบก็ทำอะไรไม่ถูก แต่ตอนนั้นฉันแค่ต้องการน้ำซุปจริง ๆ ฉันแย่จริง ๆ ตอนนี้ฉันยังต้องการน้ำซุป แต่ฉันอยากมีชามเพิ่มอีกสักใบให้คนอื่นได้แบ่งกันด้วย”

ในปี 2013 แคนดี้แต่งงานกับแซมมี่ นักร้องนำวง Kolor ซึ่งเป็นบทเรียนชีวิตอีกบทหนึ่ง

“สิ่งที่ฉันรู้สึกขอบคุณที่สุด น่าจะเป็นการแต่งงานกับคนนี้” แคนดี้ยิ้มหวาน พูดถึงวิธีการที่ทั้งสองอยู่ร่วมกันว่า “การอยู่กับเขาทำให้ฉันเห็นจุดอ่อนลึก ๆ ในตัวเอง ซึ่งมีเพียงคนที่ใกล้ชิดที่สุดเท่านั้นจะบอกคุณได้ แม้ก่อนหน้านี้ฉันรู้แต่ไม่แคร์ แต่เมื่อคุณต้องอยู่ร่วมเป็นความสัมพันธ์ เป็นครอบครัว คุณต้องเรียนรู้ที่จะปรับเข้าหากัน และเขาเห็นส่วนที่แย่ที่สุดของฉัน—ถ้ามีโอกาสคราวหน้า ลองถามเขาดูก็ได้ ฮ่า ๆ”

แคนดี้ยืนยันว่าสามีคือคนที่เข้าใจเธอมากที่สุด มากกว่าตัวเธอเองด้วยซ้ำ

เธอเล่าว่า “ฉันจึงพึ่งพาการสังเกตของเขา แล้วเขาจะบอกฉันถึงสิ่งที่ยังขาดและไม่ควรทำ บางครั้งฉันก็เถียง แต่ลึก ๆ แล้วฉันกำลังกินคำพูดที่เขาบอก มันมีประโยชน์มาก” แม้เธอไม่ใช่คนง่าย ๆ และไม่ได้อ่อนหวานแบบผู้หญิงหลายคน แต่เมื่อพูดถึงการอยู่ร่วมกับสามีและคุณย่า แคนดี้ยิ้มออกมาอย่างอบอุ่นอย่างเห็นได้ชัด

ภาพแคนดี้ถ่ายแฟชั่นเผยอารมณ์อบอุ่นกับครอบครัว

เมื่อมีครอบครัว เธอก็พบทางเดินของชีวิต ปัจจุบันแคนดี้หวงแหนอะไรมากที่สุด?

“ทุกสิ่งในปัจจุบัน”

“ตอนนี้ทุกสิ่ง ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ฉันก็หวงแหนไปหมด ของดีไม่ต้องพูดถึง แต่ทำไมถึงต้องหวงแหนสิ่งที่ไม่ดี? เพราะสิ่งไม่ดีก็ทำให้คนเราเปลี่ยนเป็นคนที่ดีขึ้น เราต้องหวงแหนทั้งข้อบกพร่องและคุณสมบัติที่ดี เพื่อให้ตัวคนเราครบถ้วน”

การเรียนรู้ที่จะเห็นคุณค่าของความไม่ดี แคนดี้สรุปบทเรียนของเธอว่า “เผชิญหน้า ก่อนอื่นคุณต้องเผชิญหน้า เปิดใจยอมรับปัญหาแล้วแก้ไข เมื่อแก้แล้วฟ้าก็สดใส แต่ถ้าคุณหลีกเลี่ยง เก็บซ่อนจุดอ่อน มันจะโตขึ้นและแก้ไขยาก ต่อให้อยากแก้ก็อาจไม่ทัน นี่คือสิ่งที่ฉันเรียนรู้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา”

เหมือนในเพลง 《好心分手》 ที่ร้องว่า “是否很驚訝 講不出說話” ใครจะคาดคิดว่าแคนดี้ผู้เคยดูเป็นคนร้อนแรงบนเวที วันนี้จะมีท่าทีสงบและเรียบง่ายเช่นนี้

หลังจากผ่านความยากลำบากมามากแล้ว แคนดี้ในวันนี้แข็งแรงพอจะเผชิญโลกหรือยัง?

“ฉันยังไม่คิดว่าตัวเองแข็งแรงพอ ฉันยังต้องฟังคำสอนจากรุ่นพี่อยู่เสมอ ฉันยังหวังเป็นคนที่เรียนรู้ต่อ เปิดใจ รับฟัง เพราะคนแบบนี้จะได้เห็นมิติชีวิตทั้งหวาน เปรี้ยว ขม เค็ม”

การได้เริ่มชีวิตอีกครั้งทั้งเป็นพรและโชค เมื่อเคยชิมนรกของความสิ้นหวังมาแล้ว แคนดี้ได้เรียนรู้ที่จะโอบรับชีวิตอย่างอื่นด้วยมุมมองใหม่ เธอเลือกใช้เส้นเวลาเพื่อพาแฟนเพลงกลับมาพบกันอีกครั้ง แม้เส้นเวลานั้นอาจไม่อาจบรรจุทุกความคิดความรู้สึกที่เธอเก็บไว้ แต่เธอเข้าใจดีว่าเส้นเวลาคือการเดินหน้าต่อไป ทุกวันที่มีชีวิตอยู่ คือความหวังว่าทุกจังหวะเวลาที่ผ่านมา เราจะย้อนไปมองแล้วยิ้มได้ เมื่อไม่มีใครหรือสิ่งใดเป็นสิ่งที่แน่นอน เราจะยิ่งเห็นคุณค่าของรายละเอียดเล็ก ๆ รอบตัว”

แคนดี้ถ่ายแฟชั่นในคอนเซ็ปต์เส้นเวลา เตรียมขึ้นคอนเสิร์ต

ก่อนจากกัน เราถามเธอว่าในผลงานมากมายตั้งแต่เดบิวต์จนถึงวันนี้ เพลงไหนที่เธอรักที่สุดและฝังใจที่สุด

“คงเป็น 《垃圾》 นะ เพลงนี้สำหรับฉันเป็นนิรันดร์” เธอกล่าว “เพลงนี้มันศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ ทั้งเนื้อ ทำนอง และการเรียบเรียง ทุกองค์ประกอบมันเป๊ะ” เธอยังเปิดเผยด้วยว่าเธอจะร้องเพลง 《垃圾》 ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ เพื่อลดความคิดถึงของแฟนเพลง

สำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้ แคนดี้หวังจะมอบค่ำคืนที่ตรงไปตรงมา เรียบง่าย และอบอุ่นเหมือนการรวมตัวของเพื่อน ใช้ดนตรีสัมผัสผู้ฟัง ร่วมกันลุ้นและส่งใจให้คอนเสิร์ตที่จะจัดในเดือนมิถุนายนนี้ผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น


ผู้อำนวยการฝ่ายผลิต (Executive Producer):Angus Mok
โปรดิวเซอร์ (Producer):Vicky Wai
ช่างภาพ (Photography):Phoebe Wong
ทีมถ่ายวิดีโอ (Videography):Andy Lee, Angus Chau
สไตลิง (Styling):Vicky Wai
เมคอัพ (Makeup):Vinci Tsang
ทำผม (Hair):Matt Chiu @Xenter
ตัดต่อวิดีโอ (Video Editor):Andy Lee
บรรณาธิการ (Editor):Carson Lin
นักออกแบบ (Designer):Edwina Chan
ชุด (Wardrobe):SHIATZY CHEN、Iris & Ink、The OUTNET、Tiffany & Co.、SWANK

EDITOR'S PICKคัดสรรโดยบรรณาธิการ