Skip to content Skip to sidebar Skip to footer

ช่องยูทูบ Trial & Error: ทำไมต้องลองแล้วถึงจริงจัง

“อย่าหัวเราะสิ…”
“Take It Serious นะ…” — นี่คือบทสนทนาหนึ่งจากการสัมภาษณ์กับกลุ่มผู้สร้างสรรค์ช่องยูทูบ ที่วันนี้กำลังเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฮ่องกงและภูมิภาคนี้ ช่องยูทูบได้กลายเป็นเวทีให้พวกเขาเล่าเรื่องและทดลองแนวคิดต่างๆ

“ฉันขอถามได้ไหม ว่าพวกคุณรับฉันด้วยรูปแบบการจ่ายเงินแบบไหน หรือว่า…”
“อาปิง~”
“จริงๆ แล้วคุณรู้ไหมว่าเราคือใคร? คุณ…คุณอย่าไปถามแบบนี้นะ…”

เมื่อหนึ่งปีก่อนวันนี้ คุณอาจยังไม่คุ้นเคยกับพวกเขา แต่วันนี้พวกเขาคือผู้ได้รับรางวัล “YouTube ฮ่องกง 2021 ประเภทครีเอเตอร์ยอดนิยม — อันดับหนึ่ง” ช่องชื่อ Trial & Error (試當真) ก่อตั้งโดย 游學修 (Neo Yau)、蘇致豪 (So Chi Ho) และ 許賢 (Hui Yin) หากย้อนกลับไปฉากที่ 蘇致豪 พูดว่า “จริงๆ แล้วคุณรู้ไหมว่าเราคือใคร? คุณ…คุณอย่าไปถามแบบนี้นะ…” ตอนนั้นดูเหมือนเป็นการพยากรณ์ล่วงหน้า เพราะตอนนี้แทบไม่มีใครที่ไม่รู้จักพวกเขา

จากการเริ่มต้นด้วยโทรศัพท์หนึ่งสาย การนั่งคุยกันแบบตรงไปตรงมา และการประชุมของสามคน เรื่องราวการก่อตั้ง Trial & Error (試當真) เริ่มจากสโลแกน “ลองอย่างจริงจัง จริงจังก็ลอง” จนค่อยๆ กลายเป็นหนึ่งในเรื่องเล่าที่คนดูคุ้นเคยที่สุด ช่องยูทูบนี้เติบโตด้วยจิตวิญญาณการทดลอง ในปีที่ผ่านมา Trial & Error ขยายการผลิต ผู้ชมพุ่งขึ้น และยอดผู้ติดตามสูงกว่าที่คาดไว้ การลองผิดลองถูกหลายรูปแบบดูเหมือนจะตอบโต้กับวาทกรรมที่ว่า “จริงจังจะพ่ายแพ้” มากกว่าเป็นการยืนยันว่า “ทดลอง” ก็มีคุณค่าในตัวเอง และพวกเขาได้สร้างความเข้มแข็งให้กับวงการครีเอทีฟท้องถิ่นอย่างแท้จริง

“ผมเชื่อมาตลอดว่า ‘ความเป็นมืออาชีพ’ เป็นเรื่องของทัศนคติ”

ประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อน หนึ่งในความสำเร็จเชิงทางการได้มาเยือน Trial & Error

“Channel เพิ่งได้รับรางวัล ‘YouTube ฮ่องกง 2021 ประเภทครีเอเตอร์ยอดนิยม — อันดับหนึ่ง’ คุณทั้งสามอยากจะแชร์ความรู้สึกไหม?” — พวกเขาตอบกลับด้วยเสียงหัวเราะที่ผ่อนคลาย: “ฮาฮาฮา อ่า…ฮาฮาฮา…” เสียงหัวเราะของทั้งสามคนทำให้เห็นว่าพวกเขาคุ้นชินกับการแสดงออกต่อกัน เพียงฟังจากเสียงหัวเราะก็พอจะอ่านออกถึงความหมายบางอย่างที่ซ่อนอยู่

許賢 เริ่มเล่า: “ผมเห็นคอมเมนต์จากคนดู มีคนหนึ่งชี้ตรงมาก เพราะเราไม่เคยติด ‘ยอดนิยม (热门)’ แต่กลับได้รางวัลชื่อ ‘ครีเอเตอร์ยอดนิยม’ มันทำให้ผมรู้สึกว่า ‘อ้อ จริงๆ แล้วเขาจัดแยกชัดเจนอยู่เหมือนกันนะ'” ประโยคนี้ทำให้สองคนที่เหลือหัวเราะเบาๆ อีกครั้ง 蘇致豪 เสริมว่า: “ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้อันดับหนึ่ง ผมไม่เคยได้อันดับหนึ่งในแบบนี้มาก่อน จริงๆ ผมก็ไม่ค่อยมีแข่งอะไรด้วยนะ ผมไม่เคยลองมาก่อนเลย ดังนั้นผมยินดีจริงๆ”

ส่วนความรู้สึกของ 游學修 คือ: “ตอนแรกมันรู้สึกตลกมาก ทุกคนในช่องต่างหัวเราะ พวกเรามักล้อเล่นว่าตัวเองไม่ติด ‘ยอดนิยม’ ทั้งปี แต่กลับได้รางวัล ‘ยอดนิยม’ แถมยังได้อันดับหนึ่งด้วย มันเลยตลกมาก” ถึงจะพูดแบบล้อเล่น แต่รางวัลนี้ก็ทำให้ 游學修 ได้ข้อคิดว่า: “สำหรับผม รางวัลมีความหมายตรงที่เป็นการยืนยันการสนับสนุนจากคนดู และการสนับสนุนนั้นมีความหมายมาก เพราะทำให้รู้สึกว่า ‘อ้อ เราอาจทำอะไรได้ถูกบางอย่างแล้ว’ ‘เหมือนเริ่มมีผลงานที่เป็นผลสำเร็จบ้างแล้ว'”

ทีม Trial & Error ถ่ายภาพโปรโมต

วันที่ 26 ตุลาคม 2020 ด้วยแนวคิดการเปิดช่องที่ว่า “ลองอย่างจริงจัง จริงจังก็ลอง” Trial & Error (試當真) จึงได้ถือกำเนิดท่ามกลางความยินดี

ทว่าความสำเร็จที่ดูเหมือนจะได้มาง่ายๆ ในวันนั้น แท้จริงแล้วเกิดจากบรรยากาศตึงเครียดก่อนหน้า 蘇致豪 และ 許賢 เล่าให้ฟังว่ากว่าที่จะมาถึงความสำเร็จนี้ พวกเขาเคยได้รับโทรศัพท์จาก 游學修 อยากให้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เรื่องราวตอนนั้นลึกซึ้งกว่า “ผมจำได้ว่าพอได้รับโทรศัพท์ ผมก็ตื่นเต้นนะ แต่เมื่อตัดสินใจตอบรับแล้ว ก็มีช่วงเวลาหนึ่งผมลังเลว่าจะทุ่มเททั้งหมดดีหรือไม่ แต่พอเริ่มลงมือจริง ก็รู้สึกว่าต้องทุ่มเทเต็มที่” 蘇致豪 เล่าต่อว่า นอกจากตัวเขาเองแล้ว 許賢 ซึ่งกำลังทำงานเขียนบทละครโทรทัศน์ก็ยอมรับว่ามีช่วงที่แทบจะล้มเหลว เขาจำได้ว่าเมื่อทำวิดีโอ “ทดลองเสียง” ชิ้นแรก ไม่สามารถทำเสร็จก่อนกำหนดสองวันก่อนปล่อยได้ ทำให้เขาคิดว่า ‘ช่องนี้พังแน่’ ‘ช่องนี้ไปต่อไม่ได้’ วันนี้เมื่อหวนคิดถึงวันนั้น ทั้งสองยังอดตะลึงไม่ได้ที่ความลังเลอยากปรึกษาเพื่อนๆ กลับกลายเป็นพื้นฐานให้ทีมเดินมาถึงวันนี้

“คนที่แย่คือ 游學修 คนที่ดีคือพวกเขา — เพียงเท่านี้ คนดูจะยังสนับสนุน Trial & Error ต่อไป”

อย่างที่ 許賢 กล่าวในผลงานแรกที่ทำให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง “Channel ต้องการผู้หญิง” ว่า “ข้อมูลสถิติมักไม่โกหก” การเป็นครีเอเตอร์ยอดนิยมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากความพากเพียรในการโพสต์ต่อเนื่อง ทั้งซีรีส์ทดลองสั้นและการจัดกิจกรรมขอบคุณผู้ติดตามทุกสัปดาห์ ตัวเลขช่วยให้การบริหารมีความแม่นยำ แต่สำหรับทั้งสามแล้ว สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลขคือแนวคิดและความเชื่อในการสร้างสรรค์

ตลอดการทำงานที่ผ่านมา 游學修 ก็รับมือกับคำวิจารณ์และคำสบประมาทมาเรื่อยๆ เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น เขากลับเรียนรู้ว่าการเปลี่ยนมุมมองสำคัญกว่าสิ่งอื่น เมื่อถามว่าเคยห่วงไหมว่าภาพลักษณ์ของเขาจะกระทบต่อเพื่อนร่วมทีม 游學修 ตอบอย่างเปิดอกว่า: “ผมคิดว่าไม่นะ เพราะหลายครั้งที่คนวิจารณ์ เขาจะพูดว่า ‘พวกคุณอย่าไปใกล้ 游學修 นะ’ หรือว่าจนถึงตอนนี้ยังมีคนคิดว่า ‘游學修 ต้องเกาะพวกเขาถึงจะอยู่รอด’ ผมมองว่าความคิดเห็นแบบนี้เป็นเรื่องดี เพราะมันทำให้คนแบ่งพวกเราออกเป็นสองฝ่าย — ‘คนที่แย่’ คือคนที่ชื่อ 游學修 ส่วน ‘คนที่ดี’ คือคนสองคนที่เหลือ — แค่นั้น คนดูก็ยังคงสนับสนุน Trial & Error ต่อไป”

สมาชิกทีม Trial & Error สวมชุดจากแบรนด์ต่างๆ
游學修 Top: Solid Homme from Harvey Nichols, Pants: Club Monaco / 蘇致豪 Top: P.A.M from Harvey Nichols, Pants: Club Monaco, Shoes: H&M / 許賢 Top: P.A.M from Harvey Nichols, Pants: Club Monaco, Shoes: H&M

การเปลี่ยนทัศนคติทำให้ 游學修 เรียนรู้ที่จะโฟกัสมากขึ้น และค่อยๆ นิยามช่องได้ชัดขึ้น เขารู้สึกว่าถ้าตั้งใจทำจริงๆ ก็ควรลองลงมือทำให้เต็มที่

สำหรับ 游學修 ความหมายของทัศนคติที่ชนะคือการยึด “ความเป็นมืออาชีพ” เป็นหลัก: “ผมมักบอกกับทีมอยู่เสมอว่า ผมเชื่อมาตลอดว่า ‘ความเป็นมืออาชีพ’ เป็นเรื่องของทัศนคติ คนมีความสามารถมากน้อยต่างกัน คุณต้องผ่านการฝึกปฏิบัติถึงจะเก่งขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดเหลืออยู่คือทัศนคติ” เขาอธิบายต่อว่า จุดตัดสินคือวิธีการที่คุณปฏิบัติต่อสิ่งที่ทำและความปรารถนาที่จะทำให้ดียิ่งขึ้น — นั่นแหละคือความเป็นมืออาชีพ

許賢 เล่าว่า คำพูดที่ตราตรึงในใจของเขามาจากคนดังอีกคนหนึ่ง เขาเห็นข้อความใน IG ของ Anson Lo ว่า ‘Go Hard or Go Home’ และเขารู้สึกเห็นด้วยเป็นอย่างมาก 許賢 หัวเราะว่า: “ก่อนหน้านี้ผมไม่มีทัศนคติแบบ Go Hard or Go Home ผมแค่เดินเล่นวนไปมา แต่ทัศนคติของคนในทีม Trial & Error ทำให้คนอื่นต้องกลับมา Go Hard เมื่อเห็นคนอื่นตั้งใจ ผมก็ต้องตั้งใจไปด้วย” เขาเสริมว่า บรรยากาศนี้ทำให้บริษัทไม่มีใครอยากกลับบ้านจริงๆ พวกเขากิน พัก พักผ่อน และเตรียมงานที่ออฟฟิศเหมือนเป็นครอบครัวจริงๆ 蘇致豪 เสริมตลกว่า: “ช่วงนี้มีคนเริ่มนอนใต้โต๊ะด้วย”

“ผมเห็นที่นั่นมีที่นอน” ทุกครั้งที่ 蘇致豪 นึกถึงรายละเอียดปลีกย่อยในชีวิตประจำวันของทีม เขาก็มักชมว่า “สำหรับเรื่องพวกนี้ ผมคิดว่าพวกเขามีทัศนคติที่ชัดเจน ฮ่าๆ” หลังจากทำงานกันไม่หยุดตั้งแต่ปีหนึ่ง ทั้งสามคนเห็นพ้องว่า แม้ยอดวิวและการยอมรับจากแพลตฟอร์มสำคัญและน่าขอบคุณ แต่พวกเขาอยากให้คนเห็นว่าทั้งสามเชื่อมั่นและสะท้อนค่านิยมของ Trial & Error ออกมาอย่างชัดเจน ดังที่ 蘇致豪 กล่าวว่า: “ทัศนคติของพวกเราเป็นสิ่งที่คนมองเห็นได้”

การทำงานเบื้องหลังของทีม Trial & Error

“ในโลกปัจจุบัน การจริงจังเกินไปทำให้เหนื่อยเกินไป แต่ถ้าเติมคำว่า ‘ลอง’ ชีวิตก็อาจสบายขึ้น”

วันที่ 26 ตุลาคม 2021 ครบหนึ่งปีของ Trial & Error ทีมตัดสินใจเปิดการแสดงสดสองรอบและขายบัตรด้วยวิธีประมูลแบบ ‘สไตล์ฮอลแลนด์’ เพื่อสานจิตวิญญาณการทดลองของพวกเขา ทั้งสองรอบขายหมดภายในสองวัน สถานะของ Trial & Error ในวันนี้ผ่านมากว่าหนึ่งปีแล้ว การสร้างสรรค์และประสบการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้พวกเขามีความเข้าใจต่อคำว่า ‘ลอง’ แบบใหม่

許賢 เล่าเรื่องเล็กๆ ว่าเมื่อ 游學修 ชวนให้เขามาทำช่องใหม่ เขาเคยไม่ชอบชื่อ Trial & Error (試當真) ในตอนแรก เพราะเขาทำวิดีโอมาหลายปีและมีประสบการณ์จากกลุ่มอื่นๆ แต่หลังจากได้ฟัง 游學修 อธิบาย เขาก็เข้าใจว่าคำว่า ‘ลอง’ ในความหมายของ 游學修 มีความแน่นอนประมาณหกถึงเจ็ดส่วน ที่เหลือคือความกล้าที่จะก้าวไปข้างหน้ากับเพื่อนร่วมทีม

蘇致豪 เสริมว่า: “บางอย่างบนท้องถนนหรือในตลาดอาจไม่เคยมีใครทำ เราอาจลังเล แต่ถ้าคุณคิดว่าอยากทำ และมีความมั่นใจสักส่วนหนึ่ง ก็ลองทำดู”

游學修 กล่าวต่อ: “ผมเชื่อว่า ‘ลอง’ คือจิตวิญญาณของการผจญภัย บ่อยครั้งคนจะบอกว่า ‘เฮ้ น่าจะไม่ควรทำแบบนั้น’ แต่สิ่งสำคัญคือการทบทวน — ทุกครั้งที่ลอง ต้องมีการทบทวน ว่าทำได้ดีขึ้นได้อย่างไร หรืออะไรที่ไม่ควรทำต่อ”

Trial & Error เดินมาด้วยสโลแกนง่ายๆ ว่า “ลองอย่างจริงจัง จริงจังก็ลอง” การจะตีความแปดคำนี้ไม่ซับซ้อน แต่การจะสื่อสารสาระสำคัญให้ถูกต้องต้องอาศัยการปฏิบัติ ทั้งสามยืนยันว่าช่องไม่ต้องการเพียงผู้หญิง หนึ่งฉาก หรือเงินทอง แต่เป็นความรู้สึกที่สอดคล้องร่วมกัน แต่คำถามคือ “จริงจังลอง” และ “ลองจริงจัง” แตกต่างกันไหม และทั้งคู่สัมพันธ์กันอย่างไร

“ต่างกัน” 游學修 กล่าวก่อนจะยกคำพูดว่า “Prepare for the Worst but hope for the Best” เขาชี้ว่า ‘ลอง’ ที่แท้จริงคือการเตรียมพร้อมรับผลลัพธ์ที่แย่ที่สุด เมื่อคุณเอาจริงกับสิ่งหนึ่ง คุณต้องรับแรงกระทบจากมันได้ เมื่อผสมความจริงจังกับการมีใจ ‘ลอง’ ไว้ด้วย คุณจะเตรียมใจรับความล้มเหลว และบังคับตัวเองให้ยอมรับผลที่อาจไม่มีอะไรตอบแทน “ผมคิดว่าในโลกสมัยนี้ การจริงจังเกินไปมันเหนื่อยเพราะอัตราความสำเร็จต่ำ แต่ถ้าคุณเติมคำว่า ‘ลอง’ เข้าไป ชีวิตจะรู้สึกดีขึ้น” สำหรับ 游學修 การมองโลกแบบ ‘เล็กน้อยเผื่อ’ เป็นการปกป้องตัวเองและเป็นแรงผลักดันให้เดินหน้าต่อ

บรรยากาศการซ้อมและถ่ายทำของ Trial & Error
蘇致豪 Top: NOMA Track Suit from Harvey Nichols / 許賢 เสื้อสูทสีดำ from Club Monaco / 游學修 Top and Pants from Shek Leung

“การ ‘จริงจังลอง’ และ ‘ลองจริงจัง’ เป็นสิ่งเดียวกัน”

ผู้สัมภาษณ์ยอมรับว่าเฝ้าดูผลงานของ Trial & Error ทุกสัปดาห์ ทั้งความตลกและช่วงเวลาที่เรียกอารมณ์ ทำให้เห็นว่าการ ‘จริงจังลอง’ ในบางครั้งสำคัญกว่าเพียงแค่ ‘ลองจริงจัง’

“ผมคิดว่าต้องอยู่ตรงกลาง” 游學修 กล่าว

“อยู่ตรงกลาง? ทำไมล่ะ?” 許賢 ถามกลับ

“ลองคิด — ทั้งสองวลีต้องอยู่คู่กันจึงจะมีความหมาย เมื่อตัดหนึ่งออก เหลือแค่ ‘จริงจังลอง’ หรือ ‘ลองจริงจัง’ อย่างใดอย่างหนึ่งมันไม่พอ คุณต้อง ‘จริงจังไปกับการลอง’ และ ‘ลองไปกับการจริงจัง’ มันเป็นหนึ่งเดียวกัน” 游學修 อธิบาย

“เห็นด้วย” 許賢 ที่เฝ้ารอยยิ้มมาตลอดการสัมภาษณ์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ ว่า “แย่เลย เปิดช่องมานานเพิ่งพบความจริงข้อนี้ เอาล่ะ อยู่ตรงกลาง”

สำหรับการแสดงฉลองหนึ่งปี ผู้ชมหวังมาร่วมค่ำคืนที่มีทั้งหัวเราะและน้ำตา แต่ชุดสารคดีเบื้องหลังที่อัพโหลดทีหลังกลับสร้างความอยากรู้มากกว่า เพราะถ่ายทอดการเตรียมตัว 40 วันที่เต็มไปด้วยความจริงใจ กล้องจับภาพมุมที่ไม่เคยเห็น ทั้งสามคนเปิดเผยมุมที่จริงจังที่สุดของตัวเอง จากการเปิดช่องจนถึงวันนี้ พวกเขาช่วยกันลงมือทดลองและเราได้เห็นว่าพวกเขาให้นิยามคำว่า ‘จริงจัง’ อย่างไร

蘇致豪 ยอมรับว่าหลังการแสดงสด เขาเข้าใจว่าทุกครั้งที่คุณยิ่งจริงจัง ความขัดแย้งภายในระหว่างความตึงเครียดและความผ่อนคลายก็ยิ่งชัดขึ้น และความขัดแย้งนี้เองที่สร้างการแสดงที่ดีที่สุด “ไม่ว่าจะเป็นการคิดงานหรือการสร้างสรรค์ เมื่อคุณเล่าเรื่องอย่างจริงจัง บางครั้งก็ใช้แรงเกินไป แต่ถ้าคุณเตือนตัวเองให้ผ่อนคลายและสนุกกับการเล่า ผู้ชมจะรับได้และสนุกไปด้วย”

“ผมเพิ่งเข้าใจว่าที่ 蘇致豪 พูดคือหัวใจของคอมเมดี” 游學修 กล่าวเสริม ผู้มีพื้นเพด้านการแสดงและผ่านงานละคร-ภาพยนตร์-เวทีมามากมาย เขาบอกว่าการทำ Trial & Error ด้วยมุมมองตลกร้ายกลับทำให้เขาเข้าใจบางสิ่งมากขึ้น “คอมเมดีทำให้คนร้องไห้ได้ง่ายกว่า เพราะเสน่ห์ของมันคือต้องไม่เพียงแค่ ‘เข้าไปในบท’ แต่ต้องถอยออกมาเพื่อตั้งคำถามและเย้ยหยันบางสิ่ง คุณต้องเด้งเข้าเด้งออก และนั่นคือคอมเมดี” แม้บทสนทนาจะโฟกัสไปที่ความรู้สึกหลังการแสดง แต่คนที่ติดตามงานของ Trial & Error น่าจะเห็นว่าทุกคนมุ่งสู่แนวตลกร้ายที่แฝงความเห็นเชิงสังคม

หรือพูดให้ชัดคือ พลังที่ทำให้คนทั้งทีมติดใจ และติดคนดู

ฉากจากวิดีโอ Trial & Error แสดงอารมณ์ตลกร้าย

“อนาคตชีวิตของพวกเราจะเริ่มนึกถึงจากที่นี่ มันเป็นสิ่งที่หนักแน่นมาก”

ในฐานะผู้สร้างและผู้กำกับวิดีโอ ทั้งสามคุ้นเคยกับการเล่าเรื่องผ่านภาพ พอได้มานั่งคุยลึกๆ สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์อยากได้ยินคือความรู้สึกส่วนตัวแบบไม่ต้องมีสคริปต์ พวกเขาตอบด้วยสิ่งที่เป็นที่สุดจากหัวใจ หากให้ย้อนกลับไปพูดกับตัวเองเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว แต่ละคนอยากจะบอกอะไร?

游學修 เลือกให้การกระทำตอบคำถามแทนคำพูด “มันคือสิ่งที่ผมอยากแสดงใน ‘หนึ่งช็อตเรียนรู้'” เขาหยุดแล้วพูดต่อว่า “ผมอยากบอกตัวเองว่า จงใจเย็นลงหน่อย จงเย็นลงด้วยความโกรธชาญฉลาด — เรายังเด็กไปหน่อย เพราะตอนนี้ต้องดูแลหลายเรื่อง ทำให้ยังไม่ค่อยเย็นพอ” ขณะที่ 蘇致豪 พยักหน้า 許賢 ก็รับฟังและกล่าวว่า “เข้าใจ เข้าใจ” การสื่อสารเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้สะท้อนความเข้ากันได้ของทั้งสามอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งไม่อาจเห็นได้จากรายการทดลองหรือคอนเสิร์ตขอบคุณแฟนๆ

許賢 ซึ่งยอมรับว่าไม่ใช่คนกล้าผจญภัยทางนิสัย เล่าว่า: “ผมอยากให้ตัวเองกล้าขึ้นอีกนิด ในด้านนิสัย บางครั้งผมและ 游學修 ต่างสุดโต่ง ผมกังวลเรื่องการกระจายทรัพยากรในช่วงแรก แต่ผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าความกังวลเหล่านั้นเกินความจำเป็น ผมจึงอยากทำให้การกังวลมีประสิทธิภาพและให้ผู้อื่นได้แสดงฝีมือ เพราะตอนนี้ผมรับผิดชอบมากเกินไป” 蘇致豪 เห็นด้วยว่าเขามักมีไอเดียมากมายและอยากลองหลายอย่าง แต่บางครั้งก็สิ้นเปลืองแรงไป ควรเรียนรู้การวางแผนให้รัดกุมขึ้น

พวกเขายอมรับว่าในปีที่ผ่านมามีการทิ้งเสียทรัพยากรมาก ทั้งแรง เวลา บุคลากร และเงิน แต่ก็ยินดีที่ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อทดลองสิ่งใหม่ 許賢 กล่าวว่า “เราได้เรียนรู้อะไรมากมาย ในยุคนี้ไม่ใช่ทุกคนจะมีโอกาสใช้พลังทั้งหมดของตัวเอง” 游學修 เสริมว่า “ใช่ หลายคนไม่รู้ว่าควรเอาแรงไปใช้ตรงไหน” 許賢 กล่าวต่อว่า “ปีที่ผ่านมาทุกวันเราทุ่มเทเต็มที่ การเอาแรงไปใช้ในที่ที่ถูกต้องก็ถือเป็นโชคดี”

สมาชิกทีม Trial & Error ขณะทำงานร่วมกัน

“ผมคิดว่านั่นคือความหวังของผม”

การสนทนาดำเนินไปอย่างเป็นกันเอง แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือบุคลิกของทั้งสามปรากฏชัดขึ้นโดยไม่ต้องพยายาม 蘇致豪 ค่อนข้างเงียบแต่จริงใจ 許賢 ดูตลกแต่คิดเป็นระบบ ส่วนตรงกลางอย่าง 游學修 เป็นแรงขับเคลื่อนที่ผลักดัน Trial & Error ไปข้างหน้า

“ผมหวังว่าจะได้รับ ‘ทุน’ เพื่อนำมาพลิกโฉมวงการนี้ มีหลายสิ่งค้างคาอยู่เป็นเวลานาน” 游學修 กล่าว เมื่อถามถึงสิ่งที่อยากได้จาก Trial & Error ทั้ง 蘇致豪 และ 許賢 ซึ่งทุ่มเทมานาน ต่างบอกว่าอยากรวมผู้ที่รักการสร้างสรรค์และพร้อมจะ Go Hard ให้มาอยู่ด้วยกัน ส่วนมุมมองของ 游學修 คือเขาต้องการพลังบางอย่าง: “ตอนนี้เหมือนเราอาจกำลังเริ่มต้นบางสิ่ง หรือสามารถสร้างหรือรวบรวมพลังบางอย่างเพื่อพลิกบางเรื่องที่ติดค้าง ผมอยากได้ ‘ทุน’ ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง เงิน คน หรืออิทธิพล เพื่อใช้เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมนี้ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากได้ที่สุด”

ในฐานะคนรุ่นใหม่ที่คิดนอกกรอบ Trial & Error ได้เปิดทางใหม่ แม้ประสบการณ์จะมากมาย แต่ 游學修 รู้ว่าการมีความตั้งใจสำคัญ แต่การนำทีมและทำให้ Trial & Error เดินต่อไปเป็นความท้าทายจริงๆ “ผมไม่ได้หวังว่าจะได้อันดับหนึ่งอีกในปีหน้า หรือแค่อยากไม่ตกลงมากเป็นอันดับสองสาม แต่ผมอยากให้เมื่อปีถัดไปคุณมองผลของ Trial & Error แล้วเห็นมากกว่าสถิติแบบเดิม ผมอยากให้เมื่อ Trial & Error หลุดจากลิสต์แล้ว เรายังมีมาตรวัดอื่นๆ ให้คนเห็น ผมอยากให้เป็นอย่างนั้น”

EDITOR'S PICKคัดสรรโดยบรรณาธิการ