Skip to content Skip to sidebar Skip to footer

ไอวานา: การเดินทางของดนตรีและศิลปะ 20 ปี

ดนตรีทำให้คนมีความสุข ดนตรีทำให้คนเป็นอิสระ ตั้งแต่ไอวานาเริ่มเรียนเปียโนตอนอายุ 6 ขวบ เปียโนก็คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางทางดนตรีของเธอ เธอแต่งผลงานชิ้นแรกในหน้าคีย์บอร์ดคือเพลง “เด็กหญิงผู้มีความสุข” และจนถึงวันนี้เธอก็ยังใฝ่หาการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอแต่งเติมบทเพลงงดงามออกมาต่อเนื่อง

เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อประมาณยี่สิบปีก่อน ในวันทำงานที่มีฝนตก⋯⋯ วันนั้นเธอถือปากกาขึ้นมาจดบันทึกเพลง “《我真的受傷了》” ไว้แบบไม่ตั้งใจ ในบรรยากาศที่ไฟสลัวและดนตรีเบาๆ เราจึงได้รู้จักชื่อ ไอวานา หว่อง (王菀之 / Ivana) ในแบบที่ตรงและสะอาดที่สุด เพลงนี้ต่อมาได้ช่วยเปิดประตูสู่วงการบันเทิงให้กับเธอ ไม่ว่าจะเป็นเพลง ภาพยนตร์ หรือเวทีละคร เธอหลงใหลอยู่กับการตามหาแรงขับทางความคิดสร้างสรรค์จากชีวิตและศิลปะ แม้ต้องอยู่ในกรอบของวงการเพลงกวางตุ้งที่มีข้อจำกัด ไอวานา ก็ยังคงเต้นรำด้วยโน้ตที่เธอรัก ปลดปล่อยแสงสว่างจากงานครีเอทีฟของเธอออกมาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ดนตรีคือศิลปะ และไอวานาก็รักศิลปะอย่างสุดหัวใจ เรื่องราวต่อไปจึงร้อยรัดเธอเข้ากับโลกของศิลปะอย่างเป็นธรรมดา

ผ่านการเดินทางและการเติบโตยี่สิบปี ไอวานาที่ชื่นชอบการท้าทายจากการสร้างสรรค์ตัดสินใจออกเดินทางสู่การสำรวจดนตรีในมุมมองศิลปะ โครงการนี้ไม่ใช่แค่เปลี่ยนสไตล์หรือแสวงหาความยืดหยุ่นด้านเทคนิคการร้อง แต่เป็นการหยิบศิลปะมาเป็นมุมมองหลัก เพื่อกระตุ้นอารมณ์และความคิดผ่านเสียงเพลง พอดีว่าปีที่แล้วการระบาดของโรคทำให้ไอวานาต้องหยุดพักจากงานอันเร่งรีบ นั่นกลับกลายเป็นจังหวะให้เธอได้ทบทวนจิตใจ รื้อฟื้นความตั้งใจแรกของการสร้างงาน และพินิจพิเคราะห์คุณค่าบางอย่างของชีวิตอีกครั้ง

ในฐานะทั้งผู้สร้างสรรค์และผู้แสดง ไอวานาได้ลองลงมือทำงานในหลายแขนง เธาตั้งคำถามว่าการเดินทางครั้งนี้จะนำพาอะไรกลับมาสู่ตัวเธอบ้าง และความสัมพันธ์อันละเอียดอ่อนระหว่างดนตรี ศิลปะ และ “ไอวานา” จะถูกตีความออกมาอย่างไร ก่อนที่การเดินทางครั้งใหม่จะเริ่มขึ้น เราขอให้ไอวานาเล่าให้ฟังถึงทิวทัศน์ต่างๆ ที่เธอเห็นมาในเส้นทางศิลปะของเธอสักเล็กน้อย

“สำหรับฉัน มันเหมือนเป็น ‘พระคุณ'”

“โทรศัพท์ดังแล้ว เธอต้องพูดแล้วนะ”

เพลงที่ออกสู่สาธารณะช่วงต้นยุค 2000 และได้รับการผลักดันอย่างเป็นทางการในปี 2001 เพลงนี้ไม่ได้มีการโปรโมตอย่างยิ่งใหญ่ แต่ด้วยการถ่ายทอดอารมณ์อย่างลึกซึ้งของ “เทพเสียง” แจ็คกี้ จาง (張學友) ทำให้ 《我真的受傷了》 กลายเป็นเพลงคลาสสิกที่โด่งดังจนผู้คนเพิ่งมารู้หลังๆ ว่าเพลงนี้แต่งโดยไอวานา ท่วงทำนองเรียบง่ายและเนื้อร้องพร่ำพรรณา ร้องแค่ท่อนเดียวก็เหมือนผ่านเลยมาเป็นยี่สิบปี แม้จะเป็นข่าวดังที่คนรู้จักเพลงก่อนรู้จักคน แต่วงการเพลงสำหรับแฟนเพลงแล้ว 《我真的受傷了》 ก็มักจะถูกมองเป็นสัญลักษณ์ที่เท่ากับชื่อของไอวานา สำหรับเธอแล้ว เพลงคลาสสิกเพลงนี้มีความหมายอย่างไร?

“เพลงนี้สำหรับฉัน มันเหมือนเป็นพระคุณ” เพราะการมีอยู่ของเพลงนี้เป็นจุดเริ่มที่มอบโอกาสให้ไอวานาได้ขึ้นเวทีแสดงต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก ภาพนั้นคือช่วงเวลาที่ทำให้ผู้ฟังเริ่มรู้จักชื่อ “ไอวานา” เธอบอกว่ายังจำรายละเอียดในวันที่นั้นได้ชัดเจน ตั้งแต่ตอนที่จดเนื้อจนกลายมาเป็นการเชื่อมโยงถึงชื่อของเธอเอง ไอวานารู้สึกว่าความหมายที่สะสมมาในสองทศวรรษนั้นหนักแน่นมาก นอกจากเพลงช่วยหนุนเส้นทางการแต่งเพลงแล้ว ยังทำให้การแนะนำตัวเองง่ายขึ้นกว่าเดิม “ดังนั้น ทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับ 《我真的受傷了》 และเหตุการณ์ที่แตกแขนงมาจากมัน ฉันรู้สึกขอบคุณทั้งหมด”

นอกจากจะเป็นพระคุณ เพลงนี้ยังเป็นบันทึกส่วนตัวที่เก็บอารมณ์ขณะสร้างสรรค์ไว้จนถึงวันนี้

“ตอนที่ฉันทำงานพาร์ตไทม์อยู่ในแผนกคอมพิวเตอร์ของบริษัทช่วงปิดเทอม ฉันไม่ค่อยถนัดคอมพิวเตอร์และไม่อยากไปรบกวนเพื่อนร่วมงานที่กำลังงานยุ่ง แล้วฉันก็เงยหน้ามองเห็นฝนตกที่ริมหน้าต่าง จึงหยิบปากกาขึ้นมาเขียนสองบรรทัดแรก และโดยไม่ตั้งใจบทร้องทั้งเพลงก็บังเกิดขึ้น” ไอวานาเล่าถึงที่มาของ 《我真的受傷了》 ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างเรียบง่ายเหมือนทำนองเพลงท่อนสั้นๆ เพลงหนึ่ง การจะเป็นเพลงคลาสสิกไม่จำเป็นต้องประสบความสำเร็จอย่างเหนือชั้นเสมอไป การร้องเล่าเรื่องด้วยความรู้สึกจริงใจกลับทำให้ตรึงใจและฝังอยู่ในชีวิตของคนฟังอย่างยาวนาน

ไอวานา สวมโค้ททรง A-line ประดับมุก จากคอลเล็กชัน Simone Rocha x H&M
เสื้อโค้ททรง A-line สีดำประดับมุก HKD1790 (ประมาณ 8,234 บาท ณ อัตราแลกเปลี่ยน 1 HKD = 4.6 THB) / เสื้ิอเชิ้ตสีขาวประดับมุก HKD599 (ประมาณ 2,755 บาท) / กระโปรงสั้นตกแต่งมุก HKD599 (ประมาณ 2,755 บาท) / ถุงเท้ายาวประดับโบสีดำ HKD279 (ประมาณ 1,283 บาท) / รองเท้าหนังประดับมุกสีดำ HKD1990 (ประมาณ 9,154 บาท) All From Simone Rocha x H&M

“ฉันเคยมองมันเป็นเพียงเพลงธรรมดาเพลงหนึ่ง”

“ถ้าไม่เพราะปีที่แล้ว (การระบาด) ทำให้รูปแบบการทำงานและชีวิตเปลี่ยนไป ฉันอาจปล่อยให้เพลงนี้ถูกละเลยไปได้” ในโอกาสครบรอบยี่สิบปีของ 《我真的受傷了》 ปีที่แล้วไอวานาชวนเพื่อนร่วมทางในเส้นทางดนตรีมาร่วมตีความใหม่ในแบบของแต่ละคน ถึงจะเป็นการมองย้อนกลับเล็กๆ แต่เป็นประสบการณ์ที่เกิดจากความโชคร้ายที่กลายเป็นโชคดี ไอวานาบอกว่า ก่อนการระบาดเธอไม่ใช่คนที่ใช้งานโซเชียลมีเดียเป็นที่สื่อสารเพื่อแสดงตัวตนมากนัก และไม่เคยมองว่ามันคือพื้นที่สำหรับการสื่อสารผลงานของตัวเอง จนเมื่อเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน ทำให้เธอมีโอกาสหยุดและเปิดรับสิ่งต่างๆ มากขึ้น จนนำไปสู่โครงการรำลึกที่อบอุ่นและสนุกคราวนี้

เมื่อวันเวลาผ่านไปและได้กลับมานั่งนึกถึงเพลงสำคัญในชีวิตเช่นนี้ ไอวานารู้สึกว่าเธอเคยคิดว่า “มันเป็นเพลงธรรมดา” จริงหรือ?

ในอดีตมีการแสดงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธีม การถ่ายทอดอารมณ์ หรือการเรียบเรียงดนตรี ไอวานามักเลือกที่จะไม่ใส่เพลงนี้ลงไปในการแสดง เพราะรู้สึกว่าทุกครั้งที่มีการแสดงและใส่เพลงนี้เข้าไปมันกลายเป็นเรื่องที่คาดเดาได้เกินไป แต่เมื่อได้ถอยออกมามองใหม่ เธอกลับตระหนักว่าความหมายที่ผู้ฟังได้รับนั้น สำคัญและหนักแน่นกว่าที่เธอเคยคิดไว้ “ตอนนี้เหมือนกับว่าได้กลับมาเลือกความรู้สึกนี้อีกครั้ง มันทำให้ฉันมีความสุข” เธอยิ้มกว้าง

บางครั้งดนตรีมีพลังใจเป็นเหมือนเวทมนตร์ พาพาเรายืนอยู่ในที่ที่ไกลกว่าเดิม มอบอิทธิพลที่เราไม่เคยนึกถึง แม้ชีวิตจะเผชิญการเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจควบคุม แต่เรื่องราวบังเอิญที่เกิดขึ้นกลับเหมือนถูกชักนำให้คิดใหม่ พักร่างกายช่วยเปิดพื้นที่ให้สมองและความคิดกลับมาพบความสุขอีกครั้ง

“เรียบง่ายมาก: ไอวานารักดนตรีและศิลปะ”

“จริงๆ แล้ว ดนตรีย่อมเป็นศิลปะ ดังนั้นฉันจึงรักศิลปะ”

ไอวานาพูดด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นกันเอง แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ของเธอกับศิลปะเป็นเรื่องเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ เธอชอบศิลปะแทบทุกแขนงและมักถูกกระทบด้วยแรงสะเทือนจากรูปแบบศิลปะต่างๆ ก่อนหน้านี้เธอมีผลงานอย่าง “畫意” เพื่อรำลึกถึงแวนโก๊ะ ด้วยประโยคยาว 33 คำที่ทรงพลัง เสียงของเธอถ่ายทอดความเห็นใจ การยอมรับ ชื่นชม และความเสียใจต่อศิลปินยิ่งใหญ่คนนั้น อีกผลงาน “波點女皇” เป็นการไว้อาลัยให้ศิลปินญี่ปุ่น คุซามะ ยาโยอิ (草間彌生) ด้วยการเรียบเรียงที่ร้อนแรงและล้ำสมัย ไอวานายังเคยเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อตามไปเยี่ยมบุคคลต้นแบบที่มีอายุ 98 ปี และไปสัมผัสผลงานต้นแบบด้วยตนเอง ผลงานอีกชิ้น “迷失藝術” ก็เล่าเรื่องความทุกข์ของศิลปินยามยากลำบาก

ไอวานา ในชุดแฟชั่นจาก Simone Rocha x H&M

การผสมผสานระหว่างดนตรีและศิลปะมักให้ความรู้สึกพิเศษบางอย่าง เหมือนสิ่งที่คุ้นเคยแต่อธิบายไม่ถูก “ความจริงศิลปะมีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของทุกคน เพียงแต่เมื่อคนเราคุ้นชินกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากๆ มักจะหลงลืมการมีอยู่ของมัน” ไอวานายกตัวอย่างด้วยมื้ออาหารใต้แสงเทียน เธอชี้ว่าองค์ประกอบที่ทำให้มื้ออาหารนั้นสมบูรณ์มาจากศิลปะหลายแขนง หากทุกอย่างจัดไว้เรียบร้อย คุณก็จะเพลิดเพลินได้ แต่หากถึงเวลาสนุกแล้วร้านปิดไฟหรือหยุดเพลง ความรู้สึกของประสาทสัมผัสก็จะสัมผัสได้ทันทีว่าขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง และเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ

จากการสังเกตชีวิตในมุมเล็กๆ เช่นนี้ ทำให้ในช่วงหลังๆ ศิลปะกลายเป็นแกนหลักของการสร้างสรรค์สำหรับไอวานา เธอตั้งใจจะชวนผู้ฟังค้นหาสิ่งที่หายไปในชีวิตผ่านแท็ก #TheMissingSomething “หรือหวังให้มันเป็นองค์ประกอบบางอย่างที่ผู้คนอาจนึกถึงได้อีกครั้งในชีวิตประจำวัน” ไอวานาตระหนักว่าการเริ่มต้นเดินทางด้วยมุมมองศิลปะและนำศิลปะมาเป็นมุมมองในการผลิตผลงาน จะช่วยเชื่อมดนตรีกับผลงานของเธอให้ใกล้ชิดและกระตุ้นความคิดมากขึ้น พอเธอเขียนเพลง “碧玉” เสร็จ ก็เป็นสัญญาณว่าเธอพร้อมจะเริ่มการเดินทางครั้งนี้อย่างจริงจัง และอยากเดินต่อไปให้ไกลยิ่งขึ้น

แม้จะอยู่ในวงการเพลงกวางตุ้ง แต่ในโลกงานสร้างสรรค์ของไอวานา กฎเกณฑ์และแบบแผนเป็นเพียงอุปสรรคเล็กๆ “ทำนองนี้ ถาวรตามสูตรทางเทคนิคแล้ว มันอาจจะไม่ควรปรากฏในเพลงป๊อปกวางตุ้งเลยก็ได้”

ไอวานาที่ดูเรียบร้อยและสุภาพในสายตาคนทั่วไป ในด้านการสร้างสรรค์เธอเป็นนักรบผู้กล้าหาญ

เธอเล่าว่าตลอดหลายปีที่ทุ่มเทให้การแต่งเพลง เธอไม่เคยหยุดค้นหาความท้าทาย ผลงานล่าสุดอย่าง “碧玉” คือหลักฐานที่ชัดเจนที่สุด “ตอนนั้นฉันเครียดมาก แต่ฉันตั้งใจจะเขียนให้เสร็จในคราวเดียว ‘Da Da Da, Da Da, Da Da Da’ (อินโทรของ ‘碧玉’) เรื่องจังหวะสี่หรือสาม การเปลี่ยนคอร์ด ทั้งหมดนั้นฉันทิ้งไว้ข้างหลัง ณ เวลานั้น ฉันคิดว่าดวงอาทิตย์เป็นสีม่วงก็เป็นสีม่วง รู้สึกเย็นก็รู้สึกเย็น ภาพที่หลุดจากกรอบเหล่านี้สะท้อนออกมาตอนฉันเขียนทำนอง”

ดังที่ไอวานากล่าวว่า “แน่นอนว่ามันยาก แต่ถ้าเจอความยากต้องหาทางเผชิญและจัดการ” ไอวานาไม่ปิดบังว่างานสร้างสรรค์ของ “碧玉” ท้าทายขีดจำกัดของเธอเกินคาด เธอเป็นคนทำแผนเรียบเรียงด้วยตัวเองอีกครั้ง ใช้เวลากว่า 200 ชั่วโมงในการกลั่นเกลางาน และตัดสินใจเดินทางไปถ่ายมิวสิกวิดีโอที่ไอซ์แลนด์ ดึงเปียโนจริงไปด้วยเพียงเพื่อภาพสั้นๆ ไม่กี่นาที ความทุ่มเทระดับนี้ทำให้เธอพอใจอย่างยิ่งเมื่อผลงานเสร็จสมบูรณ์

“แน่นอนว่าคาดหวังว่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ความรู้สึกพึงพอใจที่ได้มา มันเกินกว่าการที่โปรดิวเซอร์หรือคนอื่นจะประเมินว่าเป็นอย่างไร มันคือ ‘ฉันทำได้แล้ว'” เธอเผยความตื่นเต้นบนใบหน้า

ไอวานา ถ่ายภาพแฟชั่นจาก Simone Rocha x H&M

“ตอนนี้ฉันตั้งตารอว่าสักวันฉันจะเขียนเพลงที่เทียบเท่า 《我真的受傷了》 อีกครั้งได้หรือไม่”

การสร้างสรรค์ทำให้คนหลงใหล หลายคนมองว่าศิลปินใฝ่หาความเป็นอิสระ แต่ในความจริงแล้ว ศิลปินหลายคนกลับชอบการทำงานหนักแบบเก็บตัวเพื่อค้นพบความจริงภายใน “ในอดีตการสร้างสรรค์ของฉันมักมีการคำนวณเชิงเทคนิคอยู่มาก” ไอวานาเล่าถึงนิสัยการทำงานเก่าๆ ของเธอ เธอให้ตัวอย่างว่าแม้โจทย์จะดูไม่เกี่ยวข้องกัน แต่เมื่อเริ่มเขียนเธอก็มักคิดคำนวนจนมากเกินไป บางครั้งความคิดที่บ้าบิ่นแบบ ‘ฉันมาจากดาวอังคาร’ ของเพลงหนึ่ง ก็ถูกปรับละมุนจนกลายเป็นความละเอียดยิบย่อยในอีกเพลงหนึ่ง กลายเป็นเสน่ห์ของพลังสร้างสรรค์ของไอวานา

เมื่อเปิดมุมมองสู่ศิลปะ ไอวานาต้องการให้การสร้างสรรค์ของเธอมีทิศทางแบบ “ขั้วตรงข้าม” ซึ่งไม่ได้หมายถึงการสุดโต่ง แต่คือการสัมผัสความจริงใจในความสุดขั้ว “ผ่านการเติบโตยี่สิบปี การเปลี่ยนแปลงของบุคลิก การสะสมประสบการณ์ ความเรียบง่ายบางเรื่องอาจไม่สามารถทำซ้ำได้อีก”

“ฉันตั้งตารอว่าวันนี้ฉันยังจะเขียนเพลงแบบ 《我真的受傷了》 ได้อีกไหม หรือถ้าฉันต้องเขียนเพลงที่ง่ายและฟังแล้วคนเข้าใจทันที ฉันจะยังทำได้หรือเปล่า?”

ไอวานา ใส่เดรสผ้าซาตินและเอี้ยมผ้าชีฟอง จาก Simone Rocha x H&M
เอี้ยมผ้าซาตินประดับโบ HKD449 (ประมาณ 2,065 บาท) / ชุดเดรสลายดอกโทนชมพู HKD1790 (ประมาณ 8,234 บาท) / ถุงเท้าสั้นประดับโบสีดำ HKD229 (ประมาณ 1,053 บาท) / รองเท้าหนังแต่งขนหนาแบบพื้นหนา HKD1490 (ประมาณ 6,854 บาท), All From Simone Rocha x H&M

แต่ด้วยวิกฤติครั้งนี้ กลับเป็นเชื้อไฟให้ทัศนคติการสร้างสรรค์ของไอวานาเปลี่ยนไป “ฉันรู้สึกว่าตอนนี้ฉันปลดล็อกตัวเองได้มากขึ้น ก่อนหน้านี้เวลาแต่งเพลง ฉันมักคิดว่า ‘ถ้าจะทำเพลงให้เพราะ ต้องทำแบบนี้ แล้วค่อยทำอย่างนั้น…’ ผลสุดท้ายหลายเพลงก็ถูกทิ้งไปเพราะสูตรสำเร็จเหล่านี้”

เธอกล่าวต่อว่า “แต่ถ้าคุณเชื่อความบริสุทธิ์ของช่วงเวลานั้น ไม่ว่าเพลงนั้นจะเป็น ‘碧玉’ หรือเพลงที่พูดถึงเรื่อง WiFi ที่บ้านช้าจนหัวเสีย สำหรับฉันแล้วค่าความหมายมันเท่ากัน เพราะมันบันทึกช่วงชีวิตชิ้นหนึ่งได้อย่างตรงไปตรงมา แล้วถามว่าอนาคตจะทำซ้ำได้ไหม อาจจะไม่ได้ การจับวินาทีนั้นไว้ได้ นั่นแหละคือเวทมนตร์ของการสร้างสรรค์”

“ฉันคิดว่า ‘ความสนุก’ เป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ”

“การมีส่วนร่วมเต็มที่คือกุญแจสำคัญ”

ก่อนจะได้รู้จักตัวตนของไอวานาผ่านการแสดงหรือการให้สัมภาษณ์ หลายคนอาจคิดว่าเธอน่าจะเป็นคนสนุกสนานอยู่แล้ว การร่วมงานถ่ายทำครั้งนี้ยิ่งเผยให้เห็นมุมขบขันของเธอที่เกินคาด ช่วงถ่ายทำเธออาจพลันกลายเป็นชาร์ลี แชปลิน ขึ้นมาทำมินิสกิต บางครั้งร้องเพลง บางทีก็เต้น บางครั้งก็เล่าเรื่องตลก ทำให้บรรยากาศสดใสและเต็มไปด้วยพลังบวก

นิสัย “ขี้เล่น” อาจฟังดูเป็นคำตำหนิ แต่ในทางบวกมันกลับส่งผลดีต่อเธอ โดยเฉพาะในฐานะผู้แสดง ไอวานาเล่าว่าไม่ว่าจะเป็นการแต่งเพลง การแสดงภาพยนตร์ หรือบทละครเวที หากเริ่มต้นด้วยความรู้สึกว่าไม่สนุก ผลลัพธ์ก็มักไม่ดี

“การมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่จะทำให้คุณพบความสนุก แล้วคุณจะปลดปล่อยพันธนาการทั้งหมด อิสระที่จะถ่ายทอดและแสดงออกจะทำให้ผู้ชมรับพลังของคุณได้ทันที”

ศิลปินหลายคนอาจยึดถือคำว่า ‘สมบูรณ์แบบ’ เป็นมาตรวัด แต่ไอวานาเห็นว่า ‘ทัศนคติ’ สำคัญกว่า ‘สภาพ’ แม้เจอสถานการณ์กะทันหันหรือปัญหาเฉพาะหน้า การมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่มักเป็นเวทมนตร์ที่ช่วยให้ผู้แสดงข้ามผ่านอุปสรรคและทำให้ทัศนคติแข็งแรงขึ้น

ศิลปะย่อมต้องพาไปสู่ความเพ้อเจ้อและสิ่งคาดไม่ถึงจึงจะน่าสนใจ

ไอวานา ในภาพแฟชั่นจาก Simone Rocha x H&M

ด้วยความขี้เล่นและมุมมองที่ไม่ตามกรอบ ไม่ว่าจะพูดจาหรือท่าทาง ไอวานาดูเหมือนเด็กสาวผู้ไม่ยึดติด เธอจินตนาการไม่ตามแบบแผน และการเล่นดนตรีของเธอทำให้หลายคนนึกถึงตัวละครนางเอกจากเรื่อง “โนดะ มิโอะ” ใน “交響情人夢” — ทั้งสองมีสัญชาตญาณดนตรีที่เฉียบคมและนิ้วที่ว่องไว เมื่อเธอเล่นเปียโน รอยนิ้วที่ฟ้อนบนคีย์บอร์ดเผยให้เห็นหัวใจของเด็กที่ยังซุกซน ในโลกของดนตรีพวกเธอเป็นเด็กที่เล่นของเล่นตามใจและสนุกอย่างเป็นธรรมชาติ

ไอวานายอมรับว่าเธอยังคงมีความไร้เดียงสา และบางครั้งก็กลัวว่าตัวเองจะไร้เดียงสาเกินไป แม้แต่ว่าหลังแต่งงาน ความไร้เดียงสาของเธอกลับไม่ได้ลดลง แต่กลับเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการคิด การวาดภาพ และการสร้างสรรค์ของเธอ แล้วจะเป็นผลดีหรือร้าย? “อาจเป็นเวลาเธอมีความสุขมากๆ ก็ทำให้ฉันพูดเยอะจนเสียงแหบ นั่นก็เป็นผลกระทบอย่างหนึ่ง” ไอวานาหัวเราะแล้วพูดว่า “ถึงฉันไม่แน่ใจว่านี่เป็นผลดีหรือร้าย แต่ที่แน่ๆ มันก็มีผล”

แม้บุคลิกลักษณ์ข้างนอกจะสดใส แต่ทุกคนย่อมมีเรื่องทุกข์เป็นของตัวเอง “ด้านที่ฉันดูร่าเริง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีเรื่องเศร้า” ไอวานากล่าว ทุกคนมีวิธีระบายอารมณ์แตกต่างกันไป เธอมีความโชคดีที่เป็นผู้แสดง จึงสามารถปลดปล่อยมันผ่านงานได้ “ฉันโชคดีที่เป็นผู้แสดง ฉันสามารถปลดปล่อยผ่านการแสดงได้” เธอกล่าวต่อ “ดังนั้น ถ้ายังมีโอกาสให้คนเห็นฉัน และฉันยังมีพลังอยู่ ฉันก็อยากเป็นเหมือนถั่วเต้นน้อยตัวหนึ่ง เพราะคนเรามีเรื่องเศร้าหลายเรื่อง ไม่จำเป็นต้องทำให้ใครนึกถึงเรื่องนั้นในตอนนั้น งั้นขอให้เจ้าถั่วเต้นนี้ออกมาทักทายก่อนเถอะ” “‘It’s just as simple as that’ — บางครั้งมันก็ง่ายแค่นั้นแหละ”

“การรู้จักตัวเองดูท่าจะน่าสนุกดีนะ เพราะเรามักคิดว่ารู้จักตัวเองเสมอ”

นอกจากการมีส่วนร่วมเต็มที่กับการสร้างสรรค์ทุกวินาที ไอวานายังคิดว่าการเข้าใจตัวเองเป็นเรื่อง “ค่อนข้างสนุก” “เพราะฉันคิดว่ามันยากมาก คุณมักคิดว่าคุณเข้าใจตัวเอง แล้วพอผ่านเหตุการณ์บางอย่างไป คุณมักตกใจและถามตัวเองว่า ‘ทำไมฉันเป็นแบบนี้?’ ฉันเชื่อว่าแม้เวลาจะผ่านไปอีกสักพัก เราก็ยังไม่เข้าใจตัวเราเองทั้งหมด” ไอวานาเสริมว่า “ฉันอาจจะไม่ได้เข้าใจตัวตนที่แท้จริงของฉัน และบางทีฉันอาจลืมมันไปแล้วด้วยซ้ำ”

ไอวานา สวมเดรสฟูฟ่องลายดอกจาก Simone Rocha x H&M
Simone Rocha x H&M เดรสฟองแขนลายดอกสีดำ HKD1490 (ประมาณ 6,854 บาท)

โลกกว้างอาจทำให้คุณหลงทางได้ง่ายเพราะไม่รู้จักตัวเอง ไอวานาจึงใช้ดนตรีและศิลปะเป็นเครื่องมือในการค้นหาตัวเองและโลก เธอไม่เหมือนศิลปินที่ยึดตามแนวทางการค้าเป็นหลัก เธอทำงานที่เธอรัก ที่เป็นแนวหน้าและทดลองอยู่เสมอ ในผลงานหลายร้อยเพลงของเธอ มีคนดูสักกี่คนที่เคยสนใจเพลงข้างเคียงจากอัลบั้มอย่าง “Infinity Journey”,”Read My Senses”,”The Songbird Anthology” แม้เพลงเหล่านี้อาจไม่กลายเป็นฮิต แต่ความอบอุ่นและแรงสั่นสะเทือนของมันไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย

ไอวานาเผยให้เราฟังว่าช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้จะมีผลงานใหม่ออกมา นับเป็นก้าวสำคัญหลังจากเพลง “碧玉” ซึ่งเป็นการประกาศอย่างเป็นทางการของเธอในการเริ่มต้นการเดินทางทางดนตรี-ศิลปะครั้งนี้ เธอบอกว่าเพลงใหม่มีหัวข้อที่ไม่เคยปรากฏในผลงานก่อนหน้า เป็นผลงานที่มีธีมชัดเจนและส่งข้อความที่เธออยากแบ่งปันกับผู้ฟังช่วงนี้ มีความหมายมาก

ไอวานาซึ่งไม่ค่อยให้สัมภาษณ์บ่อยครั้งนัก ในครั้งนี้เปิดโอกาสให้เราได้เข้าไปในโลกสุดเพี้ยนของเธอ คุยอย่างสบายใจเกี่ยวกับการเดินทางอันกว้างใหญ่ของงานดนตรีและศิลปะ ทุกครั้งที่เธอพูดถึงมุมมองด้านการสร้างสรรค์และดนตรี ใบหน้าของเธอก็จะเปล่งประกายเหมือนเด็กที่กำลังจะเล่าเรื่องของเล่นชิ้นโปรดให้ฟัง ความสุขที่เธอส่งออกมาจากใจเชื่อว่าจะดึงดูดทั้งคนที่หลงใหลในผลงานและนิสัยของเธอ

ไม่เหมือนศิลปินป๊อปทั่วไป ไอวานาทำให้เรารู้ว่าแม้เพลงป๊อปก็สามารถพาผู้ฟังไปรู้จักศิลปะได้ ลองหาเวลาหยิบเพลงของเธอกลับมาฟังอีกครั้งก่อนงานเพลงใหม่จะออก รับรองว่าจะทำให้คุณตกหลุมรักศิลปินผู้ซุกซนคนนี้อีกครั้ง


Producer: Vicky Wai
Photography: Simon C.
Videography: Andy Lee, Mandy Kan
Styling: Vicky Wai
Make Up: Janice Tao
Hair: Jo Lam@SALON TRINITY
Video Editor: Andy Lee
Editor: Carson Lin
Design: Tanna Cheng
Assistant: Mandy Kan
Wardrobe: Simone Rocha x H&M

EDITOR'S PICKคัดสรรโดยบรรณาธิการ