ช่วงหลายปีมานี้ กระแส “Olle Shot” ที่เริ่มโดยสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลี จางวอนยอง (Jang Wonyoung — สมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลี) ได้รับความนิยมในกลุ่มคนรักความงามและผู้ใส่ใจสุขภาพ ผู้คนหลายคนดื่มเครื่องดื่มผสม “น้ำมันมะกอก + น้ำมะนาว” ตอนท้องว่าง โดยอ้างว่าช่วยให้ผิวสวย ต่อต้านริ้วรอย และแก้ปัญหาท้องผูก แต่คำถามคือวิธีนี้เหมาะกับทุกคนหรือไม่ และถ้าดื่มก่อนนอนจะเพิ่มภาระให้ระบบย่อยอาหารหรือเปล่า ครั้งนี้เราชวนเคย์ลา (Kayla Hu — นักโภชนาการรับรอง สมาคมนักโภชนาการฮ่องกง) มาช่วยคลายข้อสงสัย แจกแจงคุณค่าทางโภชนาการของน้ำมันมะกอกและน้ำมะนาว ตลอดจนความเชื่อผิดๆ และคำแนะนำการรับประทาน เพื่อให้คุณรับประทานอย่างปลอดภัยต่อกระเพาะ
สรรพคุณของน้ำมันมะกอกและน้ำมะนาว
น้ำมันมะกอกเป็นแหล่งไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (monounsaturated fatty acids) และอุดมด้วยโพลีฟีนอลกับวิตามินอี สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ช่วยต่อสู้กับอนุมูลอิสระภายในร่างกาย ชะลอการเสื่อมของเซลล์ พร้อมอุ้มน้ำให้ผิว ช่วยลดความแห้งและริ้วรอยเล็กๆ ส่วน น้ำมะนาว ให้วิตามินซี ซึ่งช่วยลดความหมองคล้ำและเป็นสารตั้งต้นสำคัญในการสร้างคอลลาเจน ช่วยรักษาความยืดหยุ่นและความกระชับของผิว
นอกจากเรื่องผิวพรรณแล้ว ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวในน้ำมันมะกอกยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ในร่างกาย ประกอบกับสารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมะนาวที่อาจช่วยปกป้องระบบหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ การได้รับไขมันคุณภาพดีในปริมาณพอเหมาะยังช่วยหล่อลื่นลำไส้ในทางอ้อม ช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้ในบางกรณี

การดื่มตอนท้องว่างหรือก่อนนอนเหมาะกับทุกคนหรือไม่?
แม้การรวมกันของทั้งสองอย่างจะมีประโยชน์ด้านความงามและสุขภาพ แต่การดื่มตอนท้องว่างอาจไม่เหมาะกับทุกคน ในช่วงเช้าหลังตื่นนอน กระเพาะมักอ่อนแอ การดื่มไขมันแบบเข้มข้นตรงๆ อาจระคายเคืองเยื่อบุกระเพาะ ทำให้คลื่นไส้ เกร็งท้อง หรือแม้แต่ท้องเสียได้ ขณะเดียวกัน น้ำมะนาวมีความเป็นกรดสูง เมื่อตอนท้องว่างจะกระตุ้นการหลั่งกรดขึ้นมาได้มาก ผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหาร โรคกระเพาะเรื้อรัง หรือภาวะกรดไหลย้อน อาจมีอาการแย่ลงหากดื่มตอนท้องว่าง

นอกจากนี้ มีคำแนะนำที่บอกว่าควรดื่มก่อนนอน แต่การดื่มของเหลวที่มีไขมันและความเป็นกรดสูงก่อนนอน อาจกระตุ้นให้เกิดกรดไหลย้อนและอาการแสบร้อนกลางอกได้ ยิ่งไปกว่านั้น เวลานอนเป็นช่วงพักของระบบย่อย ดังนั้นการรับไขมันเข้ามาในมื้อสุดท้ายของวันอาจทำให้ถุงน้ำดีและตับอ่อนต้องทำงานมากขึ้นในการหลั่งน้ำดีและเอนไซม์ จึงมีโอกาสเพิ่มภาระต่ออวัยวะภายใน

น้ำมันมะกอกผสมมะนาวสำเร็จรูปกับผสมเองต่างกันอย่างไร?
ในด้านคุณค่าทางโภชนาการและประสิทธิภาพด้านความงาม หากผลิตภัณฑ์ที่ขายในท้องตลาดใช้ “น้ำมะนาวคั้นสดจริง” โดยพื้นฐานแล้วจะให้ผลใกล้เคียงกับการผสมสดเองที่บ้าน อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ “น้ำมันมะกอกผสมน้ำมะนาว” มีความหลากหลาย ควรอ่านฉลากก่อนซื้อให้ละเอียด เพราะบางยี่ห้อใช้การแช่เปลือกมะนาวเพื่อดึงกลิ่น (ซึ่งไม่ได้ให้วิตามินซี) ขณะที่บางยี่ห้อผสมน้ำมะนาวแท้เข้าไป เลือกดูส่วนผสมว่ามีการระบุ “olive oil” และ “lemon juice” หรือไม่

คำแนะนำในการรับประทาน
แนะนำให้ผสานทั้งสองอย่างเข้ากับมื้ออาหารประจำวันแทนการดื่มตอนท้องว่าง เช่น ผสมน้ำมันมะกอกกับน้ำมะนาวสดทำเป็นน้ำสลัดแบบน้ำมันส้มสายชู (vinaigrette) ราดบนสลัดผัก หรือนำไปราดบนขนมปังโฮลวีท ทานร่วมกับอาหารจะช่วยลดการระคายเคืองต่อกระเพาะ และยังทำให้ร่างกายดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมันจากผักได้ดีขึ้น นอกจากนี้ควรคำนึงถึงปริมาณที่รับประทาน
แม้ว่าน้ำมันมะกอกจะเป็นไขมันที่ดี แต่ยังให้พลังงานสูง หนึ่งช้อนโต๊ะ (ประมาณ 15 มิลลิลิตร) ให้พลังงานประมาณ 110–120 แคลอรี การบริโภคเกินพอดีเป็นเวลานานยังคงทำให้น้ำหนักเพิ่มได้ สุดท้ายการชะลอความแก่และการดูแลผิวนั้นไม่สามารถพึ่งพาอาหารหรือเครื่องดื่มชนิดเดียวได้ในระยะยาว ทางที่ยั่งยืนคือการรักษาอาหารให้สมดุล นอนหลับเพียงพอ และมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ดีควบคู่กัน

เรียนรู้เพิ่มเติม: เคย์ลา (Kayla Hu — นักโภชนาการรับรอง สมาคมนักโภชนาการฮ่องกง) “ศูนย์โภชนาการเจียยิ่ง” นักโภชนาการจากศูนย์ดังกล่าว สำเร็จปริญญาวิทยาศาสตร์ สาขาอาหารและโภชนาการ จาก University of Northumbria ประเทศอังกฤษ และเชี่ยวชาญในการออกแบบเมนูที่เรียบง่ายแต่หลากหลายตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน


