วัยหนุ่มสาวเปรียบเสมือนช่วงที่ดอกไม้กำลังเบ่งบาน มอบความรู้สั้นแต่เปี่ยมไปด้วยความงดงาม ในเวลาเดียวกันที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ความปรารถนา และการชนกันของประสบการณ์ มันคือช่วงที่กล้าทำในสิ่งที่ไม่กลัวแต่ก็ชอบครุ่นคิด โหยหา และอ่อนไหวไปพร้อมกัน — เหล่านี้คือสารอาหารสำคัญของจิตใจและการเติบโต ซึ่งเรื่องราวของมาร์ฟ ก็เป็นหนึ่งในภาพสะท้อนนั้น
หรือจะพูดให้ชัดเจนกว่านี้ ลองมาดูเธอคนนี้ที่เทช่วงวัยหนุ่มสาวลงบนเวทีอย่างไม่ยั้ง — มาร์ฟ (邱彥筒)。

จากครั้งที่เธอปรากฏตัวด้วยหน้าม้าสั้นเหนือคิ้ว จนวันนี้เปลี่ยนเป็นผมสั้นสีบลอนด์แพลตตินัมที่ขยับเขยื้อนทั้งร้องและเต้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ ในเวลาเพียงสามปี มาร์ฟเติบโตขึ้นมาก แต่อย่างที่คนในวงการมักเห็นกัน เธอก็ยังเป็นสาววัย 22 ที่ยังค้นหาและงุนงงกับชีวิตเหมือนคนหนุ่มสาวทั่ว ๆ ไป

เมื่อปี 2024 กำลังจะผ่านพ้นไป เธอก็เหมือนยื่นผลสอบฉบับหนึ่งของตัวเองออกมาให้คนดูได้เห็น และครั้งนี้ให้เธอเล่าถึงความหมายของวัยหนุ่มสาวในมุมมองของตัวเอง
เกี่ยวกับวัยหนุ่มสาว
มาร์ฟให้ความรู้สึกที่มีสไตล์ชัดเจนและกล้าหาญ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ทำให้เธอโดดเด่นในวงการเพลง แต่เพราะอายุของเธอเอง คำที่คนมักนำมาใช้นิยามมักเต็มไปด้วยพลังของวัยหนุ่มสาว จากผลงานของเธอทั้งด้านดนตรีและงานแสดง ยิ่งยืนยันเสน่ห์และพลังของความเป็นหนุ่มสาวที่เธอส่งออกมา

คำว่า “วัยหนุ่มสาว” ดูเหมือนจะกลายเป็นคำสำคัญที่คนใช้เรียกเธอ แต่เพียงครู่เดียว มาร์ฟก็ยิ้มและตอบอย่างเงียบ ๆ ว่า: “นี่มันเป็นความเข้าใจผิดมากกว่า”
“เพราะในงานแสดงทางภาพยนตร์และซีรีส์ พออายุยังน้อย ผู้คนจึงคิดว่าฉันยังเล่นบทนักเรียนได้ จึงติดภาพความเป็นวัยหนุ่มสาวไว้” เธอยกตัวอย่างจากบท “楊悅盈” ใน 《那年盛夏我們綻放如花》 และ “許澄” ใน 《寄了一整個春天》 — แม้เนื้อเรื่องของทั้งสองจะต่างกัน บททั้งคู่เป็นนักเรียนมัธยม ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่มาร์ฟไม่เคยผ่านมาก่อน เพราะฉะนั้นวัยหนุ่มสาวของแต่ละคนจึงมีเอกลักษณ์ที่ต่างกัน
นอกเหนือจากการแสดง ในด้านแรงบันดาลใจและการสร้างสรรค์ มาร์ฟบอกว่าสำหรับเธอแล้วมันเป็นเรื่องของความรู้สึก “ความรู้สึกในช่วงนั้นและสิ่งที่เกิดรอบตัวจะกลายเป็นแรงบันดาลใจ แล้วค่อย ๆ คิดเนื้อหาและวิธีนำเสนอของงาน เช่น MV ‘心好細’ ฉันเลือกใช้ฉากโรงเรียนและเส้นเรื่องความรัก เพื่อให้คนเข้าใจความอ่อนละเอียดและโลกภายในของผู้หญิงได้ง่ายขึ้น”

เมื่อพูดถึงความคิดของเด็กผู้หญิง นอกจากการมีปมเรื่องความรักแล้ว มักมีภาพของไอดอลที่ฝังลึกในความทรงจำ โดยเฉพาะศิลปินที่ทำให้เธอก้าวเข้าสู่เส้นทางเวที “ถ้าพูดถึงแรงบันดาลใจ อาจจะเป็น 2NE1, Rihanna, Ariana พวกเธอชอบแนว Groovy ซึ่งมีอิทธิพลกับฉัน และเมื่อฉันกลับไปฟัง 2NE1 อีกครั้งก็พบว่าสไตล์การร้องบางอย่างของพวกเธอมีส่วนที่ฉันหยิบมาใช้ในการแสดงของฉันด้วย นั่นทำให้ฉันเริ่มเรียนเต้นและหาเพื่อนที่ชอบเต้นแบบเดียวกัน”
บังเอิญหลังการสัมภาษณ์ไม่นาน 2NE1 ก็กลับมาจัดคอนเสิร์ตที่ฮ่องกง มาร์ฟในฐานะแฟนก็ไม่พลาด เธอได้โชว์ฝีเท้าในการแข่งขัน Dance Challenge บนเวที ซึ่งยิ่งสะท้อนให้เห็นทักษะการเต้นที่เต็มเปี่ยมของเธอ รวมถึงความตื่นเต้นและความสุขในฐานะแฟนที่ได้พบเจอไอดอล

สุดท้ายแล้ว ช่วงวัยหนุ่มสาวอาจจะเป็นเพียงคำอธิบายของอายุ แต่ไม่ใช่กรอบจำกัดตัวตนของเธอเลย อย่างที่มาร์ฟนิยามคำว่า “วัยหนุ่มสาว” ว่า: “ฉันคิดว่า ‘วัยหนุ่มสาว’ ไม่ควรถูกจำกัดด้วยอายุ และอย่าไปคิดมากว่าต้องทำอะไรนั่นนี่ — นั่นแหละคือวัยหนุ่มสาว ได้แต่ต้องรับผิดชอบผลที่จะตามมา แต่อย่ากังวลมากเกินไป”
บางทีวัยหนุ่มสาวอาจเป็นการออกเดินทางเพื่อค้นหาตัวเอง และซิงเกิลหลากสไตล์ที่เธอปล่อยออกมาคือตัวบ่งชี้ที่ชัดเจนของเส้นทางนั้น
ความคลั่งไคล้ที่ไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมด
เมื่อพูดถึงระยะห่างระหว่างความฝันกับเวที ย่อมไม่พ้นเรื่องรักการเต้นของมาร์ฟ ในอินสตาแกรมของเธอ ส่วนใหญ่คือคลิปเต้น ซึ่งเป็นภาษาศิลปะหลักของเธอ ปัจจุบันมาร์ฟเป็นทั้งสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ปที่ได้รับความนิยม นักร้องเดี่ยว นักแสดง และนางแบบ แต่ละบทบาทต้องใช้อินสแตนซ์ด้านต่างกัน การสลับบทบาทจึงไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วเธอชอบบทบาทไหนที่สุดล่ะ?

มาร์ฟคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบว่า: “ฉันชอบตัวเองในบทบาทนักแสดงที่สุด เพราะเป็นบทที่ทำให้ฉันช้าลง ได้เข้าใกล้ความคิดและความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น ในฐานะนักร้องหรืองานแฟชั่น ฉันมักต้องมองออกไปข้างนอก แต่การเป็นนักแสดงต้องมองเข้าข้างใน ฉะนั้นการเป็นนักแสดงทำให้ประสบการณ์ชีวิตลึกขึ้น และได้แลกเปลี่ยนกับคนที่ต่างกันในระดับที่หลากหลาย มันน่าสนใจมาก”
เช่นบท “許澄” ที่เป็นบทท้าทายสำหรับเธอ — เพราะประสบการณ์ในวงการยังไม่มาก และเป็นการลองเล่นจอใหญ่ครั้งแรก จึงใช้เวลาไม่น้อยในการปรับตัวและตีความ角色 “許澄 เป็นนักเรียนหญิงที่มีอาการพูดติดอ่าง และยังทำงานขายกางเกงใน ซึ่งเป็นส่วนที่ฉันไม่เคยสัมผัสมาก่อน บทมีหลายชั้นให้ต้องถ่ายทอดและทำความเข้าใจ”

แต่ถ้าถามว่าฉากไหนลืมไม่ลงและชอบที่สุด คงเป็นบท “楊悅盈” บทนี้ไม่เพียงทำให้มาร์ฟได้รับคำชื่นชมจากผู้ชม แต่ยังทำให้เธอค้นพบความเป็นไปได้ของตัวเองอีกมากมาย “หลังจากเล่นบทนี้ ฉันเพิ่งเห็นว่ามีบางแง่มุมของตัวละครที่ยังคงอยู่ในห้องหนึ่งของหัวใจหรือความคิดเรา แม้การแสดงจะจบไปแล้ว การแสดงจึงเป็นสิ่งที่เติมเต็มความอยากรู้ของฉัน และทำให้ฉันได้ใช้ชีวิตในมิติของคนอื่น”
มาร์ฟเล่าว่าได้สัมผัสความสุขและโชคดีจากการเล่นบท “楊悅盈” โดยเฉพาะความพิเศษและความสนุกของเนื้อหาที่ตอบโจทย์ความชอบของเธอ “ฉันชอบเรื่องที่ไม่ใช่ความจริงเยอะ ๆ เช่น สยองขวัญ ตื่นเต้น ลึกลับ ยิ่งมี CG มากยิ่งดี — สิ่งที่ไม่ค่อยสมจริงเหล่านี้คือสิ่งที่ฉันชอบที่สุด” น้ำเสียงที่แฝงความตื่นเต้นชัดเจน
เธอยังเล่าว่างานที่ชอบล่าสุดคือมิวสิคัลเวอร์ชันภาพยนตร์เรื่อง “Wicked” และเธอยังโพสต์รูปแต่งคอสเพลย์เป็นตัวละคร “Glind” ในอินสตาแกรม “เพราะพลังและความยิ่งใหญ่ของ ‘Wicked’ มันเติมพลังและความผ่อนคลายให้ช่วงเวลานี้ของฉันได้เยอะ ฉันเลยชอบและอยากแนะนำให้คนอื่นดู”

จำได้ว่ามาร์ฟเคยบอกตอนเข้าประกวดรายการ “全民造星 IV” ว่านี่คือการพยายามเต็มที่ก่อนจะก้าวเข้าสู่วัย 20 ต้น ๆ แล้วความเชื่อที่คอยหนุนให้เธอตามฝันคืออะไรล่ะ? “หลังเข้าวงการ ฉันมักตั้งเป้าหมายให้ตัวเอง บางอย่างดูไกลเกินเอื้อม ก็เลยเรียกมันว่าฝัน ความเชื่อของฉันคือกฎแรงดึงดูด ต้องคิดให้มาก มุ่งไปในทิศทางนั้น แล้วหวังว่าจะเกิดขึ้น”
มาร์ฟใช้การกระทำเป็นการนิยามคุณค่าของวัยหนุ่มสาว และเบื้องลึกยังสื่อให้เห็นความรักที่มีต่อการแสดงและเวที
ถ้าจะแบ่งสัดส่วนบทบาทต่าง ๆ ด้วยพาย (pie-chart) เธอจะจัดอย่างไร? หลังคิดอยู่นานเธอตัดสินใจใช้หน่วย 10% คือ “ฉันคิดว่า 30% เป็นนักแสดง, 30% เป็นผู้แสดง (performer) เพราะคำว่าผู้แสดงครอบคลุมงานหลากหลายและฉันชอบคำนี้มาก รวมถึงงานละครเวทีและการแสดงต่าง ๆ; ส่วน ‘เจ้าของแมว’ กับ ‘ลูกของครอบครัว’ นั้นต่างหากละกันให้คนละ 10% และที่เหลือ 20% เป็นคนที่ยังอยากพยายามทำให้ชีวิตมีความสุข” เธออธิบายด้วยความจริงจังว่า “นั่นคือการเตือนตัวเองให้สู้และทำให้ตัวเองมีความสุขมากขึ้น”
บางที วัยหนุ่มสาวคือการเดินทางเพื่อทำให้ความคิดและความปรารถนาเป็นจริง
ความ成熟คือ… ?
ขณะเขียนบทความนี้ ฟังผลงานเพลงของมาร์ฟ พบว่า ‘ความ成熟’ มักปรากฏในเนื้อเพลงของเธอ เช่น ใน “心好細 ‹3 Teeny tiny heart ‹3” มีท่อนว่า “成熟原是青春的怨歌 樣樣是框 要困起我” และใน “㪐㩿” ก็มีท่อนว่า “成熟是利刃 愈避忌 愈入侵”

เมื่อเห็นมาร์ฟทำงานระหว่างการถ่ายทำด้วยความเป็นมืออาชีพและตอบคำถามได้ราบรื่น ก็ยากจะเชื่อว่าเธอเพิ่งมีอายุ 22 เพราะเธอมีความ ‘เฉียบขาด’ ในการทำงานจนคนลืมไปว่าคือนักแสดงหน้าใหม่ แม้ไม่แน่ใจว่าระดับความเฉียบขาดนี้จะเพียงพอหรือไม่ แต่ท่าทีที่เธอแสดงออกคือการมีมาตรฐานต่อผลงาน พร้อมจะทำความเข้าใจ ทดลอง และไม่อายที่จะเล่าความคิดของตัวเอง
“การเติบโตเป็นการสะสมทีละช่วง ถ้าพูดถึงการเปลี่ยนแปลงที่สุดยอดที่สุด คงเป็นทัศนคติ จากที่ไม่มีความเข้าใจในวงการมาจนต้องมีความเข้าใจอย่างจำเป็น แล้วค่อยกลายเป็นความเข้าใจจริง ๆ — ฉันคิดว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงแบบสมบูรณ์ มันคือกระบวนการเรียนรู้และเติบโต” มาร์ฟกล่าวอย่างตั้งใจ
ในกระบวนการเหล่านี้ นอกจากได้รู้จักคนใหม่ ๆ ยังทำให้เธอรู้จักตัวเองในมิติใหม่ ๆ ด้วย “ทุกครั้งที่ร่วมงานกับคนใหม่ จะมีประกายบางอย่างเกิดขึ้น ในความร่วมมือนั้นฉันอยากเห็นว่าตัวฉันกับอีกฝ่ายมีความต่างและความก้าวหน้าอย่างไร บางทีก็เจอทางไปสู่ความเป็นไปได้มากขึ้น”

เมื่อพูดจบ จึงเห็นได้ชัดว่าเธอเป็นคนที่มีความคิด ทั้งถ้าถามให้เธอนิยามสไตล์ตัวเอง เธอก็ตอบว่า: “นิยามไม่ได้หรอก เพราะมีหลายอย่างซับซ้อนและยังไม่ถูกค้นพบ ฉันยังเป็นคนที่ไม่รู้จักตัวเอง” และเธอทิ้งท้ายด้วยความรู้สึกว่า “การได้เป็นนักแสดง นักร้อง และศิลปินสำหรับฉันคือของดี เพราะทำให้ฉันได้แสดงด้านต่าง ๆ ของตัวเอง”
จักรวาล ‘Marfullous Universe’ ยังดำเนินต่อ และเราต่างรอคอยดูว่าเธอจะปรากฏตัวในมุมไหนต่อไป หวังว่าเธอจะได้เก็บเกี่ยวคำสำคัญที่เธอปรารถนา: “Infinity — คำนี้อาจฟังดูเกมและไม่งดงามนัก แต่มันครอบคลุมและเป็นคำที่万能”
มองเธอแล้ว ทำให้เราได้คำจำกัดความใหม่ของวัยหนุ่มสาว — แม้มันจะไม่อยู่ถาวร แต่คุณสามารถเป็นเจ้าของมันได้อย่างไม่จำกัด ถ้าคุณยังกล้าลอง
เพราะวัยหนุ่มสาวคือความพยายามค้นหา ยอมรับ และเปิดรับด้านต่าง ๆ ของตัวเอง
ช่างภาพ: Alexander Yeung ช่วยงานโดย Victor Tang
อาร์ตไดเรกชัน: Alexander Yeung & Mimi Kong
สไตลิ่ง: Mimi Kong ช่วยงานโดย Yoanah Chan
วิดีโอกาย: Alvin Kong & Matt
ตัดต่อวิดีโอ: Alvin Kong
ผู้สัมภาษณ์: Louyi Wong
เมคอัพ: San Chan
ทำผม: Ricky Lam
เครื่องแต่งกาย & เครื่องประดับ: Louis Vuitton


