Skip to content Skip to sidebar Skip to footer

ไทสัน ในมุมสร้างสรรค์: สัมภาษณ์พิเศษ Tyson Yoshi

“ถ้าต้องให้คุณบรรยาย Tyson Yoshi คุณจะบอกว่าเขาเป็นคนแบบไหน?”

“ผม นี่แหละแบบนี้เลย ผมมักบอกกับคนอื่นว่า: ‘ผมก็เป็นคนธรรมดา’ เพราะผมไม่ชอบแบกคาแรกเตอร์ที่ผมแบกไม่ไหว ดังนั้นตั้งแต่ day 1 ผมเลือกที่จะซ่อนตัว แล้วปล่อยเพลงทีละเพลงบนอินเทอร์เน็ต”

รากฐานของการสร้างสรรค์ นอกจากขึ้นกับความคิดและการสื่อสารแล้ว ยังควรถูกมองว่าเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในการเผชิญหน้าตัวเองและความจริงด้วย

ผมผมสีเทา รูปร่างหนาท้วม แขนทั้งสองข้างสักลายสไตล์คลาสสิก และการแต่งกายที่มีสัมผัสทางแฟชั่น ไทสันได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในช่วงหลังจนแทบตรงกับภาพลักษณ์ที่คนมักนึกถึงเมื่อพูดถึงแร็ปเปอร์ แม้เขาจะปรากฏตัวบนเวทีต่างๆ และงานมอบรางวัลบนหลายแพลตฟอร์ม แต่ศิลปินยุคใหม่ที่ร้องได้สามภาษาอย่าง Tyson Yoshi ไม่มีค่ายเพลงใหญ่มาเบื้องหลัง เขาเริ่มจากอุปกรณ์ง่ายๆ ในห้อง ทดลองเรียบเรียงเอง แต่งเนื้อเอง แล้วแชร์ผลงานลงแพลตฟอร์มวิดีโอ จนในที่สุดได้รับความสนใจจากวงการหลัก ผลงานตั้งแต่ผลงานเดบิวต์ “To My Queen” ผลงานแจ้งเกิด “Christy” ไปจนถึงเพลงฮิตอย่าง “I Don’t Give A Part II” และ “Growing Up” รวมถึงซิงเกิลใหม่ “i don’t smoke & i don’t drink” แสดงให้เห็นว่าเพลงของไทสันไร้กรอบ ไร้สไตล์ตายตัว มีเพียงความบริสุทธิ์ของการสร้างสรรค์ที่อ่านไม่ออก

แต่สิ่งที่อ่านไม่ออกไม่ใช่แค่ดนตรี แม้วันนี้ไทสันจะได้รับความสนใจจากผู้คน แต่เขายังยืนยันตัวตนในฐานะศิลปินอิสระ ไม่เล่นตามกฎแบบเดิม เขายึดมั่นในความคิดของตัวเอง—เช่นเดียวกับในเพลงใหม่ “I Don’t Smoke & I Don’t Drink” ที่ใช้ดนตรีแก้ข้อเข้าใจผิดเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของเขา สำหรับศิลปินคนนี้ ไม่ว่าจะเป็นงานเพลงหรือภาพลักษณ์ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าคุณมีความกล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับภาพภายนอกและตัวตนของตัวเองหรือไม่

อย่างที่ไทสันบอกว่า: “ผมอยากเดินไปทางตรงข้ามกับสาธารณะ แบบดั้งเดิม และกระแสหลัก”

ในฐานะบุคคลเด่นประจำฉบับ ZTYLEZ เดือนพฤษภาคม ซึ่งตรงกับเดือนแห่งศิลปะในฮ่องกง นอกเหนือจากนิทรรศการศิลปะหลายรายการแล้ว ยังมีการประมูล Christie’s Hong Kong Spring Auction 2022 ที่น่าสนใจ งานศิลป์หลายงานทำให้เมืองหลงใหลไปด้วยบรรยากาศศิลปะ เดือนพฤษภาคมนี้ เราจึงชวนไทสันมาเจอกับงานศิลป์ผ่านการถ่ายทำ โดยหยิบผลงานของศิลปินร่วมสมัยอย่าง 空山基, 草間彌生, Avery Singer, Nicolas Party มาใช้สีสันและภาพ เพื่อให้มองเห็นจิตวิญญาณการสร้างสรรค์ของ Tyson Yoshi ในช่วงเวลาที่เขาแหวกแนว

“กระบวนการสำคัญที่สุด เพราะกระบวนการมันสนุกที่สุด”

หลังกลับจากเรียนที่อังกฤษ ในปี 2017 ไทสันเริ่มหัดมิกซ์และเขียนเพลงด้วยตัวเองบนโลกออนไลน์ แม้ประสบการณ์ยังน้อย แต่สองปีถัดมาเขาไม่หยุดปล่อยผลงานและท้าทายตัวเอง เขาถนัดผสม R&B และป็อปเข้าไปในฮิปฮอปจนเป็นสไตล์เฉพาะตัวที่ฝังในหูผู้ฟัง ด้วยเนื้อหาและท่วงทำนองที่โดดเด่น ทำให้เขาเริ่มเป็นที่สนใจทั้งในไต้หวันและฮ่องกง ผลงานที่ทำให้เขาโด่งดังอย่าง “Christy” มียอดสตรีมรวมสูงถึง 15,070,000 ครั้งบนแพลตฟอร์มสตรีมมิง ถือเป็นความสำเร็จที่น่าจับตามอง

ภายนอกที่ดูเย็นชาของไทสันไม่ได้ปิดกั้นการแสดงออกด้านความรู้สึก เขารู้วิธีใช้เพลงสื่อสารความในใจ แม้จะชัดเจนจนกล้าประกาศรักต่อแฟนสาวด้วยเพลง เขายอมเปิดอกอย่างไม่เสแสร้ง ความตรงไปตรงมานั้นกลับทำให้เขาดูน่ารัก เมื่อถามถึงมุมมองต่อการสร้างสรรค์ ไทสันบอกว่า

“แรงบันดาลใจของผมมาจากชีวิตประจำวัน บางทีก็มาจากสิ่งที่เกิดขึ้น หรือความรู้สึกในตอนนั้น” ไทสันเน้นถึงความรู้สึกของตัวเอง และยอมรับว่าเป็นคนอารมณ์ร้อน ทำให้เขารับรู้จังหวะอารมณ์ของตัวเองชัดเจน “ทั้งด้านบวกและลบมักชัดขึ้น เวลาที่โกรธหรือเจอเรื่องแย่ ความรู้สึกจะเข้มข้นกว่า ซึ่งในแง่การเขียนเพลง มักจะเขียนได้ง่ายกว่า” อารมณ์เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจ แถมยังสอนให้เขาเผชิญหน้าและเข้าใจตัวเองมากขึ้น

Tyson Yoshi ในเซสชั่นแฟชั่น ถ่ายภาพเต็มตัว

ในฐานะศิลปินอิสระ ไทสันมีอิสระเต็มที่ตั้งแต่โจทย์ แนวทาง ดนตรีไปจนถึงการผลิต แต่ความอิสระนั้นอาจกลายเป็นจุดทำให้สับสนหรือกลายเป็นภาระได้หรือไม่?

“ไม่เลย แต่ข้อจำกัดเดียวของผมอาจเป็น…ไม่อยากทำซ้ำตัวเอง” เขาตอบ “แต่นั่นเป็นเรื่องดี เพราะผมไม่มีเหตุผลจะเขียน ‘Christy 2.0’ ใช่ไหม ดังนั้นในแง่เนื้อหาและสไตล์ ผมไม่อยากซ้ำเดิม”

การดื่มด่ำกับการค้นหาไม่หยุด นั่นคือเสน่ห์ของการสร้างสรรค์สำหรับไทสัน การสร้างสรรค์ไม่มีขีดจำกัด ทุกสิ่งสามารถเป็นจุดเริ่มต้น เมื่อถามว่าเขาให้ความสำคัญกับส่วนไหนที่สุด เขาคิดสักพักแล้วตอบว่า: “สำคัญที่สุดคือกระบวนการ เพราะกระบวนการมันสนุกที่สุด เมื่อชิ้นงานเสร็จ คุณก็ move on ไปแล้ว บางทียุคแรกๆ หนึ่งหรือสองสัปดาห์คุณอาจรู้สึกว่า ‘ว้าว โอเค’ แต่จริงๆ แล้วกระบวนการต่างหากที่สนุกและเร้าใจ”

ไทสันเล่าว่า การสร้างสรรค์คือประสบการณ์บริสุทธิ์ที่ได้เห็นสิ่งจาก “ไม่มี” กลายเป็น “มี” การจัดเรียงใหม่ การแยกส่วนที่ไม่เข้ากัน—ทั้งหมดนี้คือส่วนที่สนุกที่สุด นอกจากนั้นเขายังเชื่อว่าการตั้งโจทย์ก็สำคัญมาก: “สิ่งที่สำคัญคือมีสิ่งที่อยากจะบอก—ต้องมี message”

มีเรื่องจะพูดก็ต้องพูด ไทสันยกสิ่งนี้เป็นเข็มทิศในเส้นทางการสร้างสรรค์ของเขา ทำให้ทุกครั้งที่เขาเริ่มเส้นทางใหม่มีทิศทางที่ชัดเจน

“เหมือนคุณมีจุดมุ่งหมายจะทำสิ่งนี้ บางทีเพราะผมเขียนเพลง ผมจึงสื่อสารตรงไปตรงมาหน่อย” ด้วยการสะท้อนผ่านเพลงโดยไม่ปิดบังหรือเสริมแต่ง เขากล่าวว่า: “ผมชำนาญในการเขียนสิ่งที่ปรุงแต่ง เพราะผมทำไม่ได้ ถ้าฟังเนื้อเพลงของผม คุณจะเห็นว่าผมมักตบหน้าคุณเลย ประโยคสำคัญที่สุดในเพลงนี้คืออะไร เพลงนี้อยากบอกอะไร ความรู้สึกของผมเป็นแบบไหน…มักมีการใช้น้อยมากของการอุปมาอุปไมย”

ชุด Mechanical Bust Armor, กางเกง Palazzo จาก Angus Tsui ในเซสชั่น
Mechanical Bust Armor, PMS Metallic Palazzo Trousers and Constructive Gauntlets, from Angus Tsui

ถ้างานสร้างสรรค์สามารถสื่อสารได้ตรง ทำไมไทสันจึงไม่ค่อยเขียนเพลงเป็นภาษากวางตุ้ง?

“เพราะกวางตุ้งเป็นภาษาแม่ของผม ผมรู้ว่ามันดีหรือแย่อย่างไร—ผมมีชุดกฎของมัน ดังนั้นมันอาจจะจำกัดผมไม่ให้ใช้กวางตุ้งเพื่อสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาที่สุด”

ไทสันยอมรับว่ามีความยากลำบาก แต่เขาเลือกที่จะเก็บเรื่องราวบางอย่างไว้คุยกับคนอื่นๆ มากกว่าจะใส่ไว้ในเพลง หากเนื้อหาเป็นแบบที่เขาคิดว่าเป็น “เพลงกวางตุ้ง” แบบดั้งเดิม เขาจะปรับแต่งให้สวยขึ้น เพราะเขาคิดว่ากวางตุ้งเมื่อตรงเกินไปจะไม่น่าฟัง เมื่อถึงจุดที่ต้องตรงจริงๆ เขาจะเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ และตีความให้ผู้ฟังรับรู้แบบเต็มๆ

การสร้างสรรค์ที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นงานทรมาน เกิดจากความอยากที่รุนแรงจนลืมจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ นั่นคือการเริ่มจากตัวเอง การกล้าสารภาพและแสดงตัวตน แม้การแสดงออกจะดูโจ่งแจ้งไปบ้าง แต่ความสุขของการสร้างสรรค์อาจเริ่มจากการกล้าก้าวนั้น

“การเขียนเพลงคือการสนทนากับตัวเอง”

พูดถึงบทเรียนจากการสร้างสรรค์ ไทสันแชร์ว่า ตั้งแต่เขาเริ่มทำเพลง สิ่งที่เปลี่ยนไปที่สุดไม่ใช่ทักษะการร้องหรือการขยายแนวเพลง แต่คือการรู้จักตัวเองอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

“เพราะบางครั้ง การเขียนเพลงคือการถามตัวเอง”

ไทสันอธิบายว่า: “บางครั้งเมื่อกำหนดธีมแล้ว เขียนไปเขียนมาคุณจะพบว่าบางเรื่องที่คิดว่าตัวเองใส่ใจจริงๆ แท้ที่จริงแล้วไม่ได้ใส่ใจขนาดนั้น หรือคุณอาจค้นพบว่าคุณมีมุมมองที่สองต่อเรื่องนั้น จนกว่าจะเริ่มเขียนคุณถึงค่อยๆ รู้จักความคิดของตัวเอง”

Tyson Yoshi ในการถ่ายแฟชั่น ที่มุมหนึ่งของสตูดิโอ

เมื่อดูผลงานของไทสัน จะไม่เห็นการตั้งคำถามเชิงปรัชญาหนักหน่วง แต่เป็นการเล่าเรื่องความรัก มุมมองการเติบโต และหัวข้อคลาสสิกที่สะท้อนตัวตนไทสันเอง เขาสนุกกับพื้นที่สร้างสรรค์เต็มที่ แต่ก็ยอมรับว่าเจอกับคอขวดบ้าง: “ช่วงหนึ่งผมพยายามเร่งผลิต เพราะคุ้นเคยกับการปล่อยเพลงทุกไม่กี่เดือน มันเหมือนติดยา คือทุกๆ สองสามเดือนต้องมีผลงาน พอพักไปสักช่วงจะเริ่มรู้สึก ‘หวั่น’ แล้วก็พยายามเขียนไม่หยุด”

การติดกับคอขวดทำให้เขารู้สึกแตกตื่น แม้แรงขับอยากเขียนยังอยู่ แต่ความมั่นใจสั่นคลอน “ตอนนั้นผมตั้งเวลาให้ตัวเอง เช่น เขียนวันละกี่โมงถึงกี่โมง เหมือนถือเป็นการเทรนนิ่งแบบยิม แต่ผมพบว่าวิธีนี้ไม่เหมาะกับผม เมื่อผมทำไม่ได้วันแรก ผมจะเริ่มสงสัยความสามารถตัวเอง แล้วผลกระทบด้านลบก็กลายเป็นหิมะกลิ้งที่ยิ่งใหญ่ขึ้น ตอนนั้นผมรู้เลยว่า ‘ไม่ได้แล้ว ผมต้องหยุด ผมไม่เหมาะกับการสร้างสรรค์แบบนี้'”

การรู้จักตัวเองมีคุณค่าตรงมันสร้างเครือข่ายสัมพันธ์—ยิ่งรู้ลึกยิ่งคิดชัดเจน ทางข้างหน้าก็ยิ่งสว่าง เมื่อตั้งคำถามถึงประสบการณ์การเข้าใจตัวเอง ไทสันกลับตั้งใจขึ้นและแชร์ว่า: “หลายคนไม่ค่อยรู้จักตัวเอง หลายคนไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรหรืออยากได้อะไร” เขายกตัวอย่างครั้งแรกที่รู้ว่าตัวเองอยากอะไรคือช่วงมหาวิทยาลัยตอนเลือกวิชา เห็นเพื่อนๆ หลายคนตามกระแสเลือกคณะยอดฮิต แต่ผมรู้ชัดว่าตัวเองไม่อยากเรียนพวกวิชาที่ต้องเขียนเรียงความ การรู้จักตัวเองคือรู้แม้รายละเอียดเล็กๆ ว่าต้องการอะไร ใช่ไหม?

Blue Jacket และ Blue Pants จาก Louis Vuitton, Blue Sweater จาก Maison Margiela ในเซต
Blue Jacket and Blue Pants, from Louis Vuitton / Blue Sweater, from Maison Margiela

เขาหยุดคิดแล้วพูดอย่างจริงจังว่า: “ผมรู้สึกว่ามันค่อนข้างเศร้านิดหน่อย ผมว่าเศร้านะ” “คือเมื่อคุณไม่รู้ว่าตัวเองอยากได้อะไร คุณจะ ‘หวั่น'” การไม่เข้าใจตัวเองจึงเป็นที่มาให้เกิดความสับสน และไทสันอธิบายว่าความ ‘หวั่น’ ของเขาหมายถึงอะไร

“บางส่วนมาจากความเป็นอิสระ โดยเฉพาะพอขึ้นมหาวิทยาลัย” เขายกตัวอย่าง: “หรือแม้กระทั่งการสร้างสรรค์ ผมแค่รู้ว่าต้องทำเพลงหนึ่งเพลง หรืออาจรู้ว่าสิ่งที่อาจารย์ต้องการคือแบบนี้ แต่มีเส้นทางเป็นพันๆ ทางจะไปถึงจุดนั้น คุณต้องเลือกเส้นทางที่เหมาะกับตัวคุณเอง สมมติคุณถูกปล่อยลงกลางทะเลกว้าง จะว่ายไปไหนก็ได้ ตราบใดที่ไม่จมน้ำ—ตอนนั้นอาจทำให้หลายคนรู้สึก ‘หวั่น’ แล้วบางคนก็เริ่มเดินตามสูตรที่เห็นรอบตัว” เขายอมรับว่าเคยเป็นคนนั้นในทะเลกว้าง

ฟังไทสันเล่าแล้วจะเห็นว่าเขาผ่านทั้งประสบการณ์และบทเรียน เมื่อนำคำถามมาถามใหม่ว่า “การเข้าใจตัวเองยากไหม?”

“ไม่ชัดเจน” เขาตอบแบบตรงไปตรงมา ไทสันบอกว่าเขาเป็นคนอารมณ์ร้อน จึงมักใช้ความรู้สึกด้านลบเป็นตัวบอกชัดว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร “เมื่อมีสิ่งที่ผมไม่ชอบ โกรธหรือไม่พอใจ อารมณ์พวกนั้นจะชัดเจนมาก ผมเก็บไม่อยู่ ดังนั้นผมรู้ว่าตัวเองไม่ชอบอะไร” ถึงจะยังไม่ครอบคลุมการรู้จักตัวเองทั้งหมด แต่การรู้ว่าตัวเองไม่ชอบอะไรเป็นดัชนีที่ดีในการค้นหาต่อไป

ชีวิตคือการค้นหาตัวเอง หัวข้อนี้ดูเล็กน้อยหรือเป็นเรื่องซ้ำซาก แต่กลับมีพลังเปลี่ยนแปลงมหาศาล มันซึมซับอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างไม่รู้ตัว เช่นไทสันพูดว่า: “ถ้าคุณยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบกินเผ็ดหรือไม่ แม้แค่การกินมื้อนั้น คุณก็ขาดทางเลือกไปแล้ว”

Monogram Bandana Windbreaker และ Skater Chino จาก Louis Vuitton ในการถ่ายแฟชั่น

Monogram Bandana Windbreaker, Skater Chino, all from Louis Vuitton

“ศิลปะเป็นสื่อกลาง เชื่อมต่อกับผู้คนและทำให้เกิดการ ‘click'”

ไทสันเล่าว่าในกระบวนการสร้างงาน เขามักถูกโปรดิวเซอร์บ่นเพราะไอเดียของเขากระโดดไปมาบ่อย บางทีก็อยากได้ฮิปฮอป บางทีก็ R&B หรือป็อป-พังก์ “เพราะทั้งหมดขึ้นกับช่วงเวลาที่ผมชอบอะไร แล้วผมก็อยากเขียนอะไรในตอนนั้น โปรดิวเซอร์ผมมักบ่นว่า ‘เธอจะเอาอะไรกันแน่ แกเลือกได้ไหม?'” ไทสันหัวเราะเขิน ยอมรับว่าตัวเองสร้างความลำบากให้ทีมบ้าง

บางทีผู้สร้างสรรค์ก็ควรมีความซุกซน—เสน่ห์ที่ทั้งรักและเกลียดได้ในเวลาเดียวกัน

ในการสัมภาษณ์ ไทสันเล่าถึงแหล่งที่มาของแรงบันดาลใจและศิลปินที่มีอิทธิพลตั้งแต่เด็กจนโต ทำให้เห็นว่าเขาเป็นคนยึดมั่นในตัวตน แต่พร้อมรับสารจากดนตรีหลากแนว ซึ่งสอดคล้องกับธีมการถ่ายทำของเรา พอดี Christie’s Spring Auction ใกล้จะเริ่ม เราจึงเลือกงานเด่นสี่ชิ้น ได้แก่ 草間彌生 (Yayoi Kusama) “Starry Pumpkin Gold” (2014), Nicolas Party “Still Life” (2014), Avery Singer “Untitled” (2017) และ 空山基 “Sexy Robot - Walking in the Space” (2018) ทำหน้าที่เป็นทิศทางศิลป์สำหรับการถ่าย แล้วใช้บุคลิกเฉพาะของไทสันตีความให้เกิดมุมมองใหม่

ไทสันรู้สึกอย่างไรกับงานชุดนี้?

Tyson Yoshi ในฉากถ่ายที่มีงานศิลปะเป็นแบ็กกราวด์

เขามองไปที่ผลงานของศิลปินหญิงอเมริกันที่โดดเด่นอย่าง Avery Singer แล้วพูดว่า: “งานชิ้นนี้ (\”Untitled\”) ทำให้ผมคิดวุ่นว่าจะสื่ออะไร ผมเห็นเป็นแก้ว แต่ข้างๆ มีวัตถุอื่น ผมอยาก ‘ขมวดสมอง’ ว่ามันกำลังพูดอะไร” เขาอธิบายว่าอยากเข้าใจงานก่อน ถึงแม้จะได้แค่เศษเสี้ยวจากรายละเอียด ก็ยังดีที่จะช่วยให้เข้าใจความหมาย

ต่อมาเขาพูดถึงงานของ Nicolas Party: “ผมรู้ว่าหัวข้อหลักคือผักสามต้น แต่ผมก็อยากถามว่า ‘ทำไมต้องเป็นผักเยอะขนาดนี้?’ แล้วสีสันของงานนั่นแหละที่ดึงผมไว้”

สำหรับไทสันแล้ว สิ่งที่เขาสนใจคือเรื่องราวเบื้องหลังการสร้างสรรค์ “ถ้าผมเข้าไปไม่ได้ ไม่รู้เบื้องหลังหรือแนวคิด ความรู้สึกของผมที่มีต่อผลงานอาจเปลี่ยนไปมาก เช่นเมื่อรู้คอนเซ็ปต์แล้ว ครั้งหน้าเวลาดูอีกครั้ง การตีความอาจเป็นอีกเรื่องเลย”

การสร้างงานต้องอาศัยความจริงใจของผู้สร้าง แต่ในเวลาเดียวกันก็ต้องการความจริงใจจากผู้ตีความและผู้ฟังเช่นกัน ไทสันที่เป็นผู้สร้างสรรค์มานาน เมื่อครั้งนี้เปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้ตีความผลงานของผู้อื่น เขารู้สึกว่าการตีความทำให้มิติในการรับรู้แตกต่างและน่าสนใจมากขึ้น เขาสรุปว่า: “ศิลปะเป็นสื่อกลาง ที่สำคัญคือการเชื่อมต่อกับผู้คน ให้ ‘click’ กัน”

บรรยากาศการถ่ายทำกับผลงานศิลปะและ Tyson Yoshi

เขาเล่าความทรงจำจากแฟนเพลงคนหนึ่ง: “ตอนม.ปลายเขาฟังเพลงผมแล้วเฉยๆ เพราะยังไม่เคยมีความรัก แต่พอขึ้นมหาวิทยาลัยและอกหัก พอฟังอีกครั้ง เขารู้สึกน้ำตาไหล”

“นั่นแหละคือจุดที่มัน ‘click'” ไทสันพูดด้วยความตื่นเต้น

บางครั้งเขาก็สงสัยว่าเพลงบางเพลงของตัวเองอาจไม่เป็นที่นิยม แต่เมื่อคิดให้ละเอียดเขาก็เห็นว่าไม่ควรกังวล เพราะเพลงเหล่านั้นยังคงสามารถ ‘click’ กับคนบางกลุ่มได้ ตัวอย่างในวงการเพลงท้องถิ่น ไม่ควรถูกจำกัดโดยการมองว่าแนวดนตรีหนึ่งจะต้องมีผู้ฟังแบบหนึ่งเสมอ แม้ในยุคที่ K-Song ถูกเติมเต็มจนล้น ตลาด เพลงแต่ละเพลงยังมีจุดมุ่งหมายของตัวเอง สิ่งสำคัญคือเพลงสื่อสารกับผู้ฟังอย่างไร ไม่ใช่กำหนดรูปแบบ

“เมื่อคุณสื่อสารตัวตนได้ คนที่เห็นด้วยกับคุณจะได้รับผลกระทบจากคุณ”

นั่นคือบทสรุปของไทสันต่อการสร้างสรรค์

“ผมแค่อยากเดินไปทางตรงข้ามกับสาธารณะและกระแสหลัก”

Tyson Yoshi ในมุมแฟชั่น แสงและเงาโดดเด่น

ศิลปะ การสร้างสรรค์ และการสื่อสาร สร้างชั้นความคิดที่ไร้พรมแดน ตั้งแต่รูปแบบไปจนถึงอุดมการณ์ เมื่อถามว่าไทสันมองเห็นรูปแบบใหม่ๆ ในการทำเพลงหรือไม่ เขาตอบว่า: “มีแน่นอน ผมมักอยากให้บางเพลงออกมาเป็น audio ก่อน แม้แต่หน้าปกก็คิดแบบเรียบๆ เพราะไม่อยากให้คนมีภาพจำทันที”

“ผมอยากให้คนฟังเพลงแล้วฉายภาพในหัวของตัวเอง จากนั้นหนึ่งหรือสองวันค่อยปล่อย MV มันจะทำลายภาพที่เขาสร้างขึ้นมาได้ ดังนั้นการสร้างสรรค์มีหลายรูปแบบ” ฟังแล้วอาจดูบ้าบิ่น แต่เบื้องหลังคือพายุแห่งความตื่นเต้นที่พร้อมพัดพาผู้คนเข้าไปในกระแส

พลังของเจเนอเรชันใหม่มักมาพร้อมความกล้าและความท้าทาย เราถามว่าเขาเคยคิดไหมว่าการผลักตัวเองไปสุดทางเพราะงานสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่น่ากลัวหรือควรปรารถนา?

“ผมคิดว่าการ ‘สุด’ มักเป็นคำที่คนอื่นมอบให้ มากกว่าจะเป็นสิ่งที่เรารับรู้เอง” เขาตอบทันที

“ถ้าวันหนึ่งงานสร้างสรรค์กินความเป็นตัวคุณทั้งหมด คุณจะกลัวไหม?”

“ตอนนี้การสร้างสรรค์มันก็แทบจะกินผมทั้งคนอยู่แล้ว ผมมองหาวิธีใหม่ๆ อยู่เสมอว่า ‘นี่เป็นวิธีที่ยังไม่มีใครทำหรือเปล่า?'” ไทสันอธิบาย “เพราะสมองผมตอนนี้คิดตลอด ไม่ว่าจะเป็นเพลง MV หรือการตัดสินใจเชิงพาณิชย์ ผมมักอยากเดินไปทางตรงข้ามกับสาธารณะ แบบดั้งเดิม และกระแสหลัก” เขายอมรับว่าการที่ชื่อของเขาเริ่มปรากฏในโลกหลักกลับเป็นโอกาสอันดีในการทดลองแนวคิดใหม่ๆ ที่คิดว่า “ฮ่องกงเหมือนไม่มีใครเคยลองมาก่อน”

คำถามกระตุ้นให้เขาคิด และเขาเสริมว่า: “จะพูดว่าถูกกลืนไปคงไม่ใช่ อาจจะบอกว่าการสร้างสรรค์กลายเป็นส่วนหนึ่งของผม” เขาหัวเราะ “เช่นเวลาผมกินข้าว ผมก็ยังกินแบบธรรมดา ไม่ได้พยายามคิดวิธีการกินที่แปลกประหลาด ดังนั้นการสร้างสรรค์มันควรเป็นส่วนหนึ่งของผม มากกว่าจะครอบงำ”

Blue Jacket และ Blue Pants จาก Louis Vuitton, Blue Sweater จาก Maison Margiela และรองเท้าแดงจาก Givenchy ในเซต
Blue Jacket and Blue Pants, from Louis Vuitton / Blue Sweater, from Maison Margiela / Red Shoes, from Givenchy

“What more can I ask for?”

การเดินสู่ความสุดยอดในงานสร้างสรรค์มีตัวอย่างมากมาย ในงานประมูลของเรา หนึ่งในศิลปินที่ยืนยงคือ 草間彌生 (Yayoi Kusama) ผู้คลั่งไคล้จุดลายพอลก้าตั้งแต่ยุค 50 และยังคงสร้างงานด้วยองค์ประกอบเดียวกันจนถึงอายุเก้าสิบ แม้ผ่านความยากลำบากทั้งด้านจิตใจ ครอบครัว และสังคม เธอยังคงได้รับการยกย่องในนาม ‘ราชินีจุด'”

สำหรับไทสัน เขาเคยคิดไหมว่าเมื่อจากไป ผู้คนจะจดจำเขาอย่างไร เขาอยากเป็นตำนานแบบมีสไตล์เฉพาะ หรือต้องการเป็นอัจฉริยะที่ควบคุมทุกแนวเพลง?

“น่ากลัวนะ ผมเขียนเพลงเกี่ยวกับเรื่องนี้เพลงหนึ่ง แต่ยังไม่ปล่อย” เขาตอบด้วยความตกใจเล็กน้อย

จากนั้นเขากล่าวว่า: “ผมคิดว่าไม่สำคัญหรอก ถ้าชื่อ Tyson Yoshi ยังมีอิทธิพลหลังผมจากไป มันก็เพียงพอแล้ว—ถ้าอิทธิพลนั้นเป็นไปในทางที่ดี ผมคิดว่าสามารถมีผลต่อคนอื่นได้ก็พอแล้ว สไตล์หรือไม่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมกังวลนัก”

นอกจากความหลงใหลแล้ว ปัจจัยที่ทำให้การสร้างสรรค์ยืดหยุ่นคือความสุข ไทสันที่มองงานสร้างสรรค์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตหวังจะได้อะไรจากมัน?

“ผมไม่ได้คิดมาก ผมโชคดีที่มองการสร้างสรรค์เป็นช่องทางทำมาหากินหรือเป็นทางเลือกหนึ่งในชีวิต มันก็เพียงพอแล้ว What more can I ask for?”

Tyson Yoshi ในภาพนิ่งจากการถ่ายทำ

ศิลปะและการสร้างสรรค์เชื่อมโยงผ่านความคิด ความรู้สึก และการสื่อสาร เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งเหล่านี้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนชีวิต จนเมื่อได้พบไทสัน เราจึงตระหนักว่าการสร้างสรรค์ต้องการทั้งความทะเยอทะยานและความอดทน บางครั้งกรอบระเบียบทำให้เราลืมไป

ศิลปินไม่ใช่ผู้พิพากษาทางศีลธรรม แต่คือผู้ที่ฟังและแสดงภูมิทัศน์ภายในชีวิตออกมาให้คนอื่นรับรู้ และหวังว่า “ความคิดมากเกินไปยิ่งผูกมัดมากขึ้น คลื่นน้ำจึงค่อยๆ เลือนหาย” ไม่ว่าเราจะสร้างงานเล็กหรือใหญ่ ความพยายามนั้นล้วนเต็มไปด้วยความกล้าที่ควรค่าแก่การเฉลิมฉลอง

ปัจจุบันไทสันกำลังทัวร์คอนเสิร์ต “Hi I’m Back” ในสหราชอาณาจักร และเขาเพิ่งประกาศผ่านโซเชียลว่าจะมีคอนเสิร์ตเดี่ยวที่ฮ่องกงในเดือนสิงหาคม แฟนๆ สามารถรอข่าวเพิ่มเติมและเตรียมพบกับเสน่ห์ที่ไม่เกรงกลัวคำตัดสินของสังคมผ่านพลังงานของเพลงและการสร้างสรรค์ นอกจากนี้ถ้าคุณสนใจผลงานศิลปะที่ร่วมงานกับเราสามารถไปชม Christie’s Spring Auction 2022 preview ได้ที่ Hong Kong Convention and Exhibition Centre ระหว่างวันที่ 21–28 พฤษภาคม ซึ่งมีผลงานศิลปะศตวรรษที่ 20 และ 21 กว่าเป็นร้อยชิ้นพร้อมหมวดอื่นๆ ให้ชมและสัมผัสชิ้นงานต้นฉบับอย่างใกล้ชิด

———
Executive Producer: Angus Mok
Producer: Vicky Wai
Photography: Olivia Tsang
Videography: Andy Lee, Angus Chau
Styling: Vicky Wai
Make Up: Carmen Chung
Hair: Jim Tse
Video Editor: Andy Lee
Editor: Carson Lin
Designer: Edwina Chan
Wardrobe: Angus Tsui, Louis Vuitton, Givenchy, Maison Margiela
Artwork: CHRISTIE’S IMAGES LTD. [2022]

EDITOR'S PICKคัดสรรโดยบรรณาธิการ