Skip to content Skip to sidebar Skip to footer

ไอดอล Keung To เผยใจหลังคอนเสิร์ต MIRROR

ในเช้าวันที่ 11 พฤษภาคม ปี 2021 ตอนค่ำอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่ตราตรึงใจผู้ชมปิดฉากลงแบบสมบูรณ์ แต่การปิดฉากนี้กลับเป็นการเปิดบทใหม่ให้กับวงการเพลงฮ่องกง โดยการแสดงต่อเนื่องหกรอบของ MIRROR “ONE & ALL” LIVE 2021 ได้ปิดฉากอย่างงดงาม สมาชิกทั้ง 12 คนทุ่มสุดตัวทั้งร้องทั้งเต้น เสียงร้องที่ทรงพลังและการแสดงบนเวทีเปล่งประกาย ทำให้ผู้ชมในฮอลล์และผู้คนที่อยู่ข้างนอกต่างรับรู้ถึงพลังและความตั้งใจของพวกเขา ไม่ว่าใครจะเป็นแฟนก็ตาม ก็ยอมรับไม่ได้ว่าพวกเขาช่วยเติมชีวิตชีวาให้กับวงการเพลงที่เงียบเหงามานาน และเสน่ห์ที่ทำให้ทั้งเมืองคลั่งไคล้พวกเขาคืออะไร นั่นชวนให้สงสัยโดยเฉพาะสมาชิกคนหนึ่งที่แทบจะทำให้ผู้หญิงทั้งเมืองใจละลาย ทุกครั้งที่ปรากฏตัวบนโลกออนไลน์เขากลายเป็นกระแส — Keung To (姜濤)

Keung To (姜濤) จากเด็กบ้านๆ สู่ไอดอลยุคใหม่ แม้จะยังอายุน้อย แต่สิ่งที่เขาเผชิญในสองปีที่ผ่านมาและแรงกดดันที่แบกรับเกินกว่าวัยของเขาจะรับไหวได้ง่ายๆ กับเกียรติยศที่มาถึงอย่างฉับพลัน เขารับมือกับมันอย่างไร นอกจากคำชมและกำลังใจ ยังมีคำวิจารณ์และถ้อยคำรุนแรงตามมา เขาจัดการความรู้สึกเหล่านั้นอย่างไร เราได้เห็น Keung To ผ่านสื่อและบทวิจารณ์ แต่เคยได้ยินความคิดจริงๆ ของเขาหรือไม่ ล่าสุดเขาออกซิงเกิลใหม่ 《Master Class》 ซึ่งเนื้อเพลงบอกเล่าความในใจของเขา:

“ผมตั้งเป้า แค่อยากเป็นตัวผม ขอบคุณที่ส่งต่อไฟให้ แต่ผมยังไม่ยอมแพ้ ขอดูช้าๆ ว่าผมจะแตกหักอย่างไร หากคุณยังไม่เข้าใจ โปรดรอผม”

บนเส้นทางที่จะก้าวสู่ซูเปอร์สตาร์อย่างเต็มตัว อย่าลืมว่านี่คือเด็กหนุ่มเพิ่งผ่านวันเกิดครบรอบยี่สิบสองปี ช่วงนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเติบโต สำหรับ Keung To แล้ว การเติบโตหมายถึงอะไรบ้าง คอนเสิร์ตเพิ่งผ่านไปมากกว่าหนึ่งสัปดาห์ เราเลยชวนเขามาเล่าเรื่องราว เพื่อให้รู้สึกถึงเวลาที่ผ่านไปและภาพความทรงจำในสองปีที่วิ่งผ่านชีวิตของเขา

“หวังว่าเราจะมอบความกล้าให้ทุกคน”

“新世代 ก็คงหมายถึงแนวความคิดบางอย่าง”

ในหกวันของการจัด MIRROR “ONE & ALL” LIVE 2021 สื่อสังคมออนไลน์เต็มไปด้วยข่าวคราวของพวกเขา แทบจะยึดพื้นที่ออนไลน์ทั้งฮ่องกงไว้ทั้งหมด ความประทับใจของคอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่เสียงร้องหรือท่าเต้นเท่านั้น แต่คือความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและความมุ่งมั่นของสิบสองคน ที่ทำให้ผู้ชมได้เห็นการต่อสู้ มีน้ำตา และการเติบโตร่วมกัน

MIRROR ก่อตั้งมาเพียงสามปีแต่จัดคอนเสิร์ตมาแล้วสองครั้ง พวกเขาพิสูจน์ให้เห็นว่าทักษะอย่างเดียวไม่พอ ความคิดและความกล้าต่างหากที่เป็นตัวกำหนดทุกย่างก้าว Keung To เล่าว่ายิ่งใช้เวลาร่วมกับเพื่อนๆ ในวงมากเท่าไร ก็ยิ่งหวังให้ทุกคนไปได้ไกลด้วยกัน เขาเชื่อว่าพลังของสิบสองคนและความเชื่อนั้นจะช่วยให้ได้รับการยอมรับ และช่วงสองปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะขมขื่นหรือหวาน ก็เป็นความทรงจำที่มีค่าที่สุดสำหรับเขา ทีมทำให้เขามีพลังที่จะสู้กับความกดดัน ความเหน็ดเหนื่อย และความสงสัยในตัวเอง

จากการพูดคุยพอจะเห็นได้ว่า MIRROR มีความหมายกับ Keung To มากกว่าสิ่งอื่นใด

Keung To สวมสตรีทสไตล์ รองเท้าหนังและสเวตเตอร์โอเวอร์ไซส์

Larry Full-Grain Leather Sneakers, Mr. Porter / Oversize Ami de Coeur Sweater, Carrot Fit Cuffed Hem Trousers / All from Ami Paris (I.T) / Love Earring, Cartier

หลายคนบอกว่าพวกเขาเป็นความหวังใหม่ของวงการ เป็นตัวแทนของยุคสมัยใหม่ สำหรับคำว่า “新世代” Keung To มองว่าเป็นความหมายอย่างไร

“新世代 ก็คงหมายถึงแนวความคิดบางอย่าง” แม้ตัวเขาจะบอกว่าเป็นคนค่อนข้างเก็บตัว แต่เมื่อต้องรับหน้าที่ที่มีความคาดหวังสูง Keung To ยังคงเลือกท่าทีเชิงบวกและค่อยเป็นค่อยไป ไม่คาดหวังว่าทุกอย่างจะสำเร็จในพริบตา แต่เขาก็เฝ้าหวังอนาคตที่ยังไม่รู้ “อยากให้เมื่อคนเห็นเรา พวกเขากล้าที่จะคิดและลงมือทำสิ่งใหม่ๆ” สำหรับเขาการถ่อมตัวแล้วเปิดใจแสดงออกสำคัญกว่าการไล่ตามตำแหน่ง เพราะนั่นคือสิ่งที่เขาเรียกว่ามีเสน่ห์

“อืม…จริงๆ แล้ว ฉันไม่มีเวลามากพอจะย่อยทุกอย่าง”

Keung To ที่ความนิยมไม่เคยตกเมื่อมองย้อนสองปีที่ผ่านมา เขาเติบโตจากรายการประกวด ตะวันฉายตั้งแต่อายุ 19 ปี และในปีนี้ยังคว้ารางวัล “吒咤我最喜愛男歌手” มาได้ คนที่ดูเขาจากด้านนอกอาจสงสัยว่า เมื่อคนมาไวขนาดนี้ เขามีเวลาพักพอจะย่อยสิ่งที่เกิดขึ้นไหม

คำถามนี้ทำให้เขาดูเงียบลงสักครู่ แล้วตอบอย่างช้าๆ “อืม ใช่ จริงๆ แล้วไม่มีเวลามากพอจะย่อยสิ่งต่างๆ” การได้รับรางวัลและคำชมย่อมยินดี แต่ตามมาด้วยแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น เขาบอกว่าเพราะเขาให้ความสำคัญกับคอนเสิร์ตนี้มาก จึงทุ่มเทให้การเตรียมงาน 200% จนแรงกดดันเพิ่มพูนจนเกือบระเบิด ทั้งอารมณ์แปรปรวน จนถึงขั้นเป็นลมในห้องซ้อม

Keung To ถ่ายแฟชั่น สไตล์สตรีท สเวตเตอร์และรองเท้าหนัง
Larry Full-Grain Leather Sneakers, Mr. Porter / Oversize Ami de Coeur Sweater, Carrot Fit Cuffed Hem Trousers, All from Ami Paris (I.T) / Love Earring, Love Bracelet, Diamond-Paved with Black Ceramic and Love Ring, Diamond-Paved with Black Ceramic, All from Cartier

“ดังนั้น นี่เป็นปัญหาจริงๆ หวังว่าจะมีเวลาสักช่วงให้ย่อยสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อให้ตัวเองพัฒนา นั่นจะเป็นการให้เกียรติกับรางวัลที่ได้รับ” ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องโชค เขายังยึดมั่นในความกตัญญู แม้มีงานต่อเนื่อง เขายอมรับว่าวงการยังทำให้เขาอยู่ในระดับที่ต้องพิสูจน์ฝีมืออีกมาก ดังนั้นเขาจึงตั้งใจจะทำงานหนักขึ้น เพื่อตอบแทนความรักที่ได้รับ

เพราะความพยายามเท่านั้นที่ทำให้เขาตอบแทนคนที่เชื่อใจได้ และนี่ยังถือเป็นการให้เกียรติเพื่อเพื่อนรักที่จากไปอย่าง “中鋒” อีกด้วย

“หวังว่าในอนาคตคนจะรู้สึกว่า การมี Keung To เป็นเรื่องดี”

“ผมเป็นคนที่ต้องการพื้นที่และเวลาอยู่กับตัวเองมาก”

บนเวทีเขาเป็นคนที่เปล่งประกาย แต่ข้างนอกเขาเป็นคนค่อนข้างเงียบ สุภาพ และเก็บตัว ไม่ว่าจะยืนต่อหน้าช่างภาพหรืออยู่ในห้องพัก เขามักนิ่ง ไม่ค่อยพูดจนกว่าจะมีคนทักหรือสบตา เขาถึงจะยิ้มแล้วพยักหน้า

ภาพพอร์ตเทรต Keung To ในลุคแฟชั่น

“เดิมทีผมอาจจะขี้อายจริงๆ แต่พอถึงเวลาต้องแสดงออก ผมจะตัดสินใจได้ชัดเจนขึ้น” Keung To เล่าถึงบุคลิกของตัวเอง เขายอมรับว่าในความเป็นส่วนตัวเขาอาจมีด้านลบมากกว่า แต่ไม่ชอบเปิดเผยด้านนั้นต่อสาธารณะ

ไม่มีใครเป็นคนมองโลกในแง่ดีตลอดไป หรือเป็นคนมองโลกแง่ร้ายตลอดเวลา เมื่อได้ยินการสารภาพของเขา เราจะเห็นว่าเขายังอึดอัดกับการเผยความเปราะบาง “เพราะส่วนตัวผมค่อนข้างเหตุผลมาก แต่เมื่อคิดหรือพูดแบบมีเหตุผล บางครั้งมันก็ไม่ค่อยเป็นบวก นั่นคือส่วนหนึ่งของผมที่ผมกรองแล้วไม่อยากให้คนอื่นเห็น แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของผมนะ” และการยอมรับด้านลบนี้ต่างหากที่ทำให้ทุกอย่างทรมาน

“เมื่อชีวิตเหมือนถูกกดดันต่อเนื่อง และมีเรื่องเกิดขึ้นมากมายจริงๆ ในเวลาเดียวกัน มันยากที่จะระบาย”

เครื่องประดับ Cartier ที่ปรากฏในช็อตแฟชั่น
Love Necklace White Gold, Diamond-Paved, Love Bracelet, Diamond-Paved with Black Ceramic and Love Ring, Diamond-Paved with Black Ceramic, All from Cartier

การถูกคาดหวังเป็นทั้งแรงผลักดันและแรงกดดัน ถึงแม้แฟนคลับและทีมงานจะเข้าใจแค่ไหน Keung To ก็ยังเป็นเพียงคนใหม่ในวงการที่ต้องเผชิญความสงสัยในตัวเองและขาดความมั่นใจ ด้วยนิสัยเก็บตัวและการกดรับอารมณ์ไว้ เขาจึงต้องแบกรับความเครียดมากขึ้น เมื่อความรู้สึกพอกพูนจนระบายไม่ได้ ก็ย่อมเข้าใจได้ว่าเขาจะอ่อนล้าเพียงใด

เขาบอกว่าเขาต้องการพื้นที่ส่วนตัวอย่างแรง งานที่ถาโถม และเรื่องราวในปีที่ผ่านมา ทำให้ในวันสุดท้ายของคอนเสิร์ตเขาหยดน้ำตา นาทีนั้นคำพูดของเขาทำให้คนฟังสะเทือนใจ เมื่อร่างกายและจิตใจเหนื่อยล้า เขาเพียงหวังว่า “หลังคอนเสิร์ตจะขอพักให้เต็มที่ แล้วค่อยกลับมาฟื้นฟูสภาพ”

เชื่อว่าความหวังนี้ไม่ใช่ของ Keung To คนเดียว แต่เป็นความหวังของแฟนๆ พี่น้องในวง บริษัท และครอบครัวทุกคนที่ห่วงใยเขา

Keung To สวมโค้ทและสเวตเตอร์จาก Boss ในลุคถ่ายแฟชั่น
Double-breasted Trench Coat in Organic Cotton, Dip-dye Sweater in Knitted Cotton, All from Boss

“สิ่งที่ผมไม่อยากเป็นที่สุดคือคนที่สูญเสียความกระตือรือร้น”

แม้จะเห็น Keung To ที่เหนื่อยล้า แต่ทุกคำตอบในการสัมภาษณ์ของเขามาจากการคิดพินิจอย่างถี่ถ้วน โดยเฉพาะเมื่อตั้งคำถามว่า “ต่อจากนี้คุณหวังจะเป็นคนแบบไหน” เขาตอบอย่างจริงจัง

“ผมหวังว่าเมื่อวันหนึ่งผมเลือนหายหรือออกจากวงการไป ผู้คนจะรู้สึกว่า ‘เขาร้องได้ มีเรื่องให้จดจำ ไม่ใช่คนที่ไม่มีน้ำหนักเลย'” เขาทำหน้าเขินอายแล้วตอบ

ก่อนเดบิวต์เขาไม่ค่อยรู้จักวงการเพลงท้องถิ่น แต่เขากลับดีใจที่ได้เข้ามาในสถานะใหม่ เมื่อเข้ามาในวงการเขาเริ่มเห็นภารกิจของตัวเองชัดเจนขึ้น ดังนั้นเขายังคงรักษาไฟในใจต่อการร้องและเต้น หวังว่าจะให้ไฟนั้นลุกโชนเพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดแม้เพียงชั่วครู่ นั่นเท่ากับว่าเขาได้ใช้ชีวิตอย่างแท้จริง

Keung To ในชุดโค้ทงามจาก Boss แสดงถึงลุคแฟชั่นคลาสสิก
Double-breasted Trench Coat in Organic Cotton, Dip-dye Sweater in Knitted Cotton, Cotton Trousers, All from Boss

เขาไม่ได้มีความทะเยอทะยานจะเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก แค่หวังว่า “เมื่อทุกอย่างผ่านไป ผู้คนจะคิดว่าสมัยมีเขาเป็นเรื่องที่ดี” แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว

แล้วสิ่งที่เขาไม่อยากกลายเป็นล่ะ? “ผมไม่อยากเป็นคนที่สูญเสียความกระตือร้น” เขาบอกว่าบางครั้งเขาอยากพักผ่อนเฉื่อยบ้าง แต่ความปรารถนาที่จะทำฝันให้เป็นจริงไม่เคยลดน้อยลง เขาไม่อยากกลายเป็นคนที่ทำงานเพียงเพื่อให้ทำ แต่หวังว่าทุกสิ่งที่ทำจะต้องมีเหตุผล

ใครว่าคนหนุ่มสาวไร้ค่า? Keung To หวังใช้การกระทำพิสูจน์พลังของคนรุ่นใหม่

“เมื่อมีความตั้งใจจะทำให้ดี ความมั่นใจก็จะตามมา”

“จริงๆ แล้ว เป้าหมายเล็กๆ น้อยๆ ก็เป็นแรงผลักดันได้”

พูดถึงพลังของคนหนุ่มสาว Keung To ที่ทุ่มเทเต็มที่ สถานการณ์ข้างหน้าจะต้องการความมั่นใจหรือความตั้งใจมากกว่ากัน?

“เป็นคำถามที่ดี” เขาคิดอย่างตั้งใจแล้วตอบว่า “ผมคิดว่าการมีความตั้งใจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ดี คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณมีความมั่นใจ แต่จนถึงตอนนี้ผมยังรู้สึกว่ายังไม่มีความมั่นใจเต็มร้อย เพราะยังทำสิ่งที่ตั้งใจไม่สำเร็จพอ ดังนั้นผมจึงตั้งใจมีความตั้งใจให้เต็มที่ก่อน แล้วความมั่นใจก็น่าจะตามมา”

Keung To ในชุดแจ็กเก็ตสีดำลุคโมเดิร์น
Black Viscose Jackets for Men, Haider Ackermann (I.T) / Cotton-Jersey T-Shirt, A-COLD-WALL* (I.T) / Wide-fit Cotton Pants, JUNYA WATANABE (I.T) / Love Necklace White Gold, Diamond-Paved, Cartier

ความมั่นใจและความตั้งใจต่างช่วยกันขับเคลื่อน ความเชื่อของเขาคือไม่มีทางลัดที่ได้ผลถ้าไม่มีทั้งสองอย่าง คนที่มีแต่ความมั่นใจแต่ไม่ลงมือทำก็ไม่พอ หรือมีแต่ความตั้งใจดิบๆ แต่ไม่มีความมั่นใจก็ยังไม่สำเร็จ เมื่อเดบิวต์มาได้ขนาดนี้ เขากลับตระหนักดีว่าปัญหาในใจนี้ต้องแก้ด้วยตัวเอง และแรงขับเคลื่อนมาจากจุดเริ่มต้นที่เขาไม่เคยลืม “แรงผลักดันมาจากอุดมคติ เมื่อคิดถึงภาพอุดมคตินั้น มันก็ทำให้มีแรง” เขายกตัวอย่างคอนเสิร์ตที่ซ้อมเป็นเดือนๆ แรงใจที่ทำให้ทนสู้คือจินตนาการถึงการแสดงที่ยอดเยี่ยม

เมื่อทั้งสถานการณ์และความตั้งใจลงตัว ความพยายามที่ทุ่มเทจะไม่สูญเปล่า Keung To รู้เรื่องนี้ดีจึงยังคงทำงานอย่างตั้งใจ แม้ตอนนี้ยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่เขาก็กำลังเดินหน้าพัฒนา

และความทุ่มเทของเขา ผู้คนก็เห็นชัด

แหวน Love Ring สีชมพู จาก Cartier ที่ปรากฏในช็อตแฟชั่น
Love Ring, Pink Gold with Diamond, Cartier

ในการตามหาฝัน หลายคนหวังจะเก็บทุกปัจจัยไว้ในมือ แต่คนรุ่นใหม่เลือกรุกไปทีละก้าวด้วยความมุ่งมั่น ผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้ แต่สิ่งที่แน่นอนคือ Keung To รู้ตัวเองมากกว่าคนรอบข้างว่าเขาต้องการอะไรและฝันคืออะไร

“รักษาความหวัง” และ “พยายามต่อ” ไม่ใช่เรื่องง่าย ในการไล่ตามฝัน ความล้มเหลวเป็นเรื่องปกติ เขาได้รับรางวัลและคอนเสิร์ตก็ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ แต่ก้าวต่อไปย่อมมีความท้าทายที่หนักหนากว่า เขาในวัยยี่สิบสองเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ขออย่าให้ลืมตัวของตอนนี้ จงยังคงเปิดใจสัมผัสและเรียนรู้ หวังว่าในเส้นทางการเติบโตนี้เขาจะผงาดด้วยความกล้า ถึงแม้จะเป็นคนที่เคยนั่งข้างเวที ก็ขอให้ผลิบานด้วยความงดงาม

Keung To พักผ่อนให้เพียงพอ แล้วขอให้เชื่อมั่นในตัวเองต่อไป

บันทึกท้าย

จากบทสัมภาษณ์นี้ เชื่อว่าทุกคนได้เห็นมุมมองของ Keung To มากขึ้น รู้ถึงความมุ่งมั่นต่อการงานและความฝัน นอกเหนือจากภาพลักษณ์บนจอทีวี ในชีวิตส่วนตัวเขาชอบอะไร อาหารโปรดคืออะไร แอปที่ใช้บ่อยคืออะไร ฯลฯ ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ เราจัดช่วงคำถามสั้นๆ ให้เขาตอบแบบเร็วๆ เพื่อให้เข้าใจตัวตนที่แท้จริงของเขามากขึ้น

เพื่อเพิ่มความท้าทาย เขายังเปิดเผยผลงานวาดแนว “姜派抽象畫功” เป็นครั้งแรก ขณะที่วาดเขาตอบคำถาม ในเวลาจำกัดเขาต้องวาดโปสเตอร์คอนเสิร์ต MIRROR สมาชิกทั้ง 11 คนในมุมมองของเขา แต่ละคนมีลักษณะอย่างไร เขาจะใช้ “ความสามารถและจินตนาการ” อย่างไรให้สำเร็จ อย่าได้พลาดตอนพิเศษนี้

Producer: Vicky Wai
Photography: Matt Hui
Videography: Andy Lee, Napoleon Lee & Yanice Lee
Styling: Vicky Wai
Make up: Circle Chong @ Annie G. Chan Makeup Centre
Hair: Lydia Yung @ Chic Private I Salon
Video Editor: Andy Lee
Editor: Carson Lin
Designer: Tanna Cheng
Jewellery: Cartier
Wardrobe: Boss, I.T, Mr Porter

EDITOR'S PICKคัดสรรโดยบรรณาธิการ