Skip to content Skip to sidebar Skip to footer

เคนนี่: ก้าวสู่ปีใหม่ของชีวิตกับอัลบั้มใหม่

เปิดเบราว์เซอร์ขึ้นมา หากค้นคำว่า “關智斌” คุณมักจะเห็นภาพย้อนอดีตของชายหนุ่มรูปงาม ทั้งภาพจากปกอัลบั้มอย่าง 《In Progress》《Oncoming》 ในวันวาน ไปจนถึงภาพล่าสุดที่เคยตั้งใจฟิตร่างกายไว้หนวดเคราแบบหยาบกร้าน หรือปรากฏตัวในโฆษณาเมกอัพในมาดหนุ่มงาม เชื่อว่าไม่ว่าใครก็ตกหลุมรักหน้าตาได้ไม่ยาก แต่สำหรับ เคนนี่ เส้นทางจากการเป็นหนึ่งในสมาชิกวง Boy’z มาสู่การเป็นศิลปินเดี่ยวก็ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่เห็น

วันนี้ เคนนี่ ไม่ใช่หนุ่มผิวขาวเนียนอีกต่อไป แต่เดินเข้าสู่ช่วงเป็นผู้ชายที่แข็งแรงและโตเต็มขึ้น ในบทต่อไปของชีวิตเขาอยากให้ผู้คนเห็นอีกมุมหนึ่งของเขา—คนที่ได้เข้าใจตัวเองอย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้ถูกร้อยเรียงลงในอัลบั้มใหม่ของเขา 《前面是新的歲月記得走下去》 อัลบั้มที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นพยานการเติบโต บรรจุบทเรียนและความรู้สึกของเขาตลอดสิบปีที่ผ่านมา และสำคัญกว่านั้นคือ มันเปิดพื้นที่ให้เขาพูดคุยกับตัวเองอย่างจริงจัง

อย่างที่เขาสัญญากับตัวเองว่า “วันนี้เลือกเดินไปข้างหน้าให้เร็วขึ้น คุณต้องทนรับแรงปะทะจากคลื่น” อาจเพราะเข้าใจแล้วว่าหนทางข้างหน้าต้องเดินอย่างไร ทำให้ เคนนี่ ดูมีชีวิตชีวาและมีเสน่ห์ขึ้น การเคลื่อนไหวทุกท่วงท่าเพิ่มความสงบนิ่งและความหนักแน่น ในงานถ่ายภาพมักเห็นใบหน้าเขาจริงจัง แต่เมื่อคุยถึงความในใจบ่อยครั้งเขาจะยิ้มออกมาด้วยความเป็นเด็ก มุมตรงข้ามทั้งสองกลับผสมผสานกันอย่างลงตัว ใต้ภาพลักษณ์ผู้ใหญ่มั่นคงนั้นยังมีความอ่อนโยนละเมียดอยู่เสมอ

ผ่อนคลายบ้าง เผชิญความหนักหน่วงบ้าง ตื่นรู้บ้าง เขาจะใช้ทัศนคติแบบไหนต้อนรับปีใหม่ของชีวิต? เคนนี่ มาพูดคุยกับเราอย่างเปิดอกถึงวิถีของผู้ชายที่ผสมความแข็งและความอ่อนไว้ด้วยกัน

“ยิ่งโต ยิ่งรู้ว่าตัวเองยังไม่พอ”

“ความคิดเมื่อก่อน ตอนนี้คุณยังคิดแบบเดิมอยู่ไหม?”

อัลบั้มใหม่ 《前面是新的歲月記得走下去》 ไม่เพียงบันทึกวัยใหม่ของ 關智斌 เท่านั้น แต่ยังเป็นข้อความที่เขาอยากส่งต่อ เคนนี่ เล่าว่า ชื่ออัลบั้มยืมมาจากวรรคเปิดของหนึ่งในห้าเพลงนำอย่าง 《隱形人》 เขาตั้งใจใช้ถ้อยคำชี้ชวนให้คนตั้งคำถามกับตัวเองว่า ในปีต่อไปเราจะเดินต่อไปอย่างไร แบบมองโลกในแง่ดีหรือยังคงวนอยู่ที่เดิม คำตอบสุดท้ายมีเพียงตัวเราเองเท่านั้น “แก่นกลางของงานนี้คืออยากถามโลกหรือถามตัวเองว่า ‘ความคิดเมื่อก่อน ตอนนี้ยังเหมือนเดิมไหม’”

อัลบั้มนี้ไม่ได้อัดแน่นด้วยจำนวนเพลงมหาศาล แต่ประกอบด้วยห้าเพลงนำและสองงานพิเศษ ทุกเพลงตั้งประเด็นต่างกัน เช่น 《頭頂有角》 พูดถึงทัศนคติ, 《日月》 เป็นเรื่องของความกตัญญู, 《乾爹》 เกี่ยวกับความเหงา, 《暫定》 พูดถึงการใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ส่วน 《隱形人》 พูดถึงการเยียวยา ชื่อเพลงเรียบง่ายแต่ผ่านการคัดสรรมาแล้ว ทุกเพลงซ่อนบทเรียนที่ เคนนี่ สะสมมาตลอดสิบปีที่ผ่านมา—ไม่ยโสแต่แบ่งปันอย่างจริงใจ

ตัวอย่างเช่น เคนนี่ อธิบายตำแหน่งของเพลง 《隱形人》 ว่าเป็น “การมีอยู่ที่หนักแน่น” “สิ่งที่ผมหมายถึงคือ บางคนต้องเจ็บปวดถึงที่สุด จนสุดทาง จึงลุกขึ้นได้อีกครั้ง” เขาไม่ได้อธิบายความสัมพันธ์เชิงนิยามอย่างละเอียดยิบ แต่เมื่อคุณลองพินิจคำร้องและแนวคิดของอัลบั้ม คุณอาจเห็นว่า มันไม่เพียงเป็นคำกลอนหรืออัลบั้มเท่านั้น แต่มันคือทัศนคติในการใช้ชีวิตของ เคนนี่

“เมื่อคุณก้าวไปทีละก้าว ความพึงพอใจนั้นเองจะเยียวยาทุกสิ่ง”

ความรู้สึกว่าตัวเองยังไม่เก่งพอ เป็นบทเรียนที่ทุกคนต้องผ่าน เคนนี่ ยอมรับว่า เขาเดบิวต์จากค่ายขนาดใหญ่ที่เตรียมระบบไว้อย่างพร้อม ทำให้การเดินหน้าในวันเริ่มต้นดูราบรื่น จนบางครั้งเขาเคยถือความสำเร็จเป็นเรื่องแน่นอน แต่ประสบการณ์ขึ้นลงทำให้เขาเห็นจุดอ่อนของตัวเองมากขึ้น “โตขึ้นจึงเข้าใจว่า แม้เพียงสามนาทีบนเวทีหรือในห้องอัด ก็ต้องอาศัยเทคนิคและความประพฤติที่ไม่อาจบันทึกได้ครบ”

อย่างที่มีคนกล่าวว่า “บนเวทีหนึ่งนาที ข้างล่างสิบปีฝึกฝน” ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องโชคดี แต่อดีตมีทีมงานคอยจัดเตรียมไว้ให้เสมอ เขาไม่เคยต้องคิดเรื่องกฎในการประสบความสำเร็จมากนัก แต่ตอนนี้ เคนนี่ ต้องการทวงคืนสิ่งนั้นด้วยตัวเอง

เคนนี่ สวมเสื้อกล้ามคอวีสีดำและแจ็กเก็ตลินินลาย Glen Check
เสื้อกล้ามคอวีสีดำ Deep V-neck Vest, Rick Owens (JOYCE) / แจ็กเก็ตลินินลาย Glen Check Linen Glen Check Original Print Side Slit Jacket, Yohji Yamamoto (JOYCE) / กางเกงดำ Black Trouser, Berluti / แหวนและกำไล Ring and Bracelet, Gucci Jewellery / รองเท้าจาก Alexander McQueen

ในกระบวนการทำอัลบั้มนี้ ทั้งเนื้อหา แนวเพลง การเรียบเรียง และการเซ็ตคอนเซ็ปต์ภาพรวม เคนนี่ มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่คอนเซ็ปต์วิดีโอ ปกอัลบั้ม การปรับแก้รายละเอียด ไปจนถึงการกำกับอารมณ์ของแต่ละเพลงและการมิกซ์ หลังจากก้าวออกจากพื้นที่คุ้นเคย กระบวนการย่อมท้าทาย แต่เมื่อเขาก้าวขึ้นมาทำด้วยมือของตัวเอง ความรู้สึกเติมเต็มที่ได้กลับต่างกันไปอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อความล้มเหลวและความไม่พอเพียงยืนอยู่ทางหน้า เคนนี่ เลือกที่จะเดินต่อด้วยทัศนคติเชิงบวก

“ตอนนี้ ผมกลับใช้เวลาไปกับการเรียนรู้มากขึ้น” เคนนี่ เล่าถึงการเตรียมงานว่า จริง ๆ แล้วการทำอัลบั้มเริ่มมาตั้งแต่หนึ่งปีก่อน ความล่าช้าเกิดจากเขาตั้งใจจะกำหนดธีมอัลบั้มให้ชัดเจน และต้องการใช้เวลามากขึ้นกับการเรียนรู้ เขายอมรับว่า เมื่อต้องเผชิญกับความไม่พร้อมในฐานะศิลปินที่อยู่ในวงการมานาน ใจมันก็ไม่ค่อยสบาย แต่เมื่อโตขึ้นย่อมมีการตัดสินใจใหม่ เขาโน้มน้าวตัวเองด้วยความถ่อมและความอยากรู้อยากเห็น พร้อมกลับมาเรียนรู้ใหม่ เพราะเชื่อว่าความไม่พอเป็นของอดีต ความก้าวหน้าและการเรียนรู้คืออนาคต

“เมื่อก่อนผมไม่ค่อยร้องไห้ แต่ตอนนี้ผมชอบช่วงเวลาที่ร้องไห้”

“ผมมักกังวล ว่าคนจะคิดว่า ‘จริงเหรอ นี่แหละ 關智斌’”

แม้การแสดงจะเป็นเรื่องที่ เคนนี่ ทำได้คล่องแคล่ว แต่เมื่อเผชิญความไม่พอ เขาก็รู้สึกอายและขาดความมั่นใจ เพื่อเตรียมตัวสำหรับอัลบั้มใหม่ เขาไปเรียนการแสดงระดับใหญ่ มีเพื่อนร่วมคลาสกว่าสิบคน การได้ฝึกแสดงอารมณ์ทำให้เขาตกใจในผลลัพธ์บางอย่าง “ตอนแรกผมลังเล เพราะรู้สึกว่าตัวเองปล่อยไม่ค่อยเป็น คุณเข้าใจไหม สมองมันมักคิดว่าคนอาจจะพูดว่า ‘จริงๆ แล้ว 關智斌 ก็เป็นแบบนี้’” ความกังวลดังกล่าวช่วยให้ เคนนี่ ตระหนักว่า ‘ความห่วง’ คือหนึ่งในสาเหตุของความไม่พอ

บางคนอาจเรียกความกังวลนี้ว่า “ภาระของคนดัง” แต่ เคนนี่ ก็เข้าใจดีว่ารากของความไม่พอเกิดจากความกังวลใจเหล่านี้ เขาย้ำว่า การเติบโตต้องมีปุ๋ยบำรุง เมื่อเขาตัดสินใจเข้าคอร์สและเวิร์กช็อปร่วมกับคนอื่น กระบวนการกลับกลายเป็นความสนุกและความพึงพอใจ

เคนนี่ ใส่เทรนช์โค้ทออร์แกนซ่าและเครื่องประดับจาก Gucci
เทรนช์โค้ทออร์แกนซ่าค่อยๆ ไล่ระดับ Gradtuated Organza Trench Coat, เสื้อเชิ้ตและกางเกงจาก FENDI / สร้อยสิงห์พร้อมหินสีเขียวและแหวน, Gucci Jewellery

การตื่นรู้ที่เกิดขึ้นอาจผูกโยงกับสัญชาตญาณของผู้ชาย เมื่อเผชิญวัยที่เรียกว่าสามสิบปลายหรือสี่สิบ การเติบโตยิ่งถูกกระตุ้นด้วยความรับผิดชอบ และการเติบโตก็คืออาหารหล่อเลี้ยงให้กลายเป็นผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่

“ความรับผิดชอบหลายอย่าง หากคุณไม่ยอมแบกรับ ต่อให้มีคนช่วยก็ไร้ผล”

เคนนี่ ตระหนักเสมอว่าหากไม่เสริมความพร้อมให้ตัวเอง เขาอาจถูกทิ้งไว้ข้างหลัง จึงพยายามพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง เปิดดูช่องทางโซเชียลของเขาไม่ยากจะเห็นว่า เขาหมั่นออกกำลังกายอย่างหนักและชอบเล่นเวคบอร์ดตอนกลางแจ้ง ดูเหมือนเขาค้นพบความเป็นหนุ่มในตัวอีกครั้ง และเสน่ห์ของ เคนนี่ ที่ปล่อยออกมาจากใจทำให้เขาดูอ่อนกว่าวัยจริง ๆ หากไม่เห็นบัตรประชาชน อาจรู้สึกว่าอายุของเขาดูหนุ่มกว่าความจริง

“การเป็นศิลปิน คุณต้องรักษาความสดใหม่ในสายตาผู้ชม และสามารถสร้างความสดใหม่ให้ตัวเองได้ก็สำคัญ” เคนนี่ กล่าวอย่างมั่นใจ ศิลปินแตกต่างจากคนทั่วไปตรงที่ต้องดูแลทั้งภายในและภายนอก เขาเล่าว่าในหลายปีที่ผ่านมาเขาพัฒนานิสัยลับบางอย่าง เช่น ทุกวันอาทิตย์ที่ว่าง เขามักลุกขึ้นมาจัดตารางวันอย่างชัดเจน ตั้งแต่เวลาทบทวนจิตใจไปจนถึงการดูแลความงาม เพื่อทำให้วันนั้นเสร็จสิ้นตามแผน นอกจากนี้เขายังชอบเขียนนิสัยไม่ดีลงบอร์ดเล็กๆ แล้ววางไว้หัวเตียง เพื่อเตือนตัวเองทุกเช้าให้เอาชนะนิสัยเหล่านั้น

นิสัยดูเหมือนจะจู้จี้เหล่านี้มันเกิดจาก เคนนี่ เข้าใจความหมายของวินัยและการปฏิบัติตามแผน “เพราะนี่คือตัวตนหนึ่งของคุณ หนึ่งบทเรียน หนึ่งประสบการณ์ วิธีการทำงาน วิธีปฏิบัติต่อคนอื่น วิธีดูแลตัวเอง—ผมคิดว่านั่นแหละคือความเป็นผู้ใหญ่”

“ผู้ชายไม่จำเป็นต้องไม่ร้องไห้เสมอไป”

คำว่าแข็งแกร่งและอ่อนโยนมักถูกมองเป็นตรงข้าม แต่ความแข็งและอ่อนไม่ได้หมายถึงพละกำลังเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงการปลดปล่อยอารมณ์ “เมื่อก่อนผมแทบไม่ร้อง แต่ตอนนี้ผมร้องบ่อยขึ้น” เคนนี่ บอกว่า เขาไม่เคยพยายามจะสวมบทเป็นผู้ชายที่ทั้งแข็งและอ่อนพร้อมกัน แต่พอเวลาผ่านไป เขากลับกล้าที่จะแสดงความเปราะบางมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ฟังเพลง หรือรู้สึกอ่อนแรง เขาไม่ปิดบังอารมณ์ตามธรรมชาติอีกต่อไป

ผู้ชายที่โตเต็มวัยมักมีเสน่ห์เพราะสามารถผสานความแข็งและความอ่อนได้อย่างกลมกลืน ซึ่งส่งให้เขามีเสน่ห์ทางอารมณ์ที่ไม่ธรรมดา

เคนนี่ ยืนในท่าทางนิ่ง เผยเสน่ห์ความเป็นชาย

“แล้วแบบนี้จะทำให้เสียความเป็นชายหรือเปล่า หรือเป็นเรื่องลบไหม? ผมว่าไม่จำเป็น” เคนนี่ ถามย้อนกลับอย่างหนักแน่น สำหรับความเชื่อเหล่านี้เขากล่าวอย่างจริงใจว่า “ผมคิดว่าผู้ใหญ่ควรรู้จักจัดการอารมณ์ รู้สึกต่อคนต่อสิ่งรอบข้าง และยอมให้ตัวเองถูกความรู้สึกจากสิ่งรอบข้างสัมผัสได้ แม้คุณจะแข็งแกร่งหรือเข้มแข็งแค่ไหน ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีอารมณ์—คุณยังต้องการระบาย”

ตอนนี้เขาพร้อมที่จะแบ่งปันกับคุณว่า เขาสนุกกับการเคลื่อนไหวระหว่างความแข็งและความอ่อนนี้มาก

“ถ้าคุณไม่ซื่อตรงกับตัวเอง ใครก็ไม่มีหน้าที่ต้องพูดความจริงกับคุณ”

“ตอนนี้ผมชอบใช้เวลาที่เป็น MeTime ของตัวเองมากขึ้น”

คนอ่านคงเห็นภาพชายหนุ่มที่ทั้งอบอุ่นและเท่ แวดล้อมไปด้วยเพื่อนสนิทที่พร้อมเป็นแขกรับเชิญคอนเสิร์ตหรือร่วมทริปต่าง ๆ แต่เมื่อความไวของตัวเองเพิ่มขึ้น เขากลับค้นพบว่าจริง ๆ แล้วต้องการเวลาคนเดียวมากขึ้น เคนนี่ เล่าว่า เวลาส่วนตัวของเขาจึงถูกใช้ไปกับการเรียนรู้ “ผมไปเรียนทุกอย่างที่อยากเรียน ทั้งเต้น การแสดง การฝึกฟิตเนสกลางแจ้ง ภาษา ฯลฯ” ช่วงเวลาอยู่คนเดียวจึงเป็นโอกาสไล่ตามเวลาและเติมเต็มตัวเอง เขาหัวเราะว่า ตอนก้าวเข้าสู่วัย 40 แทบหลีกเลี่ยงความกังวลเรื่อง ‘วิกฤตวัยกลางคน’ ไม่ได้ ดังนั้นเขาต้องเรียนรู้และเพิ่มมูลค่าให้ตัวเอง เพื่อไม่ให้ถูกทิ้งห่างจากโลกภายนอก

“การเรียนรู้ไม่เคยยากอย่างที่คิด” เขาเล่าถึงกฎทองของการเรียนว่า เมื่อเริ่มจริงจังแล้วมักเป็น ‘ขมก่อนหวานทีหลัง’ โดยเฉพาะเมื่อคุณไม่เข้าใจจังหวะและพื้นฐานใหม่ ๆ มันทำให้รู้สึกเหมือนแบกภาระ แต่เมื่อคุณเริ่มตามทัน ความสนใจจะเกิดขึ้นเอง เขาเรียนรู้ว่าการเรียนต้องอาศัยทัศนคติที่ถูกต้องและความอดทน “ผมเริ่มเข้าใจวิธีคิดในการเรียน ตอนนี้ผมพร้อมจะ ‘ตั้งใจจริง’ มากขึ้น ดังนั้นผมใช้ MeTime ไปกับการเรียน”

เคนนี่ ในชุดทักซิโด้และแจ็กเก็ตจาก Maison Margiela
ชุด White Mille-feuille และ Heroic Cut Jacket, เชิ้ตทักซิโด้และกางเกงจาก Maison Margiela / รองเท้ารูปทรง Clear Tabi Derbies

“สิ่งที่ผมทำตอนนี้ ผมให้ความสำคัญกับ ‘ความใจดี’ เป็นอันดับแรก”

การเรียนรู้ทำให้เขาดีขึ้น ไม่แปลกที่ช่วงหลัง เสน่ห์ของ เคนนี่ จะโดดเด่น เขามองว่าเสน่ห์ของคนคือการมีความใจดี เพราะเมื่อใจดี คุณจะยืนอยู่ในมุมมองของผู้อื่นและเข้าใจความรู้สึกของเขา การคุยกับ เคนนี่ จะเห็นเลยว่าประสบการณ์ปีต่อปีช่วยเปิดมุมคิดและขยายวิสัยทัศน์ ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่เป็นวิถีในการก่อร่างสร้างตัวให้มีชั้นเชิง “เมื่อคุณคิดถึงคนอื่น คุณจะทำทุกสิ่งด้วยเสน่ห์ตามธรรมชาติ” เขาเล่าว่าได้รู้จักรุ่นพี่หลายคนที่ทำงานด้วยความเอาใจใส่ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาทึ่งที่สุด “พวกเขาทำงานโดยคำนึงถึงความรู้สึกของคนอื่น แต่ก็ยังมีมาตรฐานของตัวเอง”

เคนนี่ เชื่อว่า เสน่ห์ไม่จำกัดเพศหรือพื้นเพ ความใจดีเป็นหัวใจสำคัญของเสน่ห์ “เมื่อคุณไม่สามารถใจดีได้ สิ่งที่คุณทำจะเป็นไปเพื่อตัวเองทั้งหมด และทุกอย่างที่คุณทำจะกลายเป็นความเห็นแก่ตัว” เขายอมรับอย่างถ่อมว่า ยังต้องพัฒนาตัวเองในเรื่องนี้อยู่ “ตอนนี้ผมทำทุกอย่างโดยให้ ‘ความใจดี’ เป็นที่ตั้ง และความเชื่อนี้ยิ่งแน่นขึ้นเรื่อย ๆ”

เคนนี่ ถ่ายภาพแฟชั่น ในมาดสงบและคิดลึก

“เมื่อผมหันกลับไปมอง ผมก็ยังไม่เกลียดตัวเอง”

“ตอนนี้ผมมีความสุข แต่ก็รู้สึกกดดัน” สำหรับคนที่โตจากโลกบันเทิงเหมือน เคนนี่ การยอมรับความบกพร่องแล้วกลับมาเรียนรู้ใหม่ไม่ง่ายเสมอไป “บางครั้งมีเรื่องที่คุณไม่อยากเผชิญ” เขากล่าวอย่างหนักแน่น ผ่านทั้งการเผชิญและการกลั่นกรอง เคนนี่ เข้าใจว่า การยอมรับคือยาชนิดหนึ่ง เมื่อเคยชินแล้วจะเห็นคุณค่า เพราะเขารู้ดีว่า “ถ้าคุณไม่ซื่อตรงกับตัวเอง ใครก็ไม่มีหน้าที่ต้องพูดความจริงกับคุณ”

เคนนี่ บอกว่า เพื่อนที่กล้าบอกความจริงกับเขามีไม่น้อยไปกว่าพวกที่ชวนเที่ยวเล่น เขาเข้าใจข้อบกพร่องและสาเหตุของมัน แล้วเมื่อเปิดบทใหม่ เขาวางแผนจะเดินอย่างไรต่อไป? “ถ้าผมยังหยุดอยู่ที่เดิม นี่คือชีวิตที่ผมอยากมีไหม? คำตอบคือ ‘ไม่'” เขารู้ดีว่า ก่อนจะก้าวไปข้างหน้าต้องมีความตั้งใจ และเมื่อยืนยันรับผิดชอบแล้ว การเผชิญคลื่นลูกใหญ่ย่อมทำให้เหนื่อยและท้อบ้าง แต่เมื่อทบทวนแล้ว เขาเลือกว่าจะลุยต่อ เพราะไม่ว่าจะในความรักหรือการงาน ในฐานะคนธรรมดา เขาอยากเมื่อหันกลับไปมอง จะไม่เกลียดตัวเอง

ภาพแฟชั่นของ เคนนี่ ในชุดเสื้อผ้าหรู

ท้ายที่สุด เราถาม เคนนี่ ว่า ถ้าสามารถย้อนกลับไปพูดกับตัวเองเมื่อสิบปีก่อน เขาจะบอกอะไร

“จงสนุกกับความสุขของตอนนั้นต่อไป” เคนนี่ ตอบ “เขาอาจไม่ได้ทะเยอทะยาน แต่ถ้าไม่เคยมีวันที่ไร้กังวล เคยเจ็บบ้างและเดินต่อมาเรื่อย ๆ เขาก็จะไม่ยืนอยู่ตรงนี้ ที่อยากเรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่าง และเข้าใจว่าสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้เป็นเรื่องที่แน่นอน”

การสำรวจตัวเองไม่มีจุดเริ่มต้นหรือจุดจบที่ถูกกำหนด ชีวิตเต็มไปด้วยขึ้นลง เมื่อตกใจจนเจ็บ บางทีเราเปราะบาง แต่เมื่อกำหนดทิศทางไว้ วันหนึ่งเราจะเข้มแข็งขึ้นอีกครั้ง ย้อนกลับมาดูแล้วยิ้มได้ ความอ่อนและความแข็งคือสองด้านของเหรียญ เหมือนกลางวันกับกลางคืน ไม่อันใดอันหนึ่งดีกว่ากัน การใช้อ่อนโยนชดเชยความแข็งจึงเป็นภูมิปัญญาชีวิตที่ทำให้คุณยืนได้ในทุกจุดตัดของชีวิต

หน้าทางข้างหน้าเป็นวัยใหม่แล้ว เคนนี่ 關智斌 ตัดสินใจแล้วว่าจะเดินต่อไปอย่างไร


Producer: Vicky Wai
Photography: Simon C.
Videography: Andy Lee & Mandy Kan
Styling: Vicky Wai
Make up: Elaw Wong @thelook-studio.com
Hair: SingTam (pi4.hk)
Video Editor: Andy Lee
Editor: Carson Lin
Designer: Tanna Cheng
Wardrobe: Maison Margiela, Fendi, Rick Owens, Yohji Yamamoto, JOYCE

EDITOR'S PICKคัดสรรโดยบรรณาธิการ