ตุ๊กตาอ้วน แม้ว่าแนวคิด “ผอมคือความงาม” จะไม่ทันสมัยแล้ว แต่ความปรารถนาที่จะมีรูปร่างสมส่วนและสวยงามยังคงเป็นความนิยม โดยศิลปินเซรามิกชาวฮ่องกง โรแซนนา ลี (李慧嫻 / Rosanna Li) ที่ทำงานปั้นมาเป็นเวลาหลายปี เธอพาเหล่าตุ๊กตาอ้วนของเธอออกไปยังมุมต่างๆ ของฮ่องกง ทั้งที่สถานี MTR ยู่วตง (ย่านในเกาลูน ฮ่องกง) ถนนลีตงในวานไจ (Wan Chai, ฮ่องกง) หรือแม้แต่ที่สนามบินนานาชาติฮ่องกง เพื่อใช้รูปร่างกลมอวบเหล่านี้นิยามความงามในแบบใหม่ เมื่อเหล่าตุ๊กตาอ้วนที่เธอเรียกว่า “肥佬肥婆” มายืนรวมกันในผลงานก็ให้ความรู้สึกน่ารัก เป็นมิตร และอบอุ่น
ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาอ้วนขนาดเท่าฝ่ามือ หรือประติมากรรมขนาดใหญ่ที่สูงกว่าคนจริง ทุกชิ้นล้วนแสดงความสบายใจและความสงบ เปี่ยมด้วยความยินดี ศิลปินบางคนระบายโลกผ่านสีสัน ส่วนช่างเซรามิกก็ปั้นเรื่องราวของมนุษย์ด้วยสองมือ ไม่ว่าใช้สื่อใด ผลงานทั้งหมดล้วนเป็นการสื่อถึงความรู้สึกที่ศิลปินมีต่อชีวิต ในโลกเซรามิกของโรแซนนา ตัวละครขี้เล่นเหล่านี้ก้าวออกมาจากฉากชีวิตประจำวันของฮ่องกง บางตัวอาจกำลังจะไปซื้อของในตลาด บางตัวขี่มอเตอร์ไซค์ส่งอาหาร พวกเขาเล่าเรื่องราวฮ่องกงที่แท้จริงและบริสุทธิ์ให้เราได้ฟัง
Rosan ยิ้มและบอกว่าตุ๊กตาอ้วนของเธอเป็นเหมือนนักแสดง ส่วนชีวิตคือเวที พวกมันจะเปลี่ยนเครื่องประดับและเสื้อผ้าไปตามบทบาทเสมอ คราวนี้เราไปเยือนสตูดิโอและแกลเลอรีของศิลปิน ก่อนที่ดินจะขึ้นรูปเป็นชิ้นงาน เมื่อพวกตุ๊กตาอ้วนแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว มาดูขั้นตอนที่เธอปั้นนักแสดงร่างใหญ่เหล่านี้กัน
“ชีวิตของคนตัวเล็กก็ควรถูกบันทึก”

เมื่อมองว่าตุ๊กตาอ้วนเป็นนักแสดง โรแซนนาจึงเรียกตัวเองว่าเป็นผู้ควบคุมเบื้องหลัง หลายปีที่สะสมผลงานหลังนิทรรศการ ทั้งชิ้นที่เหลือและสมาชิกใหม่ๆ ที่สร้างขึ้นต่อเนื่องจะถูกเก็บไว้ในตู้ของเธอ เมื่อแรงบันดาลใจมาเยือน นั่นคือเวลาที่ตุ๊กตาอ้วนลงสนาม เธอกล่าวว่า “ทุกครั้งที่มีเรื่องราวใหม่ ฉันเหมือนหยิบพวกมันจากตู้มา ให้พวกมันสวมบทบาทต่างๆ เล่นเรื่องราวต่างกัน ดังนั้นฉันคิดว่าพวกมันเป็นนักแสดง”

หากคุณคุ้นกับงานของ Rosan คุณจะรู้ว่าตุ๊กตาอ้วนเหล่านี้ไม่ได้เล่าเรื่องยิ่งใหญ่ แต่เป็นฉากชีวิตประจำวันที่เรียบง่ายและจับใจ บ่อยครั้งสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุดกลับเป็นสิ่งที่สะเทือนใจได้ที่สุด ตัวละครของเธอล้วนเป็นคนธรรมดาในสังคม แล้วอะไรทำให้คนธรรมดาเหล่านี้ดึงดูดใจโรแซนนา?

โรแซนนาเล่าว่า “ฉันเองก็เป็นคนน้อยคนหนึ่ง เล่าเรื่องชีวิตประจำวันที่ธรรมดา ตอนนี้ฉันอยู่ในย่านเก่า ที่นั่นมีคนแถวๆ บ้าน ร้านค้าดั้งเดิม และตลาดสด ฉันชอบเดินตลาดและทานอาหารในร้านสไตล์ฮ่องกงแบบ茶餐廳 ฉันอยากบอกคนอื่นถึงสิ่งที่เห็นและความรู้สึกของฉัน เรื่องราวและผู้คนเหล่านี้สมควรถูกบันทึกไว้” เธอเห็นว่าเรามักมองเรื่องธรรมดาแบบชินชา แต่จริงๆ มีรายละเอียดซ่อนอยู่รอให้เราชะลอและละเมียด
“การจัดแสดง ‘街市氹氹轉’ ที่ SC Gallery เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก”

ต้นปีนี้ โรแซนนานำงานร่วมแสดงกับเพื่อน楊玉勤 และในช่วงที่เราสัมภาษณ์ก็เป็นช่วงที่ SC Gallery จัดแสดงร่วมของเธอกับศิลปินท้องถิ่นหนุ่ม Jacky Tao ในนิทรรศการ “街市氹氹轉” หัวข้อที่ใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันแบบนี้จึงเข้ากับสไตล์ของเธออย่างยิ่ง แม้ Jacky จะมุ่งทำภาพสไตล์กงหมี่ร่วมสมัย แต่ทั้งสองต่างมีสายตาที่คมต่อชีวิตประจำวันที่เหมือนกัน
นี่คือการแลกเปลี่ยนระหว่างสองเจเนอเรชันที่ให้ผลลัพธ์ทางภาพที่สดใหม่ Jacky ใช้เส้นที่ละเอียดและมั่นคงวาดภาพตลาด ส่วน Rosan นำความเฉลียวฉลาดและอารมณ์ขันมาสร้างตุ๊กตาอ้วนแสนน่ารัก หากไม่รู้จักศิลปิน หลายคนอาจคิดว่างานภาพเป็นฝีมือของศิลปินผู้มากประสบการณ์ ในขณะที่ตุ๊กตาอ้วนกลับดูเป็นงานของศิลปินหนุ่ม แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือทั้งสองคนให้ความสำคัญกับช่างฝีมือและความประณีตในงานไม่ต่างกัน

โรแซนนากล่าวว่า “ฉันชอบภาพตลาดของ Jacky เราแลกภาพกันดูระหว่างเตรียมงาน พอเอามาวางด้วยกันก็เห็นความเป็นไปได้หลายอย่าง เราไม่ได้คุยละเอียดเรื่องสีมากนัก แต่ตอนจัดแสดงผลลัพธ์ที่ออกมาทำให้เราทั้งคู๋ประหลาดใจ งานของเราพูดคุยและประสานกัน ผ่านการสนทนาที่เราเก็บไว้ให้กันและกัน ผลงานถูกมองว่าเป็นเรื่องเดียวกัน ไม่ใช่ Jacky คือ Jacky และ 李慧嫻 คือ李慧嫻 ซึ่งเป็นความรู้สึกที่สดใหม่”

“อุปกรณ์และเครื่องประดับเล็กๆ ช่วยผลงานผมมาก”
ในตลาดของเธอ บางตุ๊กตาถือตาชั่ง บางตัวถือกิ่งไม้ไผ่ บางคนเป็นเจ้าของแผงเนื้อมีท่าทางหนักแน่น อุปกรณ์เล็กๆ เหล่านี้ช่วยเติมชีวิตและบุคลิกให้แต่ละตัว โรแซนนาเล่าว่า “ถ้ามองงานของฉันจะเห็นว่าอุปกรณ์สำคัญมาก ถ้ามีแค่ตัวตุ๊กตาอย่างเดียวมันจะค่อนข้างเรียบเกินไป ฉันพูดว่าพวกมันเป็นนักแสดง เวลาเล่นบทบาทต่างกันพวกมันก็ต้องมีเครื่องแต่งกายและพร็อพที่ต่างกันในเวที”

โรแซนนาสะสมของจุกจิกต่างๆ เพื่อสร้างกล่องพร็อพของตัวเอง เมื่อมีธีมเฉพาะ อุปกรณ์เหล่านี้จะได้ใช้ เธอเล่าต่อว่า “ฉันไม่ได้หาพร็อพที่สมบูรณ์แบบตลอดเวลา บางครั้งต้องให้เพื่อนช่วย ฉันมักใช้ทักษะของคนรอบตัว เช่นคนที่เย็บผ้าหรือออกแบบเสื้อผ้าดีๆ จะมาช่วยฉัน”
ในนิทรรศการนี้ นอกจากตัวละครตลาดแล้ว โรแซนนายังสร้างตุ๊กตาตัวแทนพนักงานส่งอาหารออกมาเพื่อสดุดีการเสียสละของพวกเขา โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 เธอให้เพื่อนช่วยทำถุงฉนวน กล่องข้าว ถุงพลาสติกใส่ส่งอาหาร และถุงกระดาษ ส่วนรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้สำหรับตัวละครก็เป็นการ改造จากของที่มีอยู่ เมื่อตุ๊กตาอ้วนได้พร็อพที่ประณีตครบถ้วน ก็ทำให้เธอสร้างโลกละครได้ตามที่หวัง

เธอยอมรับว่ากระบวนการสร้างงานยาวนานและมีช่วงเหงา แต่การเลือกพร็อพและออกแบบคอสตูมคือช่วงที่เธอได้สื่อสารอย่างใกล้ชิดกับเพื่อนๆ ทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นเสมอ อุปกรณ์บางชิ้นได้มาจากความช่วยเหลือของเพื่อนและจากประสบการณ์การสอนของโรแซนนาเอง
เธอสอนที่ School of Design มหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคฮ่องกงมาตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1990 ในชั้นเรียนเธอสอนเรื่อง ways of seeing และ design thinking การสอนทำให้เธอได้เรียนรู้จากนักเรียนด้วยเช่นกัน เมื่อรำลึกถึงการสอน เธอกล่าวอย่างพึงพอใจว่า “ตอนสอนฉันเรียนจากนักเรียนเยอะมาก หลายอย่างเหมือนเป็นวงจร เป็นการดึงและผลัก” ความสัมพันธ์แบบครู-เพื่อนกับนักเรียนนำไปสู่การร่วมมือ ทำให้หลายคนกลายมาเป็นสไตลิสต์ให้ตุ๊กตาอ้วนของเธอ ช่วยเติมพลังให้ผลงานมีชีวิตชีวา การสอนและการเรียนรู้สลับกันไปมา นั่นคือสิ่งที่เธอเรียกว่า ‘วงจร’

“ฉันคิดว่าสังคมมีมาตรฐานความงามที่แคบเกินไป”
การสอนให้นักเรียนปลดกรอบความคิดแบบเดิมและมองความหลากหลายคือสิ่งที่เธอย้ำ เสียงของโรแซนนาชัดเจนว่า “สังคมมักมีมาตรฐานความงามที่จำกัด หลายคนคิดว่า ยิ่งผอมยิ่งดี แต่ฉันคิดว่า คุณอาจผอม ส่วนฉันก็อวบ”
ความชื่นชอบรูปร่างอวบของเธอยังได้แรงบันดาลใจจากตุ๊กตาดินเผายุคราชวงศ์ถัง รูปร่างอ้วนกลมดูสบายและมั่งคั่ง แววตาแผ่ความผ่อนคลาย เธอกล่าวว่า “พวกมันทำให้รู้สึกว่ากาลเวลาช้าลง ชีวิตประจำวันของเราวุ่นวายเกินไป ฉันอยากจะดึงจังหวะให้ช้าลง การมองเส้นสายที่กลมอ้วนต่างจากการมองคนผอมแหลม เวลาก็ดูต่างกันไปด้วย ในการปั้นถ้ารู้สึกเส้นยังไม่กลมพอ ฉันจะเติมดินเข้าไปจนพอใจ กระบวนการทำงานเองก็ต้องทำช้า เช่นขึ้นแบบเผาหลายรอบและลงสี ทุกอย่างเร่งไม่ได้นะ” โรแซนนายิ้มว่า ดินช่วยให้เธอสงบได้

เมื่อถามว่าอยากให้ตุ๊กตาอ้วนสื่อสารความรู้สึกอย่างไร เธอตอบด้วยความอิ่มใจว่า “พวกมันทำให้ฉันรู้สึกสบายและมีความสุข บางครั้งผู้ชมเห็นแล้วยิ้มนิดๆ เมื่อเขามีความสุข ฉันก็มีความสุขมากขึ้น ผู้ชมให้ความสุขและการยอมรับกับฉัน ฉันจึงพึ่งพาเหล่าตุ๊กตาอ้วนให้เป็นช่องทางสื่อสารกับคนอื่น”
“งานเซรามิกที่ฮ่องกงมีความหลากหลาย มองแล้ว ‘แล้วแต่คนชอบ’ ทำงานแล้ว ‘ก็มีเสน่ห์ต่างกันไป'”

ในฐานะศิลปินเซรามิกอาวุโสของฮ่องกง เราถามเธอเกี่ยวกับการสืบทอดงานเซรามิกในท้องถิ่น แม้ฮ่องกงจะไม่มีประวัติศาสตร์เซรามิกยาวนานเท่าญี่ปุ่น และไม่ได้ถูกจำกัดด้วยสไตล์ เทคนิค หรือวัตถุดิบแบบที่อื่น แต่โรแซนนากลับมองแง่บวกต่อความเป็นไปได้นี้
เธอบอกว่า “ฉันคิดว่าศิลปินฮ่องกงมองเซรามิกเป็นสื่อที่ใช้สร้างสรรค์ได้ตามใจ จะใช้ยังไงก็ได้ บางคนทำภาชนะ บางคนทำงานทดลอง ทั้งคนทำงานต่างกันไป ผมคิดว่ามิติของการปั้นในฮ่องกงมีเยอะ ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดี เมื่อคุณเข้าไปในวงการ คุณจะสัมผัสได้ถึงอุดมการณ์ของศิลปินแต่ละคน คุณจะรู้สึกถึงลมหายใจที่อยู่กับผลงาน ซึ่งเป็นเรื่องสวยงาม”
โรแซนนายิ้มว่า “งานเซรามิกในฮ่องกงหลากหลายมาก มองก็แล้วแต่คนชอบ ทำก็แล้วแต่ความโดดเด่นของแต่ละคน” หลังจากทำงานเงียบๆ มานับสิบปี เธอย้ำกับตัวเองว่าอย่าอยู่กับกรอบเดิม ลองร่วมงานกับศิลปินที่ต่างมุมมองเพื่อขยายความเป็นไปได้ในการสร้างสรรค์

สำหรับเธอ งานศิลปะต้องตอบสนองตัวเองเป็นอันดับแรก มันคืออาหารจิตใจ แม้ภายนอกจะดูเหมือนเธอปั้นตุ๊กตาดิน แต่ในความเป็นจริงตุ๊กตาเหล่านี้ก็กำลังก่อร่างสร้างสรรค์ตัวตนของโรแซนนาไปพร้อมกัน เธอกล่าวว่า “กระบวนการสร้างสรรค์ช่วยให้เรารู้จักและปรับตัวเอง จริงๆ แล้วฉันอยากรู้ว่าต่อไปฉันจะเป็น李慧嫻แบบไหน ฉันทำไป เปลี่ยนไป พัฒนาไป ฉันหวังว่าจะเป็นคนที่ดีขึ้น”
โลกนี้กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยสิ่งน่าค้นหา ศิลปินรับรู้ชีวิตอย่างจริงจัง ทุกสิ่งที่เห็นในชีวิตประจำวันสามารถกลายเป็นผลงานที่ตราตรึงใจ การสร้างสรรค์เป็นการสื่อสารสองทาง โรแซนนาถือก้อนดินด้วยความตั้งใจและความหลงใหล ตุ๊กตาอ้วนที่เธอปั้นจึงแผ่เสน่ห์อันน่ารื่นรมย์ ราวกับตลกผู้เกิดมาพร้อมรอยยิ้ม เราหวังว่าศิลปินเบื้องหลังจะยังคงใช้มุขและอารมณ์ขันสร้างผลงานต่อไป ให้รอยยิ้มไม่เลือนหาย
Executive Producer: Angus Mok
Producer: Mimi Kong
Interview & text: Ruby Yiu
Videographer: Kason Tam, Alvin Kong
Video Editor: Kason Tam
Photographer: Ken Yeung
Designer: Michael Choi
Special Thanks: Rosanna Li, SC Gallery


